เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
ดูทั้งหมด

ธปท. ฉีดยาแรงสกัด “เก็งกำไร” เปิดข้อมูล “ความเสี่ยง” เร่งดีมานด์เทียม-

08 ต.ค. 2561 | 07:00น.

จากความกังวลเรื่องความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสัญญาณการเก็งกำไรภาคอสังหาริมทรัพย์ และนำมาสู่ปัญหาการเร่งตัวของหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) สินเชื่ออสังหาฯที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศแนวนโยบาย macroprudential สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นการสกัดความร้อนแรงของการเก็งกำไรในตลาดอสังหาฯ

เกณฑ์ใหม่คุมสินเชื่ออสังหาฯ

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการกลุ่มงานด้านเสถียรภาพระบบการเงิน ธปท. กล่าวว่า แนวนโยบายการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมี 2 ประเด็นหลัก คือในการกู้สัญญาที่ 2 ขึ้นไป ทั้งแนวสูงและแนวราบ หรือซื้อที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีเงินดาวน์ขั้นต่ำ 20% (LTV limit 80%) จากเดิมที่กำหนดให้บ้านแนวราบราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 5% คอนโดฯ 10% และที่อยู่อาศัยราคาเกิน 10 ล้านบาท ควรมีเงินดาวน์ 20% (risk weight by LTV 80%)

ประเด็นที่ 2 ให้นับรวมสินเชื่อ top up ทุกประเภทที่ใช้หลักประกันเดียวกันในการคำนวณสัดส่วน LTV อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจ่ายเบี้ยประกันชีวิต จากเดิมจะนับเฉพาะเงินกู้ซื้อบ้าน เพื่อสะท้อนความเสี่ยงมูลหนี้รวม โดย ธปท.นัดหารือกับผู้เกี่ยวข้องวันที่ 11 ต.ค. และเปิดรับข้อเสนอแนะถึง 22 ตุลาคม 2561 เตรียมบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2562

แข่งปล่อยสินเชื่อหนุน “เก็งกำไร”

รายงานจาก ธปท.ระบุว่า สถานการณ์การแข่งขันในตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อหย่อนลง เริ่มเห็นการ “สะสมความเสี่ยง” เพิ่มขึ้น และพบการเก็งกำไรโดยหวังผลตอบแทนการลงทุนจากการปล่อยเช่าหรือขายต่อ

และการแข่งขันในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นตัวเร่งการเก็งกำไรอสังหาฯ ก่อความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและระบบการเงิน และพบว่าผู้ประกอบการยังระดมทุนในระดับสูง สะท้อนแนวโน้มธุรกิจที่ยังขยายต่อเนื่อง การปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยก็เพื่อยกระดับมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ไม่ทำให้เกิดการก่อหนี้เกินตัวของภาคครัวเรือนการเก็งกำไร ให้สถาบันการเงินตระหนักถึงความเสี่ยงจากมูลค่าอสังห ฯ ที่อาจปรับลดลง

ดีมานด์เทียมดันราคาอสังหาฯพุ่ง

ธปท.ชี้แจงว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ทั้งกลุ่มที่ต้องการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่จริง โดยเฉพาะผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกจะไม่ได้รับผลกระทบ และยังได้รับประโยชน์เนื่องจากจะสามารถซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น เพราะดีมานด์เพื่อการลงทุนและเก็งกำไรจะลดลง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาราคาอสังหาฯเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้เฉลี่ยครัวเรือน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของดีมานด์เพื่อการลงทุนและเก็งกำไร

“สินเชื่อเงินทอน” เพิ่มเสี่ยงแบงก์

รายงานของ ธปท.ระบุว่า มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินมีแนวโน้มหย่อนลงใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1) จำนวนบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ที่มีมูลค่าสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันอสังหาริมทรัพย์ (LTV) เกิน 90% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ นอกจากนี้ หากรวมสินเชื่อ top up พบพฤติกรรมการให้ LTV ที่สูงกว่า 100% เริ่มมากขึ้นทั้งแนวราบและแนวสูงในทุกระดับราคา รวมถึงการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยสัญญาที่ 2 ขึ้นไป

