เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
ดูทั้งหมด

แบงก์ปล่อยกู้โมเดลใหม่ ถกธปท.-ยึดอาลีเพย์ต้นแบบ-

07 ก.ย. 2561 | 07:00น.

แบงก์เปิดศึกรอบใหม่ กรุงศรีฯดอดหารือ ธปท. ชงปลดล็อกกฎกติกาปล่อยกู้ “Data Lending” ซุ่มเจรจาพันธมิตรธุรกิจเชื่อมข้อมูลลุยปล่อยกู้โมเดลใหม่ปลายปีนี้ ทำ “เครดิตสกอริ่ง” แบบใหม่ใช้ข้อมูลพฤติกรรมจับจ่าย ผนวกโซเชียลมีเดียวิเคราะห์ความเสี่ยงลูกค้า หวังเจาะลูกหนี้นอกระบบ แบงก์ชาติห่วงปัญหา “หนี้เสีย” สั่งทำแผนเพิ่ม อีก 2-3 เดือนรู้ผล ไทยพาณิชย์ดึง “กวีวุฒิ” มือดี ปตท.คุมโปรเจ็กต์ “Data Lending” พร้อมลุยเต็มสูบปีหน้า

BAY ดอดถกแบงก์ชาติ

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้นัดหารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อนำเสนอข้อมูลและแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้ารายย่อยโดยใช้ information base lending หรือ data lending ให้ทาง ธปท.พิจารณา ซึ่งเป็นไปตามที่ ธปท.เคยระบุว่า ต่อไปนี้การปล่อยกู้จะต่างไปจากเดิม ขณะเดียวกันการให้สินเชื่อภายใต้โมเดลใหม่ ธปท.ก็ต้องมีการแก้ระเบียบต่าง ๆ ด้วย

“เราเข้าไปเสนอข้อมูลกับทาง ธปท.ว่า รูปแบบที่จะทำเป็นการใช้ข้อมูลที่เราทำงานร่วมกับพันธมิตร ผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจ แต่ยังบอกไม่ได้ว่ามีใครบ้าง รวมถึงข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะขึ้นกับความยินยอมเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าด้วย เราก็นำข้อมูลเหล่านี้มาแชร์ให้ ธปท.เห็นว่าน่าจะทำได้ โดย ธปท.ก็รับลูก และหลังจากนี้ก็คงพูดคุยกันเป็นการภายในอีกระยะหนึ่ง” นายฐากรกล่าว

ลุยปล่อยกู้ Data Lending

นายฐากรกล่าวว่า โดยครั้งนี้ธนาคารได้นำเสนอโมเดลธุรกิจไป 4 โมเดล ด้วยการกำหนดตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้ (เครดิตสกอริ่ง) แบบใหม่ โดยพิจารณาจากพฤติกรรมลูกค้า อาทิ การใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้า การใช้งานโซเชียลมีเดีย พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น นำมาวิเคราะห์ร่วมกันแล้วประเมินจัดลำดับออกมา

“ยกตัวอย่าง มีเจ้าของธุรกิจรายย่อยรายหนึ่งไม่ได้เป็นลูกค้าธนาคาร แต่ไปช็อปที่ร้านแห่งหนึ่งที่เป็นพาร์ตเนอร์กับแบงก์ ทำให้เราเห็นข้อมูลว่าตลอด 3 ปี เขาซื้ออย่างต่อเนื่อง สัปดาห์หนึ่งซื้อ 3 ครั้ง แสดงว่าธุรกิจต้องดี ถึงซื้อได้ต่อเนื่อง และการซื้อต่อครั้งมากขึ้น ก็จะมีคำถามตามมาว่า เราจะเอาอย่างไรกับเขา” นายฐากรกล่าว

อย่างไรก็ตาม โมเดลธุรกิจที่ธนาคารเสนอ ธปท.จะต้องแก้ระเบียบหลายอย่าง เช่น ปัจจุบันลูกค้าจะมีบัตรเครดิตได้ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน หากมีรายได้ 13,000 บาทก็อนุมัติไม่ได้ แต่ถ้าหากใช้โมเดล information base lending แบงก์จะไม่ได้ดูว่ามีเงินเดือนเท่าไหร่ แต่จะประมวลจากพฤติกรรมและข้อมูลอื่น ๆ เป็นวิธีการทำเครดิตสกอริ่งใหม่ ที่ช่วยให้แบงก์สามารถเข้าใจความเสี่ยงของลูกค้าได้มากขึ้น และทำให้ธนาคารมีวิธีช่วยพวกร้านค้าเล็ก ๆ ที่เดิมต้องไปกู้ยืมเงิน เสียดอกเบี้ยสูง ๆ ให้เข้าถึงแหล่งเงินที่ต้นทุนถูกกว่าได้

