วิบากกรรมจากเพื่อนบ้าน-
คอลัมน์ รู้จักอาเซียน
รถไฟความเร็วสูงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานระดับอภิมหาเมกะโปรเจ็กต์ และเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการต่อรองไม่เพียงการเมืองภายใน แต่ยังเป็นการเมืองระดับระหว่างประเทศ
อย่างที่เห็นชัดเจน ความต้องการเชื่อมโยงระหว่างจีนและอาเซียนผ่านประเทศลาวที่ทางการจีนพยายามทุกวิถีทางในการขับเคลื่อน การเมืองระหว่างประเทศว่าด้วยรถไฟความเร็วสูง ทั้งยังสนับสนุนเส้นทางสายไหมยุคใหม่
แต่วิบากกรรมการสร้างรถไฟความเร็วสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแค่ในไทย แต่ประเด็นนี้เกิดขึ้นในมาเลเซีย ซึ่งสะเทือนถึงแผนการพัฒนาเมืองในสิงคโปร์ จากที่มหาธีร์ โมฮัมหมัด หรือตุนเอ็ม นายกรัฐมนตรีอายุใกล้ร้อยมาเลเซีย กับท่าทีกึ่งเลื่อน-กึ่งเบรกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์
ท่าทีนี้ชัดเจนว่าต้องการรักษาสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างการหาเสียงในเรื่องการตัดแต่ง-ลดกลบหนี้ของมาเลเซีย และหนึ่งในนั้นคือแผนรถไฟที่มีราคาสูงเสียดฟ้าราว 110,000 ล้านริงกิต หรือประมาณ 1,110,000 ล้านบาทกับระยะทาง 350 กิโลเมตร
เชื่อว่าตุนเอ็มไม่น่าจะล้มแผนเสียทีเดียว จากท่าทีต่อเนื่องที่หยิบเรื่องการซื้อขายน้ำดิบ (น้ำที่ยังไม่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ) ที่มาเลเซียเคยตกลงกับสิงคโปร์ไปตั้งแต่ปี 2505 มาพูดคุยอีกครั้ง พร้อมเหตุผลในทำนองที่ว่า มาเลเซียขายน้ำหมื่นแกลลอนด้วยราคา 3 เซนต์ ไม่ได้อีกแล้ว
อาจจะเป็นกลยุทธ์ของตุนเอ็มที่เอา “น้ำ” ปัจจัยสำคัญมาเอี่ยวในการเจรจาเรื่องรถไฟความเร็วสูง
ราวกับว่าสิงคโปร์กำลังถูกมาเลเซียข่มขู่ เพราะทั้ง “น้ำ” และ “รถไฟความเร็วสูง” เป็นปัจจัยสำคัญทั้งใน “ชีวิต” และ “การขับเคลื่อนประเทศ” รวมไปถึงแผนการพัฒนาพื้นที่เมืองกับโครงการบริเวณจูร่งตะวันออกที่จะมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบทะเลสาบจูร่ง และเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟความเร็วสูง
ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ก็ออกมาตอบโต้ตลอดว่าการเลื่อนแผนสร้างรถไฟ จะทำให้ราคาต้นทุนการสร้างเพิ่มขึ้น
ในบทความของวิลเลียม เพเซก ที่เขียนบทความเรื่อง “มาเลเซียพยายามช่วยเหลือสิงคโปร์ให้พ้นภัยตัวเอง” ลงในนิกเคอิ เอเชี่ยน รีวิว ค่อนข้างตอกย้ำว่าสิงคโปร์ต้องหาทางเอาตัวรอดการเมืองภายในของประเทศเพื่อนบ้านที่กระทบต่อแผนเชื่อมโยงภูมิภาค
เพเซกชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่สิงคโปร์ต้องผลิตสิ่งที่มีพลวัตและมีนวัตกรรมเพื่ออนาคตมากขึ้น พึ่งพิงโรงงานและทรัพยากรธรรมชาติให้น้อยลง ซึ่งจะทำให้สิงคโปร์มีแรงงานที่ชาญฉลาดและรอบด้านมากขึ้น ตลอดจนเปิดพื้นที่สตาร์ตอัพป้อนสู่ภาคบริการภูมิภาค
และพึ่งพาจีนให้น้อยลง หันกลับมาลงทุนเพื่อนบ้านให้มากขึ้น หลังสิงคโปร์โดนหางเลขสงครามการค้าจากสหรัฐ-จีน จากการส่งออกอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าลดลง
ฝ่ายที่รับอานิสงส์ด้านลบจากวิบากกรรมครั้งนี้หนีไม่พ้นสิงคโปร์ ที่หมายมั่นปั้นพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงให้เป็นเกตเวย์ใหม่ และฮับสำหรับการริเริ่มวิทยาศาสตร์แขนงใหม่ ๆ และนวัตกรรม
สิงคโปร์ไม่เคยพลาดเรื่องการมองขาดการเมืองเพื่อนบ้าน แต่เหตุไฉนถึงตกอยู่ในวิบากกรรมรถไฟความเร็วสูงของมาเลเซียได้
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
