ยนตรกิจคว้าไมโครบัส “ฮุนได” เล็งขึ้นไลน์ผลิตใน ปท.-ชิงเค้ก 3 หมื่นคัน-
ยนตรกิจโดดร่วมชิงเค้กไมโครบัส 3 หมื่นคัน ผนึกฮุนไดขึ้นไลน์ประกอบเสริมทัพอีกแบรนด์
นางธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนธุรกิจว่า บริษัทได้ร่วมลงทุนกับฮุนได มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลี เพื่อรับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายรถโดยสารขนาด 19 ที่นั่ง หรือไมโครบัสในประเทศไทย และกำลังศึกษารายละเอียดเพื่อเปิดไลน์ผลิตขึ้นในประเทศไทยด้วย
“คาดว่าจะใช้โรงงานยนตรกิจร่มเกล้าผลิต เพื่อรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศไทยรวมทั้งตลาดส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เบื้องต้นคาดว่าช่วงแรกจะประกอบได้ 50-100 คันต่อเดือน”
นางธันยนันท์กล่าวอีกว่า โรงงานนี้รองรับการผลิตทั้งพวงมาลัยซ้ายและพวงมาลัยขวา ส่วนมูลค่าการลงทุนนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด คาดว่าจะมีการแนะนำรถไมโครบัสในงานบัสแอนด์ทรัก ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน
สำหรับการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถไมโครบัสฮุนไดครั้งนี้ แยกกันบริหารอย่างสิ้นเชิงกับรถยนต์นั่ง ทั้งนี้การตัดสินใจร่วมกันครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพ ที่สำคัญการสนับสนุนและส่งเสริมของกรมการขนส่งทางบก ที่มีนโยบายให้เปลี่ยนรถตู้โดยสารที่วิ่งในเส้นทางระหว่างจังหวัดที่มีระยะทางเกินกว่า 300 กิโลเมตร ให้เปลี่ยนมาเป็นรถไมโครบัสแทน และเชื่อว่าความต้องการใช้รถประเภทนี้ในประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการเข้าไปเจาะกลุ่มตลาดฟลีต
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้กรมการขนส่งทางบกที่มีนโยบายให้เปลี่ยนรถตู้โดยสาร หมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร) ที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ให้ทยอยเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารขนาดเล็ก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา
และมีโครงการจะเปลี่ยนรถโดยสารที่หมดอายุสัมปทานใน 4 หมวด ได้แก่ หมวดที่ 1 ซึ่งวิ่งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2562 หมวดที่ 2 วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร บังคับใช้ 1 ต.ค. 2560
หมวดที่ 3 วิ่งระหว่างจังหวัด ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อย คือ 1.มีจุดแวะจอดบังคับเปลี่ยน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมาและ 2.ไม่มีจุดจอด บังคับใช้ 1 ต.ค. 2562 และหมวดที่ 4 วิ่งจังหวัดเข้าไปยังอำเภอต่าง ๆ มีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 2562
โดยจะเห็นได้ว่าตามกรอบระยะเวลาที่ทางภาครัฐกำหนดในส่วนของหมวดที่ 2 และ 3 นั้น เริ่มมีผลบังคับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มจากเส้นทาง กรุงเทพฯ-ราชบุรี เป็นเส้นทางแรกจากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าจะมีรถมินิบัส หรือไมโครบัสที่จะต้องเข้ามาเปลี่ยนหมุนเวียนทดแทนอยู่ในระบบไม่น้อยกว่า 20,000 คัน และยังมีในส่วนของรถโดยสารไม่ประจำทางเกือบ 10,000 คัน ที่จะต้องหมุนเวียน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
