คุมกำเนิดหลังคลอด อย่างไรดี-
คอลัมน์ คุยกับหมอพิณ
โดย พญ.พิณนภางค์ ศรีพหล
สวัสดีค่ะ จากประสบการณ์สมัยเรียนของหมอเอง เวลาอยู่ห้องคลอดเจอคุณแม่เบ่งคลอด
มักจะได้ยินว่า “ไม่เอาแล้ว…พอแล้ว…” (หมายถึง ไม่ต้องการมีลูกอีกแล้วนะคะ)
แม้บางรายจะยังบ่นแนว ๆ นี้…ในครรภ์ที่ 5 ก็ตาม สุดท้าย ก็ยังมีท้องถัดไปในเวลาอันสั้น
บางบ้าน อาจจะตั้งใจรีบผลิตลูก อันนี้เข้าใจค่ะ
แต่บางบ้าน (ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่เจอ) มักจะมาด้วย…พลาด
ก็ให้นมอยู่เห็นประจำเดือนไม่มา ไปตรวจอีกที เอ้า ลูกในท้องดิ้นซะแล้ว การให้นม ไม่ได้เป็นการคุมกำเนิดซะทีเดียว
อาจจะคุมกำเนิดได้ในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ที่ประจำเดือนยังไม่มา
แต่ถ้าพ้น 6 เดือนไปแล้ว คุณแม่ที่ให้นมบ้างไม่ได้ให้บ้าง
หากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกัน ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ค่ะ
ดังนั้นวันนี้เราจะมาคุยกันถึงวิธีคุมกำเนิดหลังคลอดแบบระยะยาวกันนะคะ ยาวที่ว่าก็คือ 3 ปี 5 ปีขึ้นไปนะคะ
นั่นก็คือการฝังยาคุมกำเนิด และใส่ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้มีประสิทธิภาพการคุมกำเนิดสูง
คือตั้งครรภ์ในปีแรก น้อยกว่า 1 รายใน 100 ราย เมื่อเทียบกับการรับประทานยาคุมกำเนิดที่อาจตั้งครรภ์ได้ 9 รายใน 100 ราย หรือการใช้ถุงยางอนามัยที่สามารถตั้งครรภ์ได้ 18 รายใน 100 ราย และทั้งการฝังยาคุมกำเนิด การใส่ห่วงคุมกำเนิด ไม่ส่งผลกระทบต่อการมีบุตรในอนาคตด้วยค่ะ
และสามารถทำได้หลังคลอดก่อนออกจากโรงพยาบาลได้เลยด้วย
ทีนี้เรามาลงรายละเอียดของแต่ละอย่างกันนะคะ
– การฝังยาคุมกำเนิด : ต้องมาให้คุณหมอฝังให้ค่ะขนาดหลอดยาที่ฝังเข้าไปจะมีขนาดเท่าประมาณหลอดไม้ขีด
โดยจะฝังต้นแขนด้านในข้างที่ไม่ถนัดของผู้ป่วย
มีทั้งแบบคุมกำเนิด 3 ปี (1 หลอด) 5 ปี 2 หลอด
หลักการทำงานของการฝังยาคุมคือ มันจะค่อย ๆ ปล่อยฮอร์โมนโปรเจสตินออกมาวันละเล็กละน้อย มีผลยับยั้งไข่ตก ทำให้โพรงมดลูกบางไม่เหมาะแก่การฝังตัว และทำให้มูกที่ปากมดลูกข้นเหนียว อสุจิว่ายผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกได้ยาก
แนะนำอย่างมากในคุณแม่วัยใสหรือคุณแม่วัยรุ่นนะคะ เพราะคุณแม่ควรกลับไปเรียนก่อน
ไม่ควรจะเป็นคุณแม่วัยใสลูก 2 นะคะ
ผลข้างเคียงของการฝังยาคุมกำเนิดที่พบบ่อยคือ การมีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด น้ำหนักตัวขึ้น เจ็บเต้านม ปวดศีรษะค่ะ
– การใส่ห่วงคุมกำเนิด มีทั้งแบบห่วงที่มีฮอร์โมนโปรเจสติน (คุมได้ 3-5 ปี) และห่วงที่ไม่มีฮอร์โมน หรือทองแดง ใช้ได้ถึง 10 ปี
ข้อควรระวังคือการฝังยาคุมกำเนิดและการใส่ห่วงคุมกำเนิด นั่นก็คือไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นะคะ ดังนั้นหากต้องการป้องกันควรใส่ถุงยางอนามัยร่วมด้วยค่ะ
ส่วนใครที่ต้องการคุมกำเนิดหลังคลอด แต่ไม่อยากคุมระยะยาว สามารถเลือกยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (ฮอร์โมนโปรเจสตินตัวเดียว ไม่เอาแบบฮอร์โมนชนิดรวมนะคะ เดี๋ยวน้ำนมจะไหลน้อย) หรือจะฉีดยาคุมทุก 3 เดือนก็ได้ค่ะ
วันนี้คงพอได้ข้อมูลการคุมกำเนิดหลังคลอด การคุมกำเนิดระยะยาวกันแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
