เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ปัดฝุ่นสายสีแดง Missing Link จิ๊กซอว์ใหม่ ‘เชื่อม 3 สนามบิน’ 
Economic ปัดฝุ่นสายสีแดง Missing Link จิ๊กซอว์ใหม่ ‘เชื่อม 3 สนามบิน’ 
พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนลดลง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนลดลง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
Festival Economy จับเทรนด์ธุรกิจคอนเสิร์ตหมื่นล้าน 
Business Festival Economy จับเทรนด์ธุรกิจคอนเสิร์ตหมื่นล้าน 
ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
Business ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
ดูทั้งหมด

นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการ กปภ. คนใหม่ ชงยุทธศาสตร์รับเมืองขยายตัว-

21 ก.ย. 2561 | 07:00น.

สัมภาษณ์

ก้าวเข้าสู่การทำงานเดือนที่ 2 สำหรับ “นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย” ผู้ว่าการคนที่ 14 ของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์กัถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ทิศทาง และนโยบายการเป็นผู้ให้บริการน้ำประปา ที่ กปภ.ตั้งเป้าจะพัฒนาองค์กรไปสู่ระดับสากล สามารถให้บริการน้ำประปาที่มีคุณภาพได้ทั่วถึงทั้งประเทศ

“นพรัตน์” บอกว่า การจะก้าวไปสู่ความเป็นสากลของการให้บริการน้ำประปานั้น 1.ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ 2.การจะเป็นองค์กรที่เป็นสากลต้องพัฒนาการตลาด สร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทของ กปภ.ต่อสาธารณชน และ 3.ขยายกิจการสร้างสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมไปถึงจัดระบบกำไร-ขาดทุนให้สมดุลกัน ซึ่ง กปภ.ให้บริการครอบคลุมทุกจังหวัด ยกเว้น กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ หากแต่การลงทุนส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่เฉพาะตัวเมืองของแต่ละจังหวัดเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นต้องดูว่าคุ้มค่าต่อการเดินท่อที่ค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายสูงหรือไม่

การพัฒนาองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0 มีอยู่ 3 ส่วน คือ 1.การให้บริการประชาชน ทั้งใบแจ้งค่าบริการและการจ่ายน้ำสามารถทำได้ในระบบดิจิทัล 2.แหล่งผลิตและแจกจ่ายน้ำจะมีเซ็นเซอร์ควบคุมมาอยู่ที่ศูนย์กลาง เพื่อให้ควบคุมการจ่ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.เรื่องของพฤติกรรมผู้ใช้ ทาง กปภ.สามารถนำมาพยากรณ์ในเรื่องของการตลาดได้ สรุปคือการให้บริการสามารถเชื่อมโยงทั้งหมดเข้าด้วยกันด้วยระบบดิจิทัล เช่น การแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สามารถควบคุมได้ในระยะไกล

“ปัจจุบันสำนักงานมีอยู่ 234 แห่งทั่วประเทศ มีแหล่งผลิตและแหล่งจ่ายน้ำประมาณ 500 กว่าแห่ง ส่วนการผลิตเพื่อรองรับการขยายตัวของประชาชนนั้นเพิ่มขึ้นทุกปี 5-10% โดยในปี 2561 มีการพัฒนาค่อนข้างมาก โครงการที่โดดเด่นและสำคัญที่ทำเสร็จแล้ว คือ โครงการทำท่อน้ำประปาลอดทะเลไปยังเกาะสมุย ปลายปีนี้จะสามารถส่งน้ำจากสุราษฎร์ธานีบริเวณขนอมไปถึงเกาะสมุยได้ โดยมีปริมาณน้ำ 1,000 ลบ.ม./ชม. สามารถให้บริการคนที่เกาะสมุยได้ 1 แสนคน โดยระยะที่ 1 อยู่ระหว่างการทดสอบ เป็นการเดินท่อในทะเล 20 กม. แต่จากแหล่งผลิตน้ำถึงเกาะสมุยอยู่ที่ 110 กม. โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 งบประมาณกว่า 2,200 ล้านบาท และระยะที่ 2 อีก 2-3 ปี จะสามารถให้บริการน้ำได้ถึง 2 แสนคน”

นอกจากนี้ มีนโยบายการขยายการให้บริการเกี่ยวกับโครงการสำคัญจะเกิดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่อีอีซีที่ต้องใช้เวลาดำเนินการหลายปี และมีโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ได้แก่ สะเดา สระแก้ว แม่สอด มุกดาหาร ที่ กปภ.เข้าไปทำระบบผลิต ระบบแจกจ่าย และต่อท่อไปให้ถึงผู้ใช้น้ำ โดยเพิ่มกำลังผลิตทุกโครงการ เพราะพื้นที่ชายแดนมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก ส่วนโครงการเร่งด่วนคือการให้บริการในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว เช่น กระบี่ ภูเก็ต เพราะปัจจุบันเริ่มขาดน้ำ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น

“นพรัตน์” ชี้ให้เห็นว่า เมืองท่องเที่ยว 3 เมืองแรกที่ กปภ.เล็งเห็นศักยภาพ คือ ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ถัดมาคือ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ ขอนแก่น ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญที่ กปภ.จะขยายไปตามการลงทุนของโรงแรมและรีสอร์ต คือ ชายทะเลภาคตะวันออก อันดามัน ประจวบคีรีขันธ์ หัวหิน จนถึงชะอำ เรียกได้ว่าหากมีโรงแรมเกิดขึ้น การให้บริการน้ำประปาของ กปภ.ต้องทั่วถึงและเพียงพอ จุดไหนมีโอกาสที่คนจะหนาแน่นในอนาคต จะเป็นเป้าหมายหลักของ กปภ.ที่จะขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงที เพราะปกติกำลังผลิตจะต้องสูงกว่าการใช้น้ำอยู่ที่ 10-20% ฉะนั้น เมื่อมีการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ต้องขยายเพิ่มขึ้นตาม การลงทุนในกรณีที่เงินทุนไม่เพียงพอ อาจจะต้องร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งกรณีนี้มีอยู่น้อยมาก เพราะภาครัฐค่อนข้างให้ความสำคัญ บางโครงการให้เงินสนับสนุนถึง 75% อีก 25% จะเป็นส่วนที่ กปภ.ลงทุนด้วยตัวเอง

“หน้าที่ของ กปภ. คือ การจัดสรรน้ำสะอาดให้กับประชาชน ตอนนี้แบ่งการให้บริการพื้นที่ออกเป็น 5 ภาค 10 เขตให้บริการ โดยมี 25 ลุ่มน้ำเป็นแหล่งผลิตน้ำที่สำคัญทั่วประเทศ เราอยากบอกประชาชนว่า น้ำเรามีคุณภาพตามหลักสากล รวมถึงราคาเราเทียบจากต้นทุน ซึ่งคุณภาพของน้ำสามารถใช้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งอาบน้ำและกิน เราอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในบทบาทของเรา ซึ่งเรายังขาดเรื่องการประชาสัมพันธ์อยู่มาก ส่วนเรื่องรายได้น้อยมาก แต่ตอบได้ว่าอยากเข้าถึงคนใช้น้ำให้ได้เพิ่มขึ้นปีละ 5% หรือประมาณปีละ 2 แสนราย”

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”