เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
Finance สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
ดูทั้งหมด

ห้ามใช้ไขมันทรานส์… สู่เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ-

09 ส.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ แตกประเด็น

โดย ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ สถาบันอาหาร

ด้วยความที่อาหารกว่า 60% ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด ล้วนอุดมไปด้วยไขมันทรานส์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ขนมอบผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เค้ก คุกกี้ ขนมปังกรอบ ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ อาหารที่ทอดแบบน้ำมันท่วม เช่น โดนัทเฟรนช์ฟราย มันทอด ไก่ทอด รวมทั้งอาหารที่ใส่เนยขาว ครีมเทียม มาร์การีน เป็นต้น

พลันที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่าย น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (กรดไขมันทรานส์) และอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวเป็นส่วนประกอบ จึงสร้างกระแสความตื่นตัวเป็นอย่างมากในแวดวงอุตสาหกรรมอาหาร และประชาชนในฐานะผู้บริโภค เพราะเป็นการบังคับใช้ตามกฎหมาย มีบทลงโทษ ไม่เหมือนการรณรงค์โดยทั่วไป

สำหรับภาคอุตสาหกรรมอาหารรายใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐได้แจ้งเตือนและหารือร่วมกันมาก่อนหน้านี้ราว 2-3 ปี ทั้งยังมีเวลาอีก 6 เดือนนับจากนี้จึงจะบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีทดแทนการใช้เทคนิคการเติมไฮโดรเจนบางส่วนในน้ำมันแล้ว เช่น การผสมน้ำมัน หรือ oil blending ส่วนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารรายย่อยเองก็ไม่น่าจะต้องกังวล เพราะต้องรับน้ำมันจากผู้ผลิตน้ำมันซึ่งได้ปรับสูตรหมดแล้ว

ด้านอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งมีผู้ประกอบการรายย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อว่าจะมีเวลาเพียงพอในการปรับปรุงสูตร ในปัจจุบันมีผู้ผลิตมาร์การีน หรือเนยขาวที่ปราศจากไขมันทรานส์ออกมาจำหน่ายหลากหลายบริษัทด้วยกัน ทั้งยังสามารถเลือกใช้เนยสด ซึ่งเป็นไขมันธรรมชาติจากน้ำนมวัวเป็นส่วนผสม

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการของคนไทยนั้น มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไม่เพียงเฉพาะไขมันทรานส์ต้นเรื่องในวันนี้เท่านั้นครับ แต่เรามักบริโภคอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูง โซเดียมสูง น้ำตาลสูง กรดไขมันอิ่มตัวสูง บริโภคผักผลไม้ในปริมาณน้อยเกินไป มีอาการเครียดสะสม รวมถึงพักผ่อนและออกกำลังกายไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคในกลุ่มไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

แนวโน้มผู้ประกอบการจึงพยายามคิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปให้มีความหลากหลาย สร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคเพื่อขยายกลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้วิธีการลดส่วนผสมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำตาล และไขมัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1) กลุ่มลดปริมาณไขมันลง (reduced fatpackage food) มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 5,940 ล้านบาท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม ซอส เครื่องปรุงรส ขนมขบเคี้ยว และเนื้อสัตว์ 2) กลุ่มลดปริมาณน้ำตาลลง (reduced sugar package food) มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 660 ล้านบาท ได้แก่ ลูกอม โยเกิร์ต และแยม

ประมาณการว่ามูลค่าตลาดอาหารสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพในปี 2560 อยู่ที่ 6,600 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 6.0 และยังจะเติบโตต่อเนื่องในอีก 4 ปีข้างหน้า เฉลี่ยร้อยละ 5.7 ต่อปี คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 8,320 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต

เรามาถึงจุดที่ใกล้จะลงตัวแล้วครับ เรียกได้ว่าหมดห่วงแล้วกับ เรื่องไขมันทรานส์ เพราะมีกฎหมายบังคับใช้ เป็นจุดเปลี่ยนก็ว่าได้ครับสำหรับวงการอุตสาหกรรมอาหาร ผมคิดว่าเราควรใช้โอกาสนี้ช่วยกันสร้างแรงกระเพื่อม ต่อยอดการตระหนักรู้ถึงพิษภัยของการบริโภคอาหารรสชาติหวานจัด มันจัด เค็มจัดควบคู่ไปด้วย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ผู้ประกอบการที่เอาจริงกับเรื่องนี้จะได้มั่นใจว่า ควรใช้จ่ายงบประมาณให้กับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมให้ตลาดอาหารสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพขยายตัวได้ต่อไปอย่างไม่โดดเดี่ยวครับ

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”