“เรามองว่าการมีรายได้ 15,000 บาท จำเป็นต้องให้เครดิตไลน์ 50,000 บาท แต่การที่ลูกค้ามีรายได้ 13,000 บาท และใช้จ่ายแค่เดือนละ 3,000 บาท เราก็อาจให้วงเงินเขา 6,000 บาทก็ได้ เพราะจะมีวิธีการทำเครดิตสกอริ่งใหม่ มีวิธีเข้าใจความเสี่ยงได้ดีขึ้นจากการใช้ข้อมูลที่มากขึ้น”

ธปท.ห่วงสร้างหนี้เสีย

นายฐากรกล่าวอีกว่า จากการหารือ ทาง ธปท.ยังมีความกังวลในเรื่องการก่อหนี้ครัวเรือน โดยได้ให้ธนาคารกลับมาพิจารณาในรายละเอียดว่า จะทำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดหนี้เสียอย่างไร ซึ่งธนาคารก็จะกลับมาทำการบ้านในประเด็นนี้เพิ่มเติม คาดว่ากระบวนการพิจารณาเกณฑ์ของ ธปท. น่าจะใช้เวลาอีกราว 2-3 เดือน ซึ่งเมื่อมีการอนุมัติ หลังจากนั้นธนาคารคาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 3-4 เดือน ในการเก็บข้อมูลลูกค้าเพิ่มเติม ก็น่าจะเริ่มดำเนินการปล่อยกู้ได้ ซึ่งคงเริ่มจากสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอย่างสินเชื่อส่วนบุคคลก่อน

เมื่อถามว่าการปล่อยกู้ในรูปแบบ data lending จะทำให้แบงก์โตแบบก้าวกระโดดแค่ไหน นายฐากรกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะช่วยให้แบงก์ปล่อยกู้ได้โตอีกเท่าไหร่ แต่เชื่อว่ายังมีโอกาสที่มากมหาศาล เห็นได้จากข้อมูลของ ธปท.ที่บอกถึงสาเหตุของหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจัยหนึ่งเกิดจากหนี้นอกระบบลดลง เพราะเข้ามาอยู่ในระบบแทน ดังนั้น กลุ่มหนี้นอกระบบจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของธนาคาร แต่ขณะเดียวกันก็อาจต้องยอมรับว่า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนก็อาจสูงขึ้น

ขยายฐานตลาดที่ไม่รู้จัก

“โมเดลของแบงก์ก็คือต้องลงไปให้ถึงคนที่แบงก์ไม่เคยเจอ ไม่รู้จัก และไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะผู้บริโภครากหญ้า สินเชื่อที่เขาต้องการไม่ได้มาก ซึ่งถ้าเราเห็นข้อมูลก็จะสามารถช่วยคนเหล่านี้ได้ ผมยังเชื่อว่า สินเชื่อเป็นการต่อยอด ต่อชีวิตอะไรสักอย่าง คือถ้าเขามีอยู่แล้วก็คงไม่ขอ แต่ถ้าเขาไม่มีและมาขอเพื่อเอาไปต่อยอดธุรกิจ ก็น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ด้วย แม้ว่าอาจจะทำให้ตัวเลขนี้ครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น” นายฐากรกล่าว

นายฐากรกล่าวว่า คนที่จะสู้หนี้นอกระบบได้ดี ต้องเป็นสถาบันการเงินเพราะมีเครือข่ายที่แข็งแรง มีฐานลูกค้า ที่สำคัญ มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารได้ทำสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ “เถ้าแก่ทันใจ” มา 2 ปี ทำให้รู้ว่าวิธีการแบบเดิมจะปล่อยกู้ลำบาก เพราะต้นทุนปล่อยกู้สูงกว่า 20% แม้จะคิดดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมได้ถึง 36% ก็ไม่คุ้ม เพราะโมเดลไม่เหมาะสม ต้นทุนกับความเสี่ยงไม่บาลานซ์กัน ถ้าอยากรับความเสี่ยงได้มากขึ้น ต้นทุนการปล่อยกู้ต้องน้อยลง ดังนั้น ธนาคารจึงจะปรับเปลี่ยนรูปแบบมาใช้ information base lending ที่จะทำให้ปล่อยกู้ได้มากขึ้น

