ไม่ได้ตื่นเต้น ไม่ได้ตกหลุมรัก แต่ทำไม… หัวใจเต้นผิดจังหวะ-
หัวใจเต้นผิดจังหวะ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งเกิดขึ้นเมื่อตื่นเต้น หรือเมื่อตกหลุมรัก เราจึงไม่ได้คิดว่าอาการนั้นเป็นโรคหรือเป็นการเจ็บป่วย แต่อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของบางคนอาจเป็นโรค ซึ่งมีความรุนแรงถึงขั้นส่งผลให้เสียชีวิตแบบกะทันหันได้ ดังนั้น การรู้เท่าทันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจ
นายแพทย์ยศวีร์ อรรฆยากร อายุรแพทย์โรคหัวใจและแพทย์เฉพาะทางด้านไฟฟ้าหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะว่า โดยปกติหัวใจของคนเราเต้นด้วยอัตรา 60-100 ครั้ง/นาที ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจึงหมายถึง ภาวะหัวใจเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ อาจเกิดจากความผิดปกติของกำเนิดกระแสไฟฟ้าหัวใจ การนำไฟฟ้าหัวใจ หรือทั้ง 2 อย่างรวมกัน อาการผิดปกติจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ 1.หัวใจเต้นช้าผิดปกติ คือน้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที 2.หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ คือเร็วกว่า 100 ครั้ง/นาที 3.หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
คนไข้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมักจะเจออาการหัวใจเต้นผิดจังหวะบ่อยที่สุดประมาณ 70% รวมทั้งกลุ่มที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาบางชนิด จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า ในคนไทย 1,000 คนจะพบคนเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ 40 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป แต่เด็ก วัยรุ่น วัยทำงานก็เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะได้เช่นกัน
สาเหตุหลักของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคผนังกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคความดันโลหิตสูง โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ และโรคประจำตัว ได้แก่ ไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น รวมถึงการใช้ยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนผสม
นายแพทย์ยศวีร์บอกว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติส่วนหนึ่งไม่มีอาการ ทำให้ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมีได้ตั้งแต่เป็นอัมพาตจนถึงเสียชีวิต การสังเกตอาการเบื้องต้น หากมีอาการใจสั่นผิดปกติ วูบ หน้ามืด เป็นลม จุกแน่นขึ้นคอ ลิ้นปี่ เจ็บแน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอนราบไม่ได้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบใด มีทั้งการรักษาโดยการให้ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ การชอร์ตไฟฟ้าหัวใจเพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นปกติ การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยสายสวนหัวใจชนิดพิเศษสวนเข้าไปบริเวณเส้นเลือดดำที่ขาหนีบการติดเครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ หรือเครื่องชอร์ตไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AICD)
นอกจากนี้ คุณหมอแนะนำว่าเราสามารถห่างไกลโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่ารับประทานอาหารที่มีรสหวานมัน เค็มมาก นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง/วัน ตรวจสุขภาพทุกปี หากมีโรคประจำตัวควรติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ได้แก่ ความเครียด วิตก กังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ ออกกำลังกายหักโหม การสูบบุหรี่ ส่วนข้อปฏิบัติของผู้ป่วยที่หัวใจเต้นผิดจังหวะควรพบแพทย์ตามนัดทุก 1-2 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษาและอาการอย่างต่อเนื่อง
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
