เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
Finance ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
Politics หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
mai ยกเครื่องจัดหมวดหุ้นใหม่ ครอบคลุม 30 หมวดธุรกิจ เริ่ม 1 มี.ค. 70
Finance mai ยกเครื่องจัดหมวดหุ้นใหม่ ครอบคลุม 30 หมวดธุรกิจ เริ่ม 1 มี.ค. 70
วิจัยกสิกรไทย มองขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% หนุนแข่งขันเป็นธรรม คาดค่ายญี่ปุ่นรุกส่งไฮบริดชนอีวีจีน
Finance วิจัยกสิกรไทย มองขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% หนุนแข่งขันเป็นธรรม คาดค่ายญี่ปุ่นรุกส่งไฮบริดชนอีวีจีน
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
Real Estate ‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
Tech ‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
ดูทั้งหมด

“กัมพูชา” ฮึดสู้ EU ดิ้นส่งออกแรงงาน-

12 พ.ย. 2561 | 07:00น.

แผนส่งออก “แรงงาน” เป็นเป้าหมายใหม่ในการสร้างรายได้เข้าประเทศของรัฐบาล “ฮุน เซน” ถูกสันนิษฐานโดยนักวิเคราะห์ว่า อาจเกี่ยวเนื่องกับคำข่มขู่ของสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกัมพูชา ด้วยการตัดสิทธิพิเศษทางการค้า ภายใต้นโยบาย “Everything but Arms” (EBA) เพราะหากเกิดขึ้นจริงจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยกัมพูชาที่พึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหลัก และอียูเป็นตลาดใหญ่สุด

ในปี 2009 “กัมพูชาและคูเวต” ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนแรงงานแต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยถูกนำไปปฏิบัติจริง กระทั่งเมื่อปลายเดือนตุลาคม “พนมเปญโพสต์”

รายงานว่า นายอิท ซัมเฮง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานของกัมพูชา ได้หารือเรื่องนี้กับ นายฮินด์ อัล-ซาบีห์ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการสังคมและแรงงานของคูเวต และมีแผนว่าในปี 2019 กัมพูชาเตรียมส่งออกแรงงาน 5,000 คน ไปยังคูเวตเป็นครั้งแรก

“คูเวต” ยังมีความต้องการแรงงานทักษะต่ำเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในธุรกิจบริการและเกษตรกรรม โดยสำนักงานสถิติคูเวตระบุว่า ในปัจจุบัน “อินเดีย” เป็นกลุ่มแรงงานที่เข้าไปทำงานในคูเวตมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 25% ของจำนวนแรงงานต่างชาติทั้งหมด รองลงมา คือ อียิปต์ 23% และยังมีแรงงานสัญชาติอื่น ได้แก่ บังกลาเทศ, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์, ซีเรีย, เนปาล, อิหร่าน และศรีลังกา

หากผลลัพธ์จากการส่งออกแรงงานไปคูเวตชุดแรกประสบความสำเร็จ ซึ่งหมายถึงสัญญาการจ้างงานและอัตราค่าจ้างแรงงาน รวมถึงกฎหมายคุ้มครองแรงงานต่าง ๆ เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ รัฐบาลฮุน เซน เตรียมจะส่งออกแรงงานไปเพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดส่งแรงงานไปยังประเทศอื่น ๆ ในแถบตะวันออกกลางด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาเคยนำร่องแผนการส่งออกแรงงานไปต่างประเทศแล้ว โดยจัดส่งแรงงานผู้หญิงจำนวน 1,000 คน ที่ผ่านการฝึกอบรมภาษาจีน และมีคุณสมบัติตามที่ฮ่องกงกำหนด ไปเป็นแม่บ้านในฮ่องกง จากหลายปีก่อนแม่บ้านในฮ่องกงส่วนใหญ่จะเป็นชาวฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากกลุ่มพิทักษ์สิทธิแรงงานในกัมพูชาตั้งข้อสังเกตว่า การประกาศจุดยืนของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ที่ยืนยันว่าจะไม่ยอมปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารประเทศ หรือทำตามข้อเรียกร้องของนานาชาติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งข้อตกลงทางการค้า ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนให้ทางอียูสามารถดำเนินการตามคำข่มขู่ได้ทันทีที่การหารือภายในเสร็จสิ้น

ผลกระทบที่จะตามมาแน่ ๆ คือ สินค้าของกัมพูชา โดยเฉพาะเสื้อผ้าสำเร็จรูป สิ่งทอ และรองเท้า ที่ส่งออกไปยังตลาดอียู จะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายสูงกว่าสินค้าจากประเทศคู่แข่งอื่น ๆ อย่างเช่น บังกลาเทศ ยิ่งกว่านั้น ประธานสมาคมสิ่งทอของกัมพูชาเคยประเมินไว้ว่า ผลร้ายแรงที่สุดที่กัมพูชาอาจต้องเผชิญก็คือ การโยกย้ายฐานการผลิตออกจากกัมพูชา โดยประเทศที่คาดว่าจะเป็นเป้าหมายใหม่อย่าง “เวียดนาม” จะได้อานิสงส์

ด้าน นายเฮง เสาร์ โฆษกกระทรวงแรงงานกัมพูชา กล่าวว่า การส่งออกแรงงานไปต่างประเทศเป็นแผนใหม่ของรัฐบาลที่ต้องการชดเชยรายได้จากภาคการผลิตสิ่งทอ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้อันดับหนึ่งอาจจะหายไป และแม้ว่าเมื่อต้นเดือนตุลาคม นายฮุน เซน ประกาศปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงาน ในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและรองเท้าเพิ่มขึ้นจาก 170 ดอลลาร์ เป็น 182 ดอลลาร์/เดือน และจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2562 แต่นักวิเคราะห์มองว่า ยังไม่เพียงพอต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกัมพูชา ตามแผนพัฒนาประเทศที่จะหลุดพ้นจากความยากจนภายในปี 2030

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางสำนักระบุว่า การปรับเพิ่มค่าแรงในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงมากว่า กัมพูชาอาจเสียตลาดอียู จะกลายเป็นปัจจัยเสริมให้นักลงทุนต่างชาติตัดสินใจย้ายฐานผลิตไปเมียนมา และเวียดนาม ง่ายขึ้น

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”