เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
Economic เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
ดูทั้งหมด

ปีที่ 21 “คุมอง” ในไทย ปักธง 500 ศูนย์-โฟกัสเด็กเล็ก-

02 พ.ย. 2561 | 07:00น.

ย้อนไปช่วง 20 ปีก่อนหน้านี้ ใครอยากเก่งคณิตศาสตร์ต้องไปเรียนกับ “คุมอง” ระบบการเรียนจากประเทศญี่ปุ่นที่มีจุดเริ่มต้นจากพ่อที่ต้องการให้ลูกใช้เวลาทำแบบการบ้านให้น้อยที่สุด เพื่อใช้เวลาที่เหลือไปเรียนรู้เรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม จนถึงวันนี้ บริษัท คุมอง ไทยแลนด์ จำกัด กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 ในประเทศไทย “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “โนโบรุ ทาคาฮิระ” ประธานกรรมการ ถึงทิศทางธุรกิจการศึกษาในไทยของ
คุมอง ท่ามกลางการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

“การแข่งขันสูงมาก เพราะมีโรงเรียนกวดวิชาใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในระบบจำนวนมาก ในขณะที่จำนวนนักเรียนลดลง”

คำกล่าวเบื้องต้นเป็นคำพูดของ “โนโบรุ ทาคาฮิระ” เริ่มต้นฉายภาพให้เห็นว่า ระบบการเรียนแบบคุมองกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ โดยเขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้การแข่งขันจะสูงมาก แต่ยังมองว่าตลาดการศึกษาในไทยค่อนข้างมีศักยภาพ ฉะนั้น อย่างแรกที่ต้องทำคือการขยายเครือข่ายของศูนย์คุมองเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อเครือข่ายเพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงว่าจำนวนนักเรียนจะเพิ่มมากขึ้นด้วย

ตั้งเป้าขยายศูนย์เพิ่ม 24 แห่ง

ในอดีตนั้นระบบการเรียนรู้แบบคุมองถูกสร้างขึ้นโดย “โทรุ คุมอง” ที่มีจุดเด่นคือให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง ดึงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาใช้ คิด และทำอย่างเป็นระบบ และ “โทรุ คุมอง” ยังมีความฝันที่จะขยายศูนย์คุมองไปทั่วโลกด้วยรูปแบบ “แฟรนไชส์” ที่เปิดสอนใน 3 วิชา คือ คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย โดยปัจจุบันคุมองมีศูนย์ในไทยรวมทั้งสิ้น 474 แห่ง ขณะที่ศูนย์คุมองในญี่ปุ่นมีถึง 16,000 แห่ง

ทั้งนี้ ตามแผนปี’61 คุมองจะขยายศูนย์เพิ่มอีก 2 แห่ง รวมเป็น 476 แห่ง และในปี’62 จะขยายศูนย์เพิ่มอีก 24 แห่ง รวมจำนวนศูนย์ทั้งสิ้น 500 แห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์คุมอง จะต้องมีความพร้อมและมีความสามารถทางวิชาการ นอกเหนือจากนี้ ยังต้องผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์เพื่อให้เห็นถึงมุมมองความคิดว่าสอดคล้องกับแนวคิดของคุมองหรือไม่

“หากคิดว่าอยากสร้างกำไรมาเป็นอันดับแรก เราจะปฏิเสธทันที แม้จะเข้าใจว่าการทำรายได้ และกำไรเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ควรให้น้ำหนักมากเกินไป แต่เราให้ความสำคัญกับเด็กมาเป็นอันดับแรก พูดง่าย ๆ คือจะต้องมีความเป็นคนรักเด็ก ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้สนใจที่เราปฏิเสธไปก็มีบ้าง เพราะงานของคุมองไม่ใช่งานง่าย และเป็นการบริหารไม่ได้ทำเพื่อเป็นธุรกิจเพียงอย่างเดียว ต้องดูแลเด็ก รวมถึงต้องสื่อสารกับผู้ปกครองของเด็กด้วย” “โนโบรุ ทาคาฮิระ” กล่าวเน้นย้ำในเรื่องนี้

หันเจาะตลาดเด็กเล็ก

สำหรับคุมองในไทยอยู่ภายใต้สังกัดคุมองในภูมิภาคเอเชียที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ จะมีการประชุมผู้บริหารในทุกไตรมาสอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดทิศทางแผนดำเนินการของแต่ละประเทศ โดยในปีนี้คุมองในไทยจะเน้นไปที่ “ตลาดเด็กเล็ก” มากขึ้น ส่วนตลาดเด็กโตยังให้ความสำคัญเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนมาโฟกัสตลาดเด็กเล็กมากขึ้นเท่านั้น

เนื่องจากแนวโน้มเด็กเล็กทั่วโลกเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่นในไทย มีเด็กเล็กรวมอยู่ประมาณ 14% โดยในส่วนนี้จะมีทั้งที่เข้าเรียนแล้ว และยังไม่ได้เข้าเรียน ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสที่จะเข้มข้นในตลาดนี้ รวมถึงทำให้เด็กที่เรียนอยู่แล้วตัดสินใจเรียนต่อ พัฒนาการเรียนการสอนให้คุมองกลายเป็นเสมือนสินค้าที่ต้องซื้อทุกเดือน

