ชาตรี โสภณพนิช 2477-2561 (ตอน 1)-
คอลัมน์ เรื่องราวกับความคิด
โดย วิรัตน์ แสงทองคำ http//:viratts.wordpress.com
ไม่มีใครปฏิเสธว่า ชาตรี โสภณพนิช มีประสบการณ์ระบบธนาคารไทยอย่างยาวนาน เชื่อมต่อระหว่างยุคธนาคารกรุงเทพ สะท้อนวิวัฒนาการธนาคารไทย ยุทธศาสตร์ธนาคารเฉพาะเจาะจงและว่าด้วยสายสัมพันธ์
เขาเรียนหนังสือไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับน้อง ๆ ด้วยประกาศนียบัตรทางบัญชีจากฮ่องกง กับโอกาสศึกษาและฝึกงานการธนาคารที่อังกฤษในช่วงสั้น ๆ เวลาที่เหลือสู่ภาคสนามตั้งแต่ปี 2502 ในช่วงธนาคารกรุงเทพพัฒนาสู่อันดับหนึ่งแล้ว บุคคลที่เขาใกล้ชิดเป็นพิเศษคนแรก ๆ คือ บุญชู โรจนเสถียร (2464-2550) นักบัญชีและเป็นผู้วางรากฐานควบคุมและตรวจสอบภายใน ถือว่ามีความสำคัญต่อระบบธนาคารยุคนั้น มีความสำคัญเคียงคู่กับ ชิน โสภณพนิช (2453-2531) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารยุคแรกด้วยความสัมพันธ์ ธนาคารกรุงเทพถือกันว่าเป็นธุรกิจในเครือข่ายกลุ่มผิน-เผ่าแห่งซอยราชครู เมื่อถูกโค่นอำนาจโดยกลุ่มสี่เสาเทเวศร์ (สฤษดิ์-ถนอม-ประภาส) ประภาส จารุเสถียร เข้ามาเป็นประธานธนาคารกรุงเทพ ชิน โสภณพนิช จำต้องระเห็จไปอยู่ฮ่องกงเป็นเวลา 5 ปีเต็ม (2501-2506) บุญชูคือผู้นำธนาคารกรุงเทพในช่วงเวลานั้น จะด้วยเหตุการณ์บีบบังคับ หรือความตั้งใจก็แล้วแต่ การจัดวางบทบาทระหว่างชินกับบุญชูดังกล่าวได้ก่อผลดีต่อธนาคาร
ในช่วงชินไม่อยู่เมืองไทย ทายาทของเขามีเพียง ชาตรี โสภณพนิช เท่านั้นที่ทำงาน เรียนรู้ และสืบเนื่องสายสัมพันธ์ชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย
นอกจากชาตรีได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจกับธุรกิจจากประสบการณ์กรณีบิดา ที่สำคัญเขาได้เรียนรู้ถึงสายสัมพันธ์การบริหารธนาคารด้วย เขาค้นพบว่าในเวลานั้นผู้ทรงอิทธิพลในธนาคารกลุ่มหนึ่งมีส่วนสร้างธนาคารในยุคต้นรุ่นเดียวกับ ชิน โสภณพนิช นอกจาก บุญชู โรจนเสถียร แล้ว ยังมี ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์, ประยูร วิญญรัตน์, ดำรงค์ กฤษณามระ เป็นต้น
ประสิทธิ์นักกฎหมายผู้มีความสัมพันธ์อย่างกว้างขวางในสังคมธุรกิจเชื้อสายจีน เป็นนักเจรจา ประนีประนอม ต่อมาเป็นนักการเมืองที่มีความยืดหยุ่นสูง ส่วนประยูรมีความรู้ด้านบัญชีในฐานะอาจารย์บัญชี ธรรมศาสตร์ยุคแรก ๆ และเคยเป็นผู้บริหารธนาคารชาติในยุคก่อตั้ง มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกสาขาอย่างจริงจัง
ส่วนดำรงค์ถือเป็นลูกหม้อคนแรก ๆ ตั้งแต่ปี 2496 ในฐานะนักบัญชีเช่นเดียวกัน ทำงานด้วยความอุตสาหะ ไต่เต้าเป็นตัวอย่างของพนักงาน มีบทบาทในการบริหารยาวนาน มีบทบาททัดเทียมกับชาตรี โสภณพนิช ในช่วงหนึ่ง
ชาตรี โสภณพนิช ใช้เวลาถึง 20 ปีเต็มกว่าจะก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังอาจไม่ถึงพร้อมด้วยบุคลิกและการยอมรับในวงกว้าง ในฐานะผู้บริหารธนาคารอันดับหนึ่ง การมาของ ดร.อำนวย
วีรวรรณ เป็นโมเดลใหม่และถือเป็นบทเรียนสืบทอดในยุคต่อมา
ปี 2526 ดร.อำนวย วีรวรรณ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร เป็นการเริ่มต้นยุคคนนอกในระบบธนาคารเขาเคยเป็นปลัดกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง
เรื่องราวสายสัมพันธ์ในความหมายวงกว้างข้างต้น เป็นไปท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของระบบธนาคารไทย โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพ
เมื่อถึงเวลาทายาทที่ถูกวางตัว ชาติศิริ โสภณพนิช บุตรชายคนโตของชาตรี มีเส้นทางที่แน่ชัด เขามี
โปรไฟล์ผ่านการศึกษาที่ดีมาก (ปริญญาตรีเกียรตินิยมทางด้านวิศวกรรมศาสตร์เคมีจาก Worchester Polytechnic Institute ปริญญาโทสาขาเดียวกันจาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) และ MBA จาก Sloan School of Management, MIT) แม้เส้นทางในการก้าวขึ้นตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 8 ปีเท่านั้น (2529-2537) แต่ถือว่าอยู่ในโมเดลเฉพาะสืบทอดมา
ชาติศิริอยู่ท่ามกลางผู้มีบทบาทในธนาคารรุ่นราวคราวเดียวกับบิดาทำงานธนาคารมานาน มีบารมี อาทิ ปิติ สิทธิอำนวย และ เดชา ตุลานันท์ เมื่อชาติศิริเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทั้งสองขึ้นเป็นรองประธานกรรมการบริหาร
