เรื่องสี-ตัวถัง-ดูแลรถ วางใจ “คาร์คอน”-
สัมภาษณ์
คาร์คอน ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเครือของ “ล็อกซเล่ย์” ที่เข้ามาโลดแล่นอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นระยะเวลากว่า 1 ขวบปี สำหรับศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์แบบรวดเร็ว ภายใต้แบรนด์ “คาร์คอน” ซึ่งนับวันจะได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด คาร์คอนตัดสินใจขยายไลน์ธุรกิจไปสู่ตลาด คาร์ดีเทลลิ่ง ภายใต้ชื่อ “คาร์คอน บาย ทริลล์” ซึ่งเป็นศูนย์บริการล้างขัดเคลือบดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขาธุรกิจใหม่ ภายใต้การนำทัพของ “ณัฐพล เดชวิทักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์คอนวินี่ จำกัด รวมทั้งแผนงานในการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจ จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน
Q : ความสำเร็จของคาร์คอน
หลังจากที่เราตัดสินใจเปิดตัวธุรกิจ คาร์คอน ไปเมื่อช่วงปีเศษที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยมีลูกค้าทั้งกลุ่มบุคคลและองค์กรให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ คือ เราได้บรรลุข้อตกลงเพื่อทำธุรกิจศูนย์บริการซ่อมสีรถยนต์แบบด่วน ภายใต้แบรนด์ “คาร์คอน” ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเป็นการร่วมทุน
ระหว่าง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 51% บริษัท คาร์คอนวินี่คลับ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น 40% และบริษัท เคพี จำกัด จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 9% เพื่อเปิดให้บริการซ่อมสีรถยนต์ด่วนซึ่งเราได้ทดลองเปิดศูนย์คาร์คอนแห่งแรก บนถนนพระราม 3 บนเนื้อที่ 2.5 ไร่ ใช้เงิน
ลงทุน 30 ล้านบาท มีช่องซ่อม 8 ช่อง และห้องพ่นสี
3 ห้อง ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับและเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ด้วยจุดเด่นตรงเทคโนโลยีซ่อมสี และตัวถังรถยนต์ มีการทำงานอย่างเป็นระบบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมจากประเทศญี่ปุ่น มีมาตรฐานเดียวกับคาร์คอน ที่ประเทศญี่ปุ่น
Q : แตกไลน์จับศูนย์ล้างขัดเคลือบ
แน่นอนว่าเราต้องการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร หลังจากเราได้ขยายธุรกิจมาสู่ “คาร์ดีเทลลิ่ง” ภายใต้ชื่อ “คาร์คอน บาย ทริลล์” ซึ่งจะเป็นการให้บริการล้างขัดเคลือบดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “การบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด” ซึ่งเราได้จับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษารถยนต์ และการเคลือบเซรามิกที่มีชื่อเสียงจากญี่ปุ่น คือ บริษัท ทริลล์ จำกัด ผู้คิดค้นและผลิตน้ำยาล้าง ขัด เคลือบสี อีกทั้งยังเชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษารถยนต์ และการเคลือบเซรามิกที่มีชื่อเสียงจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาช่วยกันสร้างแบรนด์ “คาร์คอน บาย ทริลล์”ซึ่งจุดขายของเรา คือ การบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
Q : แผนขยายเน็ตเวิร์ก
ตอนนี้สำหรับศูนย์ “คาร์คอน บาย ทริลล์” นั้น เราจะใช้พื้นที่เดียวกับคาร์คอน ที่พระราม 3 ก่อน เป็นแฟลกชิปสโตร์สาขาแรก ส่วนอนาคต หากมีผู้สนใจเข้ามา เราพร้อมจะเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจก่อน ซึ่งปีนี้มีแผนจะเปิดเพิ่ม 4-5 ราย โดยเบื้องต้นคาดว่าต้องใช้เงินในการลงทุนต่อสาขาที่ 3 ล้านบาท บนพื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร มีช่องให้บริการ 2 ช่องล้าง และ 3 ช่องเช็ดเปียก
ทั้งนี้ ทำเลบริษัทมองไว้สำหรับการขยายศูนย์คาร์คอน บาย ทริลล์ นั้นจะเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งชุมชน เช่น คอมมิวนิตี้มอลล์ ห้างสรรพสินค้าหน้าหมู่บ้านขนาดใหญ่ ซึ่งต้องดูทำเลที่มีทราฟฟิก
ซึ่งการลงทุนขนาดนี้ เราประเมินว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี และภายใน 3 ปี เราตั้งเป้าจะมีจำนวนสาขาให้ได้ 40 แห่ง
ส่วนแผนงานในการขยายศูนย์คาร์คอนนั้น ขณะนี้ยังยืนยันแผนงานเดิม จะเปิดสาขาทั้งสิ้น 15 แห่งในปีหน้า แบ่งเป็นกรุงเทพฯและปริมณฑล 10 แห่ง ต่างจังหวัด 5 แห่งด้วย
Q : จุดขายที่แตกต่างกับคาร์แคร์ทั่วไป
สำหรับจุดขายและความแตกต่างของเราที่ต่างออกไปจากศูนย์ล้างรถทั่วไปนั้น คาร์คอน บาย ทริลล์ ถือเป็นศูนย์บริการที่เรียกว่า คาร์ดีเทลลิ่งบริการเพอร์เฟ็กต์คาร์วอช ด้วยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ ประณีต ลงรายละเอียด เก็บงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มต้นตั้งแต่การล้าง การขัดสี การไล่เบอร์น้ำยา เพื่อเก็บรอยขนแมว รวมถึงการเคลือบสีในสถานที่และอุณหภูมิที่เหมาะสม เรามีกระบวนการมากกว่า 30 ขั้นตอน ส่วนอัตราค่าบริการเริ่มต้น 800 บาท ใช้เวลาในการดูแลทุกขั้นตอนประมาณ 1 ชม. ซึ่งเราตั้งใจว่าการแนะนำตัวออกสู่ตลาดครั้งนี้ จะเป็นการช่วยยกระดับศูนย์บริการล้าง ขัด เคลือบสีรถยนต์ในบ้านเราให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น แล้วยังเป็นการเข้ามาเติมเต็มธุรกิจภายใต้แบรนด์ “คาร์คอน” ให้ดูแลลูกค้าได้อย่างครบวงจร รวมถึงทำให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าในวงกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย หรือถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ คือ เรื่องตัวถังให้คาร์คอนเราดูแลให้ได้ครบ รวมทั้งการล้าง ขัดเคลือบ และภายในรถยนต์ เรียกว่ามาที่เราสามารถดูแลและให้บริการกับลูกค้าได้ครบ
Q : เป้าหมาย-รายได้ปีแรก
ปัจจุบันเราต้องเป้าสัดส่วนรายได้ของคาร์คอนไว้ที่ 70% เป็นการซ่อมสี และ 30% มาจากการล้างรถ แต่ในอนาคต บริษัทคาดว่าสัดส่วนของการล้างรถ จะขยับขึ้นเป็น 40% ได้ไม่ยาก
เพราะอย่างไรก็ตาม ธุรกิจการซ่อมสีและตัวถังยังเป็นธุรกิจหลักของเรา แต่ธุรกิจล้างรถจะเป็นธุรกิจที่เข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง
Q : แผนขยายธุรกิจ
อนาคตเรากำลังมองหาโอกาสในการทำธุรกิจชุดแต่งรถยนต์ หรือเสริมเพอร์ฟอร์มานซ์ ซึ่งวันนี้เรายังไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าจะเป็นอะไร แต่เราจะเดินหน้าต่อไปสำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์นี้อย่างแน่นอน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