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการศึกษาในไทยยังมีอุปสรรค จากกฎหมายที่กำหนดว่าห้องเรียนจะสอนได้แค่วิชาเดียวเท่านั้น แต่ว่าญี่ปุ่นจะไม่มีห้องกั้น สามารถสอน 3 วิชารวมกันได้ แต่ไทยต้องแบ่งห้อง ฉะนั้น จึงเป็นอุปสรรคของคุณครูในศูนย์ที่ต้องไปสอนหลายห้อง ในแต่ละประเทศที่มีศูนย์คุมองจะมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ในบางประเทศที่กฎหมายกำหนดห้ามเปิดแฟรนไชส์ เป็นต้น

เพิ่มวิชาเรียน-ทำ E-Learning

ทั้งนี้ “โนโบรุ ทาคาฮิระ” ยังบอกอีกว่า ขณะนี้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าอาจจะขยายหลักสูตรเพิ่ม คือ ภาษาฝรั่งเศส และเยอรมัน ซึ่งหากทดลองเปิดแล้วได้รับความนิยมก็มีโอกาสที่จะเพิ่มการเรียนใน 2 ภาษา สำหรับศูนย์ในไทยด้วย รวมถึงหลักสูตร E-Learning ที่ยังอยู่ในระหว่างพัฒนา เนื่องจากเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาขึ้นมาก และส่วนใหญ่จะใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเลตกันอยู่แล้ว จึงเริ่มพัฒนาจากวิชาภาษาอังกฤษก่อน รวมถึงภาษาไทยก็จะทำตามมาด้วยเช่นกัน

“โดยเราเริ่มเก็บข้อมูลของนักเรียนคุมองมาก่อนหน้านี้ว่าสนใจหรือไม่ด้วย และคิดว่าน่าจะไปได้สำหรับ E-Learning สำหรับสาขาที่ญี่ปุ่นน่าจะเริ่มใช้หลักสูตร E-Learning ได้ภายในปี 2564 หลังจากนั้นอาจจะนำเข้ามาเป็นหลักสูตรในไทยด้วยเช่นกัน”

สำหรับตลาดในเอเชีย คุมอง ประเทศไทย ถือว่าอยู่ในอันดับ 3 ที่ทำรายได้สูงสุด และถ้าขยายสาขาได้ตามแผนที่วางไว้ คุมองน่าจะขยายตัวได้อีกมาก แต่ในกรณีบางพื้นที่ที่มีผู้สนใจขอตั้งศูนย์ในพื้นที่ใกล้เคียงกันมากจนเกินไป ทางคุมองจะต้องแจ้งศูนย์เดิมในพื้นที่ก่อน รวมถึงจะต้องมีการกำหนดระยะห่างของสาขาให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแย่งนักเรียนในพื้นที่เดียวกัน

ตั้งเป้า 500 แห่ง

คุมองจะโฟกัสที่จำนวนเด็กนักเรียนมากกว่า ตอนนี้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มจำนวนนักเรียนให้มากขึ้น คาดว่าในปีนี้จำนวนนักเรียนจะเพิ่มขึ้นระดับ 105% หลังจากที่ปีก่อนจำนวนนักเรียนลดลง และหลังจากเปิดสาขาเพิ่มเป็น 500 แห่ง สำหรับค่าเฉลี่ยต่อสาขาต้องมีนักเรียนประมาณ 200 คน และปีหน้าจะมีสาขาใหม่อีก 20 แห่ง แต่ด้วยความที่เป็นสาขาใหม่ อาจจะยังมีนักเรียนไม่มากนัก ต้องพยายามรักษานักเรียนสาขาในปัจจุบันให้เรียนกับคุมองต่อเนื่อง

เมื่อ 10 ปีก่อน คุมอง สำนักงานใหญ่มีวิสัยทัศน์ที่จะขยายศูนย์คุมองให้ครอบคลุมทั่วโลก แต่ตอนนี้ภารกิจนั้นถูกลบออกไปแล้ว โดยเปลี่ยนมามุ่งพัฒนาสาขาที่มีอยู่ให้ดีขึ้นไปอีก ไม่ใช่ว่าจะเอาแต่เปิดสาขาอย่างเดียว นโยบายเปลี่ยนคงอยู่ที่ 50 ประเทศทั่วโลกไปก่อน มองถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคุมองต้องเติบโตไปพร้อมกันกับธุรกิจของคุมองด้วย

“โนโบรุ ทาคาฮิระ” ย้ำในตอนท้ายว่า คุมองให้ความสำคัญในการ “ค้นหาศักยภาพ” ของนักเรียนไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาหลักสูตร และครูผู้สอนให้ดีขึ้นตลอดเวลา ท่ามกลางการแข่งขันในตลาด ทั้งหมดนี้คือความท้าทายของคุมองในไทย

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”