เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

พลิกกลยุทธ์อสังหา 2019 ฝ่าวิกฤตจีนเอฟเฟ็กต์-กฎแบงก์ชาติ-

03 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

ฟันธงปีหน้า “อสังหาฯ” ไม่สดใส ค่ายใหญ่พลิกกลยุทธ์รับตลาดถึงจุดเปลี่ยน หวั่นนโยบายเพิ่มเงินดาวน์บ้าน-คอนโดฯ ทำแบ็กล็อก 6 แสนล้านป่วน ลูกค้าทิ้งดาวน์ ไม่รับโอน ทุบตลาดแนวราบ ชี้ปัจจัยแรงกดดันรอบด้านทั้งลูกค้าจีนเอฟเฟ็กต์ การเมือง กฎหมายภาษีที่ดินจ่อคิว แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น หวังพึ่งตัวช่วย GDP และรถไฟฟ้า 10 สายเปิดหน้าดินทำเลใหม่รอบทิศ

จากงานสัมมนา “ส่องอสังหาฯ 2019 Living for The Future” จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมกับบริษัท แกรนด์โฮม จำกัด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ณ แกรนด์โฮม บางนา มี 6 ผู้แทนเอกชนกล่าวสรุปทิศทางของธุรกิจเรียลเซ็กเตอร์ได้อย่างน่าสนใจ

โดยเฉพาะปัจจัยกดดันจากนโยบายภาครัฐที่มีผลกระทบทางตรงต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ มาตรการแบงก์ชาติสกัดฟองสบู่โดยบังคับเพิ่มเงินดาวน์ซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียม หลังที่ 2 เป็นต้นไป มีผลบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2562 และกฎหมายใหม่ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” หรือพร็อพเพอร์ตี้ แท็กซ์ มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้มีการประเมินว่า ปี 2562 เป็นปีที่ไม่สดใสสำหรับวงการพัฒนาที่ดิน

พึ่งตัวช่วย GDP-รถไฟฟ้า

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดเผยว่า แนวโน้มปี 2562 ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยน่าจะเติบโตได้อยู่ แต่จะเติบโตลดลง

โดยมี 3 ปัจจัยหนุน คือ 1.จีดีพีประเทศในระดับ 4% บวกลบ ถือว่ายังเป็นบวก 2.ทำเลกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังมีกำลังซื้อหรือมีดีมานด์รองรับ เพราะประชากรคนกรุงเทพฯ และประชากรแฝงที่เข้ามาทำงาน 3.การลงทุนรถไฟฟ้าที่กำลังสร้างใหม่ 10 สายทาง และ 4.อัตราดูดซับของตลาดคอนโดมิเนียม (take up rate) ถือว่ายังไปได้ดี

“take up rate ตลาดคอนโดฯช่วง 2-3 ปีอยู่ที่ 70% เมื่อเจาะข้อมูลช่วงครึ่งปีแรก 2561 ลดลงเหลือ 50% ซึ่งยังถือว่าเป็นอัตราการขาย หรืออัตราดูดซับที่ทำได้ดี”

เสี่ยง ดบ.-LTV-การเมือง

ส่วนปัจจัยเสี่ยง (negative impact) จาก 1.แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งกระทบต่อภาระผ่อนบ้านของผู้บริโภคที่จะเพิ่มขึ้น

2.มาตรการ LTV-loan to value ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการลดเพดานปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีผลให้การซื้อบ้าน-คอนโดฯหลังที่ 2 เป็นต้นไป ต้องเพิ่มเงินดาวน์ จากเดิมซื้อบ้านดาวน์ 5% เพิ่มเป็น 10-20-30% การซื้อคอนโดฯ เดิม 10% เพิ่มเป็น 20-30% (ซื้อบ้านหลัง 2 เงินดาวน์สูงสุด 20% ถ้าซื้อหลังที่ 3 ขึ้นไป บังคับเงินดาวน์ 30%)

และ 3.การเมือง ที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า เบื้องต้นไม่สามารถประเมินได้ว่า ผลเลือกตั้งเป็นบวกหรือลบต่อการทำธุรกิจ

“ปัจจัยการเมืองคาดเดาไม่ได้จริง ๆ ปีที่มีการปฏิวัติ เราก็ยังขายบ้านได้ ฉะนั้น ปีหน้าจะได้เลือกตั้งหรือไม่ เราก็ต้องขายให้ได้”

ลูกค้า 20% ซื้อหลัง 2-3

ส่วนประเด็นมาตรการ LTV ผศ.ดร.เกษรากล่าวว่า ได้สำรวจสถิติสินเชื่อที่ซื้อบ้านหลังที่ 2-3 ของแบงก์ชาติพบว่า มีสัดส่วน 20% นั่นหมายความว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ 80% ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นหลังแรก หรือผ่อนสินเชื่อเป็นสัญญาแรก ถือเป็นกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์

“LTV หลายคนบอกว่า เมื่อก่อนซื้อบ้านหลังละ 1 ล้านบาท ใจคอจะดาวน์ 0 บาทเลยเหรอ หนักกว่านั้นมีการกู้ได้เกิน 100% สูงถึง 24% แบงก์ชาติจึงออกมาบอกว่า ดูน่ากลัวนิดหนึ่ง ขอกำหนดเกณฑ์ว่าคนไหนที่หน้าตาคล้ายนักลงทุน ขอให้คนนั้นดาวน์เยอะขึ้นหน่อย”

