โลกใบนี้ของทุกคน
คอลัมน์ Inside out story
โดย วิรัสนันท์ ถึงถิ่น
หากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในระดับโลกในไม่กี่วันผ่านมา คงหนีไม่พ้นเรื่องของเยาวชนทีมฟุตบอล “หมูป่าอะคาเดมี่” 12 คน และโค้ชอีก 1 คน ที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเวลานานถึง 9 วัน ก่อนจะมีคนไปเจอ และได้มีการช่วยชีวิตออกมาได้สำเร็จในหลายวันถัดมา โดยความร่วมมือของจิตอาสา และผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการช่วยเหลือในครั้งนี้ทั้งสิ้น

หนึ่งในจิตอาสาที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “อีลอน มัสก์” ที่เขาตั้งใจใช้ทรัพยากรที่มี นั่นคือเรือดำน้ำจิ๋ว (tiny kid-size submarine) มาพัฒนาให้เป็นแคปซูลหนีภัยใต้น้ำ เพื่อช่วยชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 13 คน โดยได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อสำรวจพื้นที่ถ้ำหลวงด้วยตนเองในวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ถึงแม้หลายเสียงจะบอกว่าแคปซูลหนีภัยใต้น้ำไม่เหมาะกับภารกิจกู้ภัยในทางปฏิบัติในเวลานั้น และไม่ได้ถูกใช้ แต่นับว่าความตั้งใจจริงในการช่วยเหลือของเขาน่านับถือไม่น้อย
หากถามว่าทำไมเขาถึงได้รับความสนใจมาก ?
ต้องบอกว่า เพราะเขาเป็นผู้ก่อตั้ง SpaceX บริษัทผู้ประดิษฐ์จรวดสำหรับการใช้เชิงพาณิชย์ และ TeslaMotors บริษัทผู้ประดิษฐ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก นอกจากนั้น กำลังมีโครงการใหม่ คือ Boring Company เป็นการเจาะอุโมงค์เพื่อทำระบบขนส่งมวลชนใต้ดิน และที่ผ่านมายังมีอีกหลายธุรกิจ ถ้าเอ่ยชื่อไปแล้วหลายคนต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน เช่น PayPal
ทั้งนั้น SpaceX ของเขาเป็นที่ฮือฮาจากความสำเร็จในการนำจรวดที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการสร้างประวัติศาสตร์การขนส่งทางอวกาศ จนมีคนกล่าวถึงเขาว่า…ถ้าคุณกำลังอ่านคู่มือเกี่ยวกับวิธีสร้างธุรกิจในแบบที่คนส่วนใหญ่ทำ อาจไม่ได้เห็น อีลอน มัสก์ อยู่ในคู่มือเล่มนั้น เพราะเขามีความคิดที่แตกต่าง แต่ถ้าคุณอ่านคู่มือเกี่ยวกับวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และรับผิดชอบต่อสังคม อาจกล่าวได้ว่าควรต้องดูเขาเป็นแบบอย่าง
เพราะเขาใช้แนวคิดเพื่อสังคมมาเชื่อมโยงกับธุรกิจ โดยหนึ่งในความตั้งใจของเขา คือ การเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ของมนุษยชาติให้ดีขึ้น ด้วยการช่วยลดโลกร้อนผ่านการใช้พลังงานสะอาด อาจฟังดูเป็นเป้าหมายที่ยาก แต่สำหรับ “อีลอน มัสก์” หลายคนเชื่อว่า เขาสามารถทำให้เป็นจริงได้
จุดเริ่มต้นที่เด่นชัดในการปฏิวัติการใช้พลังงานโลกของเขา คือ การสร้างรถยนต์ยี่ห้อ Tesla ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า นั่นหมายความว่า รถยนต์ของเขาจะไม่ปล่อยควันเสียที่เป็นมลพิษทางอากาศ และถ้าในอนาคต รถทุกคันใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมัน จะยิ่งทำให้เป้าหมายช่วยลดโลกร้อนของเขาประสบความสำเร็จ
ในการเริ่มต้น Tesla นั้น “อีลอน มัสก์” ได้ทุ่มเทเงินทุนส่วนตัวเพื่อพัฒนานวัตกรรม ที่นักธุรกิจหลายคนมองว่าช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาในการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาแข่งในตลาดรถยนต์ที่ใช้ระบบน้ำมันแบบดั้งเดิม เพราะแน่นอนว่ารถยนต์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่นนั้นจะมีราคาสูงกว่ารถยนต์ประเภทอื่นอยู่แล้ว
แต่เขาเองออกมายอมรับในจุดนั้นว่า ราคาต้องสูงแน่นอน แต่มีแผนดำเนินการเตรียมไว้อยู่แล้ว ที่จะนำกำไรซึ่งได้จากการขายโมเดลรถรุ่นแรก มาพัฒนารุ่นต่อไปให้มีราคาถูกลง และราคาไม่ต่างจากรถยนต์ระบบน้ำมันมากนัก จนหลายคนสามารถเอื้อมถึงได้
แต่คำตอบของเขาในประเด็นดังกล่าว ยังไม่สามารถหยุดการวิจารณ์จากหลายคนในเรื่องใหม่อีก โดยรถยนต์ของเขาถูกวิจารณ์ว่าการใช้พลังงานไฟฟ้าก็เป็นการใช้พลังงานจากถ่านหิน ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษในอีกทางเช่นกัน
ด้วยความฉลาดของ “อีลอน มัสก์” เขาจึงเตรียมเรื่องนวัตกรรมด้านพลังงานเอาไว้แล้ว ด้วยการเป็นหุ้นส่วนก่อตั้ง Solar City ซึ่งเป็นบริษัทผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2006 ซึ่งลูกค้าสามารถใช้พลังไฟฟ้าที่มาจากแผงโซลาร์เซลล์ของเขา โดยจะจ่ายเป็นรายครั้ง หรือรายเดือนก็ได้ ด้วยโมเดลธุรกิจนี้ทำให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาไม่สูงมากเกินไป ขณะเดียวกันยังเป็นการลดปริมาณมลพิษจากการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าไปพร้อมกัน
ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงส่งผลกระทบทางบวกในเรื่องของการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม หากยังนับเป็นการปกป้องมนุษยชาติบนโลกใบนี้ให้มีชีวิตอยู่นานขึ้นด้วย
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
