เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

อนันดา ดึง 3 มหา’ลัยโลก ส่งต่อความรู้ Tech Transfer-

30 พ.ย. 2561 | 07:00น.

ต้องยอมรับว่าการจะทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการยกระดับผลิตภาพ และความเป็นอยู่ของผู้คน ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สิ่งสำคัญคือการมีระบบการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าระดับสากล ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และสังคม

จึงทำให้บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ร่วมกันจัดโครงการ “How Cambridge Berkeley Stanford do Tech Transfer” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีตัวแทนจาก 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์, มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มาร่วมแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับทรัพย์สินทางปัญญา

ตลอดจนถ่ายทอดความรู้ทางด้านเทคโนโลยีให้กับผู้นำและนักศึกษามหาวิทยาลัย เพื่อผลักดันให้ประเทศมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้จากมหาวิทยาลัยสู่ธุรกิจและสังคมโดยรวม

“ชานนท์ เรืองกฤตยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้อนันดาฯเองมีความตั้งใจช่วยเรื่องความคิด นวัตกรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทก่อตั้งอนันดา เออร์เบินเทค ที่ทำเกี่ยวกับเทคโนโลยี
สตาร์ตอัพ นวัตกรรมต่าง ๆ และ accelerate creator ตรงนี้จึงถือเป็น passion องค์กร ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี ดิจิทัลไลเซชั่น และดิสรัปชั่น

“จากการเข้าไปลงทุนในประเทศต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการไปศึกษาหาความรู้เรื่องใหม่ ๆ ทำให้เรารู้จักและมีความสัมพันธ์กับผู้เชี่ยวชาญในระดับโลก จึงเกิดเป็นแนวคิดที่ว่าเราจะให้เขาเหล่านั้นซึ่งมีทักษะประสบการณ์มาช่วยถ่ายทอดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี หรือแนวทางปฏิบัติสำหรับทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างไรบ้าง”

“เนื่องจากประเทศไทยมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าการทรานส์ฟอร์เมชั่นโดยเฉพาะซัพพลายเชนในฝั่งการศึกษา ซึ่งมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในแวลูเชนของภาคการศึกษา ซึ่งมีบุคลากรมีประสิทธิภาพ มีทักษะสูง ตลอดจนแนวคิดการวิจัยใหม่ ๆ แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่สามารถเชื่อมโยงกับเอกชนได้ หรือถูกทำให้เป็นเชิงพาณิชย์ได้ ขณะเดียวกัน ภาครัฐ ภาคมหาวิทยาลัย มีความฝัน มีความหวังที่จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ไปข้างหน้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นสุญญากาศที่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับการทำงานระหว่างหน่วยงานกับภาคส่วนอื่น ๆ”

“หลังจากเราพูดคุยกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ และมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างประเทศ ถึงที่มาที่ไป และเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาขับเคลื่อนประเทศ ตลอดจนสิ่งที่อนันดาฯทำในเรื่องของนวัตกรรมเทคโนโลยี จึงทำให้เขาตอบตกลงที่จะมาช่วยผ่านโครงการ How Cambridge Berkeley Stanford do Tech Transfer โดยจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทยเข้ามาเรียนรู้ถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีจาก 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศได้”

โดยมี “ดร.พอล เจ ซีไบรท์” รองผู้อำนวยการเคมบริดจ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์, ดร.แครอล
มิมูร่า ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี และผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยด้านทรัพย์สินทางปัญญา และอุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ และ แคทเธอรีน คู กรรมการบริหาร สำนักงานใบอนุญาตเทคโนโลยีและสัญญาจ้างอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

“ชานนท์” กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ นี้กำหนดให้จัดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.30-18.30 น. ณ อนันดา แคมปัส อาคาร FYI Center และจากการที่คุยกันคาดว่าจะจัดออกมาในรูปแบบของ startup hackathon ด้วยรูปแบบของ design thinking แบ่งเป็นโต๊ะ ระดมความคิดแผนการทำงานต่าง ๆ โดยมี facilitator, mentor ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจาก 3 มหาวิทยาลัยมาให้คำแนะนำ

“ผมหวังว่าโครงการนี้จะทำให้เรามี roadmap ที่สร้างเป็นเกมแพลน ที่มาจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคมหาวิทยาลัย และภาคเอกชน และผมไม่ได้คาดหวังว่าครั้งแรกที่ทำออกมาจะต้องดี และหรือประสบความสำเร็จมาก ๆ แต่เราต้องมีอะไรที่จับต้องได้ ซึ่งอาจจะมี version 1, 2 หรือ 3 พัฒนาและปรับปรุงเรื่อย ๆ เพื่อเป็น solution ทั้งเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา และการถ่ายทอดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี”

“ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่มีฐานจากนวัตกรรม ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้คนไทยมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น และหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางนั้น ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดนวัตกรรมต่าง ๆ คือภาคการศึกษา

“โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตบุคลากรที่สำคัญ จึงต้องผลิตคนที่มีทักษะความสามารถที่เลิศ มีความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย ทันโลก และทันเทคโนโลยี ที่สำคัญจะต้องนำงานวิจัย และองค์ความรู้ที่ถูกคิดค้นใหม่ ๆ ไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อให้เป็นสินค้าในที่สุด (commercialization) ในการลดการนำเข้า และพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด วันนี้แม้มหาวิทยาลัยจะมีความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน แต่งานวิจัยหรือองค์ความรู้ทางด้านนวัตกรรมกลับถูกนำไปใช้ประโยชน์ไม่ถึง 20%”

“เพราะนวัตกรรมที่มีอยู่ไม่สามารถเชื่อมโยงหรือผลิตเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากมุมมอง และ mindset ของผู้บริหารและอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ยังมองว่าบทบาทของตนมีเพียงการให้ความรู้ หรือการตีพิมพ์ผลงานวิชาการเท่านั้น ผมคิดว่าอาจจะต้องมีการปรับวิธีการประเมินผลงานของอาจารย์ที่ปัจจุบันเน้นเป็นวิชาการเป็นหลัก มาสู่การพิจารณาหรือการรับรองผลงานที่สร้างนวัตกรรม หรือการวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อทำให้ผู้ที่ศึกษาเรื่องเหล่านี้สามารถเติบโตได้ และนำไปอ้างอิงได้ ตรงนี้ถือเป็นการกระตุ้นในอีกทางหนึ่งด้วย”

“ศ.คลินิก นพ.อุดม” กล่าวเพิ่มเติมว่า การเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรม หรือการต่อยอดเชิงพาณิชย์จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วม เพราะส่วนใหญ่นวัตกรรมที่สร้างเสร็จมักจะเป็นแค่ไอเดียเริ่มต้นเท่านั้น แต่การจะเปลี่ยนไปเป็นสินค้าได้นั้นต้องมีการทดสอบว่าทำได้จริง หรือมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด และต้องนำไปขยายสู่การเติบโต สุดท้ายจึงเกิดเป็น innovative product, innovative service หรือกลายเป็น mass production ได้ กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาล ทำให้ต้องร่วมมือ และทำให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน

“ผมเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการสร้างและการแบ่งปันความรู้ของผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาระดับโลก เกี่ยวกับการบริหารจัดการ และการสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน”

จึงนับเป็นการสร้าง ecosystem ของการค้นคว้าวิจัย และพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าแก่ภาคเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”