โครงสร้างการบริหารธนาคารกรุงเทพ สะท้อนความเชื่อมั่นโครงสร้างและวัฒนธรรมที่สืบทอด ธนาคารกรุงเทพมีโครงสร้างการบริหารช่วงหนึ่ง (ราวปี 2527-2535) มีประธานกรรมการ (ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์) ประธานกรรมการบริหาร (อำนวย วีรวรรณ) กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ชาตรี โสภณพนิช) และกรรมการผู้อำนวยการ (ดำรงค์ กฤษณามระ) ถือว่าเป็นช่วงสำคัญมาก หนึ่ง-ชิน โสภณพนิช ได้ลาออกจากประธานกรรมการ วางมือการบริหาร สอง-เป็นช่วงที่ระบบเศรษฐกิจไทยกำลังก้าวผ่านความยุ่งยากไป และความรุ่งโรจน์ช่วงหนึ่ง ที่สำคัญถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านจากยุคชินสู่ชาตรีอย่างแท้จริง
ช่วงเวลาที่ชาติศิริ โสภณพนิช เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีการกล่าวถึงบุคคลสำคัญอย่างน้อย 2 คน โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ (2486-2559) เริ่มต้นเป็นประธานคณะทำงานวางระบบของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งตั้งขึ้นใหม่ในปี 2533 ด้วยประสบการณ์ในภาคราชการมาประมาณ 30 ปี เขาได้รับการยอมรับทั้งในแวดวงวิชาการและเทคโนแครตด้วยประสบการณ์ ในหน่วยงานวางแผนของรัฐจากธนาคารโลกและงานพัฒนาชนบทโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เชื่อกันว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ระดับมหภาค เข้าใจปัญหาระดับโครงสร้าง ต่อมาปี 2542 เขาก็มาเป็นประธานกรรมการบริหาร ดูเป็นไปตามโมเดลคล้ายยุคต้น ๆ ชาตรี โสภณพนิช ที่แตกต่างอยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการปรับตัวครั้งใหญ่ของระบบธนาคาร ดูหนักหนากว่าช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันและลดค่าเงินบาทเมื่อเกือบ ๆ 2 ทศวรรษที่แล้ว
จากยุคนักบัญชียุคก่อตั้ง เพื่อฟื้นฟูและการพัฒนาระบบธนาคารไทยอย่างจริงจังครั้งแรก ๆ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว มาสู่ยุคของการเสริมสายสัมพันธ์กับอำนาจรัฐ สร้างภาพลักษณ์เปิดกว้างในช่วงการขยายอาณาจักรธนาคารอย่างกว้างขวาง ตลาดการเงินและทุนเปิดกว้างขึ้น แล้วก็มาสู่ยุคระบบเศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายในยุคธนาคารไทยเชื่อมโยงกับโลกภายนอกมากขึ้น
สิงห์ ตังคสวัสดิ์ (เลยวัย 70 ปีแล้ว) เป็นอีกคน เข้ามาธนาคารกรุงเทพในปี 2548 ดูเหมือนเข้ามาเติมช่องว่าง และวัยระหว่างคนรุ่นบิดา-บุตร เขามีประสบการณ์ในแวดวงเศรษฐกิจการเงินการคลัง รับราชการในกระทรวงการคลัง มีบทบาทบริหารเงินกู้ต่างประเทศ จากนั้นเข้าร่วมงานกับเครือซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจีในช่วงขยายกิจการครั้งใหญ่ (2523-2539) มีบทบาทด้านการเงินและการปรับโครงสร้างกิจการ ต่อจากนั้นมาเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงตกต่ำช่วงหนึ่ง (2539-2542) และต่อด้วยตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย (2542-2544)
และแล้วมาถึงคนล่าสุด ถือเป็นคนรุ่นเดียวกับ ชาติศิริ โสภณพนิช (วัยประมาณ 60 ปี) ด้วยวัยมากกว่าแค่ 2-3 ปี และเป็นจังหวะเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่น่าสนใจ จรัมพร โชติกเสถียร นักบริหารผู้มีโปรไฟล์ที่ดีมากอีกคนหนึ่ง ด้วยประสบการณ์กับธนาคารไทยพาณิชย์มาประมาณ 2 ทศวรรษ ก่อนจะก้าวสู่ตำแหน่งบริหารสำคัญ โดยเฉพาะผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ (2553-2557) และผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย (2557-2560) ก่อนจะเข้ามาเป็นกรรมการธนาคารกรุงเทพเพียงปีเศษ ๆ และต่อมาเป็นกรรมการบริหารธนาคารด้วย พัฒนาการธนาคารกรุงเทพสามารถก้าวผ่านยุคสมัยมาได้ย่อมเชื่อมโยงกับบทบาท ชาตรี โสภณพนิช มองผ่านโครงสร้างการบริหาร คงสืบทอดอย่างไม่ลดละด้วยปรากฏการณ์คนรุ่นเขาเป็นส่วนใหญ่ท่ามกลางคนรุ่นหลังจำนวนน้อย ทั้งในคณะกรรมการธนาคารและคณะกรรมการบริหาร
จึงน่าสนใจและติดตาม เมื่อพ้นยุคชาตรี โสภณพนิช แล้วจะเป็นเช่นไร
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