“ยุคต่อไปจะเป็น information base lending จากทุกวันนี้แบงก์ใช้ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกใบสมัคร ส่งสลิปเงินเดือนมา เราก็เอาไปเช็กเครดิตบูโร แล้วมาวิเคราะห์ตัดสินใจอนุมัติบัตรเครดิต ซื้อรถ ซื้อบ้านนี่คือรูปแบบเดิม แต่ต่อไปเราจะมีข้อมูลที่ได้จากแอปพลิเคชั่น จากการเชื่อมต่อกับพันธมิตต่าง ๆ ทำให้ร้านค้าที่เดิมธนาคารอาจจะไม่ปล่อยกู้ รวมถึงคนขับรถมอเตอร์ไซค์ที่รับส่งสินค้าผ่านแอปต่าง ๆ รายย่อยเหล่านี้ก็จะเข้าถึงสินเชื่อได้ จากเดิมที่แบงก์ไม่ปล่อย” นายฐากรกล่าว

SCB เปิดศึกต้นปีหน้า

ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส chief marketing officer ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์วางแผนปล่อยกู้โดยใช้ฐานข้อมูล (data lending) อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงต้นปี 2562 ตอนนี้ถือว่าการปล่อยกู้รูปแบบนี้แบงก์ยังเข้าไม่ถึง ยังไม่มีแบงก์ไหนทำได้ จะมีก็แต่ “อาลีเพย์”ของอาลีบาบา ในเมืองจีน และในอเมริกาที่เริ่มทำ ด้วยการใช้ข้อมูลพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งจากโซเชียลมีเดีย ข้อมูลจากกิจการโทรคมนาคม หรืออื่น ๆ มาประกอบ

“ตอนนี้ใครที่มีแพลตฟอร์มและมีดาต้าก็อยากปล่อยกู้หมด นอกจากอาลีบาบาแล้ว ตอนนี้ Grab ที่กำลังจะปล่อยกู้ให้กับพวกแท็กซี่ ขณะที่แบงก์ก็มีดาต้า แต่ยังไม่พอต้องร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ เช่น คนที่ขายของอยู่ห้างมาแล้ว 8 ปี ขายดีมากแต่ตอนนี้แบงก์ยังไม่มีกระบวนการที่จะปล่อยกู้ให้เขาจริงจัง ต้องร่วมกับพาร์ตเนอร์ ว่าเขามีหลักฐานจ่ายเงินค่าเช่าตรงเวลามา 8 ปี เป็นต้น การมีหลาย data มาประกอบ จะทำให้ยิงได้แม่นยำขึ้น แล้วเราก็สามารถปล่อยกู้ให้คนที่แบงก์ไม่เคยแตะมาก่อนได้” นายธนากล่าว

ดึงมือดี ปตท.ทำโปรเจ็กต์

นายธนายอมรับว่า ต่อไปการปล่อยกู้ผ่าน data ก็แข่งขันกันมากขึ้นแน่นอน ข้อดี คือ ปัจจุบันยังไม่มีใครเริ่มจริงจัง ทำให้แบงก์ก็มีโอกาสเท่า ๆ กันกับกลุ่มอื่น โดยหากการแข่งขันเกิดขึ้นก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย ช่วยให้คนบางกลุ่มที่เดิมอาจจะเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

“ถ้าทุกคนแข่งตรงนี้โดยรวมจะดีต่อเศรษฐกิจ ที่จะมีประสิทธิภาพขึ้น ลดเงินกู้นอกระบบด้วย” นายธนากล่าว

แหล่งข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยว่า ขณะที่ทางธนาคารได้มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อมาทำโปรเจ็กต์ data lending ของธนาคาร โดยได้ดึงตัว นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร หัวหน้าทีม ExpresSo มือดีของ บมจ.ปตท. มาร่วมงาน พร้อมกันนี้ ธนาคารยังได้ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกหลายคนเข้ามาร่วมงาน เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจการปล่อยสินเชื่อรูปแบบใหม่ ซึ่งตามแผนทีมนี้คาดว่าจะมีประมาณ 50 คน โดยเบื้องต้นเรียกว่าเป็นทีม “Ten X” เพราะธนาคารมองว่าหากโมเดลนี้สำเร็จ จะทำให้ธนาคารสามารถเติบโตได้แบบ 10 เท่าตัว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”