แอปจองคิวร้านอาหารโต คิวคิวหาพันธมิตรรุก ตปท.-
คิวคิว แอปพลิเคชั่นจองคิวร้านอาหาร ต่อยอดธุรกิจ ขยายตลาดต่างประเทศ ประเดิมเคียวโชน มาเลเซีย แห่งแรก ก่อนจะหาพันธมิตรโตต่อในเกาหลี ญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าเติมบริการใหม่ ๆ ไม่หยุด ทั้งจองคิวโรงพยาบาล ลดความหนาแน่นการใช้บริการ พร้อมขยายการจองคิวร้านอาหารในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น หวังสร้างการเติบโตต่อเนื่อง
นายรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาย เอ็ม เอ็ม วาย จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นจองคิวร้านอาหาร ธนาคาร ภายใต้ชื่อ “คิวคิว” (QueQ) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางธุรกิจจากนี้ไป จะเดินหน้าขยายธุรกิจเต็มรูปแบบ โดยแบ่งออก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การขยายบริการจองคิวรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดเปิดบริการใหม่ จองคิวโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้มี15 โรงพยาบาล ทั้งเอกชนและรัฐบาลที่บริษัทได้เริ่มทดลองใช้ระบบดังกล่าว เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นต้น โดยได้เปิดทดลองตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ผลการตอบรับที่ดี ทำให้มีโรงพยาบาลอีกหลายโรง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่อยู่ในระหว่างรอการติดตั้งระบบ
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของพฤติกรรมผู้ใช้บริการต่างจังหวัด ก็ถือว่าให้การตอบรับกับระบบจองคิวโรงพยาบาลที่ดี เนื่องจากผู้บริโภคใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้น โดยในระยะยาวบริษัทก็จะศึกษาพฤติกรรมการใช้งานอย่างละเอียด เพื่อพัฒนาบริการให้สอดรับความต้องการ
“ตอนแรกสงสัยว่าคนต่างจังหวัดที่ไปโรงพยาบาลจะใช้แอปพลิเคชั่นนี้หรือไม่ แต่ยุคนี้คนแก่ก็มีสมาร์ทโฟนแล้ว ซึ่งแม้เพิ่งเปิดบริการนี้มาได้แค่ 4 เดือนก็ได้ผลตอบรับที่ดี จากนี้ไปคงต้องสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้น พร้อม ๆ กับการพัฒนาบริการนี้ ให้คนที่มาพบแพทย์ใช้เวลาการนั่งรอที่โรงพยาบาลน้อยที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้ามาใช้บริการ และลดความหนาแน่นภายในโรงพยาบาลด้วย ซึ่งถ้าพัฒนาระบบสมบูรณ์แล้วถึงจะขยายต่อไปในโรงพยาบาลทั่วประเทศ”
นายรังสรรค์กล่าวต่อว่า การลงทุนพัฒนาระบบนี้ ได้รับทุนสนับสนุนจากหลาย ๆ สถาบันในการพัฒนาระบบการรอเข้ารับการใช้บริการในโรงพยาบาล เช่น โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นต้น ซึ่งโรงพยาบาลที่เข้าร่วมกับบริษัทจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเรื่องการติดตั้งฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ และบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยจะคิดค่าบริการเป็นรายเดือน
นอกจากนี้ยังตอกย้ำบริการหลักที่บริษัทมีความแข็งแรง นั่นคือ การจองคิวร้านอาหาร ซึ่งปีนี้เตรียมขยายการบริการออกไปในร้านอาหารต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารที่อยู่นอกห้าง เพื่อขยายฐานผู้ใช้บริการให้กว้างขึ้น จากปัจจุบันที่ให้บริการเฉพาะร้านอาหารเชนต่าง ๆ ตามศูนย์การค้ากว่า 200 ร้านค้าในกรุงเทพฯเท่านั้น เช่น ซิซซ์เลอร์ ซูกิชิ บาร์บีคิว พลาซ่าโอ้กะจู๋ บอนชอน ขายน้อยขอชาบู เป็นต้น
“ปัจจุบันแอปพลิเคชั่นคิวคิว เปิดบริการเป็นปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคโดยไม่ต้องรอคิวที่หน้าร้าน มียอดดาวน์โหลด 1 ล้านราย และมีผู้เข้ามาใช้บริการซ้ำคิดเป็นสัดส่วน 35% ของยอดดาวน์โหลดทั้งหมด เฉลี่ยใช้บริการ 5 ครั้งต่อเดือน หรือเฉลี่ยทุก ๆ สัปดาห์จะใช้บริการแอปพลิเคชั่นคิวคิว 1 ครั้ง และเพิ่มบริการจองคิวธนาคารเพิ่มเข้ามา”
อีกส่วน คือ การขยายการเติบโตไปยังต่างประเทศ ล่าสุดเข้าไปเปิดบริการที่มาเลเซีย ประเดิมร้านอาหาร
แบรนด์แรกคือ เคียวโชน 4 สาขา และมีอีกหลายแบรนด์ที่จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้กำลังเดินหน้าหาโลคอลพาร์ตเนอร์ที่เกาหลีและญี่ปุ่นด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้
นายรังสรรค์กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม คิวคิวจะไม่หยุดแค่การบริการด้านการจองคิวไว้แค่นี้ แต่มีแผนจะต่อยอดสู่การบริการเพย์เมนต์ หรือเมื่อผู้ใช้บริการจองคิวก็สามารถสั่งอาหารและจ่ายเงินผ่านแอปนี้ได้ทันที เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ธุรกิจใหม่ จากปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทมาจากการให้บริการซอฟต์แวร์คิวคิวเป็นรายเดือนจากลูกค้า (ร้านอาหารโรงพยาบาล ธนาคาร) เท่านั้น
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
