เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
ดูทั้งหมด

2 นครา “การตลาด”-

31 ต.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยานนท์

แม้จะเป็นเรื่องราวในแวดวงบันเทิง

แต่ถือเป็นปรากฏการณ์ทางด้านการตลาดที่น่าสนใจ

นั่นคือ เรื่องราวของ “เลือดข้นคนจาง” และ “นาคี 2”

สำหรับ “เลือดข้นคนจาง” นั้น คนอ่าน “ประชาชาติธุรกิจ” น่าจะรับรู้อยู่แล้ว

เพราะกระแสของละครเรื่องนี้ดังมากโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย คำว่า “ใครฆ่าประเสริฐ” กลายเป็นคำฮิตที่โด่งดังทั่วบ้านทั่วเมือง

เรตติ้งทางโทรทัศน์ตอนแรกไม่แรงนัก

จนช่วงท้าย ๆ ค่อยขยับมาที่ 3 กว่า

แต่ยอดดูทางไลน์ทีวีและย้อนหลังทางยูทูบสูงมาก

นั่นเป็น ความแรงที่เกิดขึ้นใน “สื่อใหม่”

แต่อีกมุมหนึ่งของวงการบันเทิง ภาพยนตร์เรื่อง “นาคี 2” ทำรายได้ 4 วัน แรงสูงถึง 200 กว่าล้านบาททั่วประเทศ

และคาดว่าอาจจะถึง 400-500 ล้านบาท

แต่เชื่อไหมว่า “นาคี 2” เป็นหนังที่คนในโซเชียลมีเดียไม่ค่อยรู้จัก

จนเข้าโรงแล้วทำรายได้มโหฬาร

คนกลุ่มนี้จึงเริ่มรู้จัก “นาคี 2”

แต่สำหรับคนดูทีวี กระแส “นาคี 2” แรงมาก

ช่อง 3 โปรโมตแบบจัดเต็ม

เขาอาศัยฐานลูกค้าเก่าจากคนที่เคยดู “นาคี” ภาคแรกที่เรตติ้งสูงมากเมื่อ 2 ปีก่อน

คนกลุ่มนี้รู้จัก “นาคี”

ผูกพันกับตัวละครในเรื่อง

เขาย่อมอยากรู้ว่า เรื่องราวต่อจาก “นาคี” ภาคแรก เป็นอย่างไร

ละครช่อง 3 เรื่องนี้เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับชาวบ้านทั่วไป

เป็นสินค้า “แมส”

พอโปรโมตแรง ๆ กับกลุ่ม “แมส” ที่รักสินค้านี้จริง ๆ

ถล่มทลายเลยครับ

ฐานมวลชน “รากหญ้า” เป็นกลุ่มที่ประมาทไม่ได้จริง ๆ

เป็นกลุ่มเดียวกับแฟนเพลงลูกทุ่ง

รักใครรักจริง

ในยุคก่อนตอนที่ “เทป-ซีดี” กำลังอ่อนแรง

“เทป” หรือ “ซีดี” ที่ขายดีที่สุด คือ เพลงลูกทุ่ง

ชาวบ้านอยากอุดหนุนศิลปินในดวงใจของเขา

“นาคี 2” ก็คือ ปรากฏการณ์แบบเดียวกัน

กลยุทธ์ของเขาเหนือชั้นมาก

ดึงคนที่รักและภักดีต่อสินค้าที่เคยดูฟรีทางจอทีวีให้ยอมมาเสียเงินซื้อตั๋วหนังสำเร็จ

และยังมี “ลูกเล่น” ที่เหมาะกับตลาดนี้ด้วย

นั่นคือ แจก “เหรียญ” ที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วให้กับคนที่จองตั๋วล่วงหน้า

มีคูปองรับเหรียญพร้อมตั๋วเป็นเรื่องเป็นราว

วางจังหวะหนังฉายก่อนเทศกาลบั้งไฟพญานาค

และช่อง 3 ก็ถ่ายทอดสดเทศกาล “บั้งไฟพญานาค”

คนที่รำหน้าขบวนคือ “ญาญ่า” นักแสดงนำในหนัง “นาคี 2”

เป็นไงครับ

ช่อง 3 โชว์ให้เห็นว่า พลังของ “สื่อทีวี” ยังแรงอยู่

ชาวบ้านยังดูทีวี

เรื่องนี้น่าสนใจนะครับ

ถ้า “อาร์เอส” ใช้กลยุทธ์ทำจอโทรทัศน์เป็นห้างสรรพสินค้า

ทำรายการเรตติ้งดี ๆ ดึงคนมาดูช่อง 8

และทำรายได้จากการขายเครื่องสำอางที่เขาผลิตเอง

สร้างโมเดลธุรกิจใหม่

“ช่อง 3” ก็ปรับกลยุทธ์เช่นกัน

เขาไม่ได้ขายเครื่องสำอาง

แต่ต่อยอด “ละคร” ไปสู่ “หนัง”

กำหนด “กลุ่มเป้าหมาย” คือ คนดูละครที่รักและภักดีกับตัวละครและเรื่องราว

จากเดิมที่ “ดูฟรี”

เขากระตุ้นให้คนดูละครไปจ่ายตังค์ดูหนังแทน

ช่อง 8 และช่อง 3 เหมือนกันตรงที่เขาเปลี่ยนรูปแบบการหารายได้ใหม่

จากเดิมคือทำเรตติ้งละคร หรือรายการให้สูง ๆ

เอา “เรตติ้ง” ไปขายโฆษณาจากเอเยนซี่

แต่วันนี้ “ช่อง 8” ทำสินค้าเอง

แล้วขายสินค้ากับ “คนดู”

ส่วน “ช่อง 3” สร้างสินค้าใหม่ คือ “หนัง”

ต่อยอดจากละคร

แล้ว “ขายตรง” กับ “คนดูละคร” กลุ่มเดิม

เอาเงินจากกระเป๋า “คนดู” โดยตรง

ไม่ใช่ “เอเยนซี่โฆษณา”

ช่อง 3 และช่อง 8 คิดเหมือนกัน

แต่ใช้กลยุทธ์คนละแบบ

ผมลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้า “ช่องวัน” ของ “แกรมมี่” เอาบ้าง

ทำหนัง “เลือดข้นคนจาง” ภาค 2 ฉายในโรงขึ้นมา

ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

น่าสนใจนะครับ

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”