การแข่งขันในตลาดสินเชื่อดังกล่าว นอกจากผู้กู้อาจไม่ต้องเตรียมออมส่วนเงินดาวน์ยังมีกรณีที่ได้รับสินเชื่ออเนกประสงค์ หรือเงินทอน (cash back) เพิ่มด้วย จากการประเมินมูลค่าหลักประกันที่เกินจริง หรือผู้ประกอบการลดราคาขายจริงต่ำกว่าราคาที่ระบุในสัญญาซื้อขาย และการให้สินเชื่อที่ LTV สูงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดอสังหาฯช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนจากดัชนีราคาโดยเฉพาะที่ดินและอาคารชุดที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ไม่เร่งฟองสบู่ แต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มของระดับรายได้เฉลี่ยของผู้กู้

2) มูลค่าสินเชื่อเมื่อเทียบกับรายได้ (loan to income : LTI) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถาบันการเงินมีการยืดเวลาการผ่อนชำระหนี้ให้ยาวขึ้น แต่ภาระการผ่อนชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยต่อรายได้กลับยังไม่ลดลง การยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นทำให้คุณภาพสินเชื่อลดลงสวนทางกับคุณภาพสินเชื่ออุปโภคบริโภคประเภทอื่นที่ปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

LTV สูงส่งเสริมเก็งกำไร

ประเด็น 3) การให้สินเชื่อในระดับ LTV สูง มีส่วนสนับสนุนการกู้ซื้อเพื่อลงทุนหาผลตอบแทน ทั้งปล่อยเช่า และราคาขายต่อที่สูงขึ้นในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งพบว่าการกู้สัญญาที่ 2 ขึ้นไปอาจเป็นการซื้ออสังหาฯเพื่อการลงทุนมากกว่าอาศัยจริง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดฯ และพบว่ามีการเร่งขึ้นของการให้ LTV ในระดับสูงในกลุ่มที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นเสมือนสภาพคล่องที่หล่อเลี้ยงระดับ
ราคาอสังหาฯในตลาดที่มีความเสี่ยงจากการเก็งกำไร

หนี้เสียผู้กู้ที่มี 2 สัญญาพุ่ง

ข้อมูล ธปท.ระบุว่า ภาพรวมราคาอสังหาฯ ที่ปรับขึ้นเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้กู้ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำ ยิ่งกระทบความสามารถในการกู้ของกลุ่มต้องการกู้ซื้อเพื่ออยู่จริง ขณะที่ผู้กู้สัญญาที่ 2 ขึ้นไป แม้รายได้ค่อนข้างสูง แต่มีแนวโน้มลดลง สอดคล้องกับการเร่งขึ้นของหนี้เสียของผู้กู้ 2 สัญญาขึ้นไป นอกจากนี้ LTV ที่สูงขึ้นยิ่งเพิ่มความอ่อนไหวต่อตลาดอสังหาฯ จากความไม่แน่นอนของมูลค่าหลักประกัน หากราคาปรับลดลงรุนแรง จากความต้องการซื้อไม่เป็นไปตามคาด จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและระบบการเงินในวงกว้างได้

ธปท.มองว่า สถานการณ์การแข่งขันในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยขณะนี้ หากไม่มีมาตรการเชิงป้องกันอาจส่งผลลบต่อมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ สถาบันการเงินจะเสี่ยงสูงขึ้น

และพฤติกรรมการผ่อนปรนมาตรฐานการให้สินเชื่อจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการกู้ยืมเกินความจำเป็น และกระตุ้นให้ตลาดอสังหาฯเติบโตเกินความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยที่แท้จริง ซึ่งล้วนสร้างความเปราะบางแก่ระบบการเงินในระยะยาว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”