ส่วนผลกระทบยังมองภาพบวกว่า น่าจะอยู่ที่ 10% ของภาพรวม วิเคราะห์ว่าการซื้อที่อยู่อาศัยที่ต้องดาวน์ 20% โดยเฉพาะกลุ่มราคาเกิน 10 ล้านบาท ลูกค้ามีกำลังซื้อสูงอยู่แล้วที่จะโปะเงินดาวน์ โจทย์ที่ดีเวลอปเปอร์ต้องทำการบ้าน คือ ถ้าไม่ยอมควักเงินดาวน์เพิ่ม ลูกค้าซื้อบ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป อาจหายไปจากตลาด

จับตา “ไชน่าเอฟเฟ็กต์”

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษรวมถึงตลาดคอนโดฯ ช่วง 2-3 ปีพึ่งลูกค้าต่างชาติที่มีโควตาซื้อกรรมสิทธิ์ได้ 49% โดยเฉพาะลูกค้าจีน

ซึ่งสถิติของแบงก์ชาติลูกค้าต่างชาติทำธุรกรรมโอนเงินซื้อที่อยู่อาศัยในไทย ปี 2560 จำนวน 70,000 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของมูลค่าตลาดอสังหาฯประเทศไทย เฉลี่ยปีละ 7 แสนล้านบาท ซึ่งสูงมาก

“เป็น negative impact ที่ต้องลุ้นและจับตาดูใกล้ชิด เพราะสัดส่วน 10% ถือว่าเป็นไซซ์ตลาดที่ใหญ่มาก ถ้าแบงก์ชาติหรือรัฐบาลมีนโยบายอะไรที่ออกมาเป็นอุปสรรคกับลูกค้ากลุ่มนี้ อาจทำให้กำลังซื้อหายไปอีก”

แนวทางปรับตัวของดีเวลอปเปอร์ เนื่องจากรัฐลงทุนสร้างรถไฟฟ้า 10 สายใหม่ จึงเป็นการเปิดหน้าดินเรื่องการพัฒนาคอนโดฯเพิ่มขึ้นมหาศาล ซึ่งไม่สามารถเดาทางได้ว่าจะมีซัพพลายใหม่เปิดแข่งขันกันเยอะแค่ไหน

เพราะฉะนั้น คัมภีร์พัฒนาที่ดิน คือ “ทำเล ทำเล ทำเล” อย่างเดียวคงไม่พอแล้ว ต้องใส่ดีไซน์โปรดักต์ คำนึงสังคมลูกค้าผู้สูงวัย ทำธุรกิจยั่งยืน ตอบสนองชุมชนรอบข้าง จึงจะเป็นตัวช่วยเพิ่มขีดความสามารถได้ในปีหน้า

แบ็กล็อก 6 แสนล้านป่วน

ผศ.ดร.เกษราระบุตอนท้ายว่า ผลกระทบจาก LTV ใหม่ของแบงก์ชาติ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การซื้อหลังแรก ซึ่งมีเงินดาวน์ 10-15% แต่เป็นเรื่องการรับโอนของลูกค้าในตอนที่โครงการก่อสร้างเสร็จ จุดเน้นอยู่ที่ยอดขายรอโอนหรือแบ็กล็อกของตลาดคอนโดฯ

กล่าวคือ การขอสินเชื่อ แม้ของเดิมบังคับเงินดาวน์ 5-10% แต่ในทางปฏิบัติ ลูกค้าสามารถหาเงินกู้เพื่อซื้อห้องชุดได้ 100% เพราะฉะนั้น คอนโดฯที่สร้าง 2 ปี ถ้าลูกค้าซื้อวันแรกจะมีเวลาผ่อนดาวน์ 24 งวด แต่ถ้ามาซื้อระหว่างทางหรือมาซื้อตอนสร้างใกล้เสร็จ งวดดาวน์ไม่ต้องกังวลมาก เพราะกู้ได้เต็มจำนวน 100%

ล่าสุด มาตรการ LTV ใหม่ซื้อหลังแรกต้องดาวน์ 10% และถ้าซื้อเป็นหลังที่ 2 เงินดาวน์ 20% ถ้ามาซื้อตอนสร้างเกือบเสร็จ งวดดาวน์เป็นเงินก้อนโต รวมทั้งอาจมีลูกค้าบางรายที่ซื้อเป็นหลังที่ 2 เมื่อเจอบังคับเพิ่มเงินดาวน์ตอนโอน อาจตัดสินใจทิ้งดาวน์ ไม่รับโอน ทำให้ห้องชุดทิ้งดาวน์กลายเป็นสต๊อกติดมือบริษัท

ทั้งนี้ ข้อมูลสำรวจของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย แจ้งว่า มีคอนโดฯที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จหลังเดือนธันวาคม 2561 ในพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑล 142,556 ยูนิต มูลค่ารวม 242,520 ล้านบาท คิดเป็น 27.3% จากมูลค่าโครงการรวม 888,844 ล้านบาท ขายไปแล้ว 102,793 ยูนิต หรือ 72% เหลือขาย 39,763 ยูนิต หรือ 28%

ส่วนบ้านจัดสรรในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่คาดว่าก่อสร้างเสร็จหลังเดือนธันวาคม 2561 มีทั้งหมด 56,309 ยูนิต มูลค่ารวม 371,380 ล้านบาท คิดเป็น 42.9% ของตลาดรวม 864,588 ล้านบาท ขายไปแล้ว 24,836 ยูนิต หรือ 44% เหลือขาย 31,473 ยูนิต หรือ 56%

มนุษย์เงินเดือนยังไปได้

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย กล่าวว่า ปีนี้ค่อนข้างดี คาดว่าถึงสิ้นปีมีโอกาสเติบโต 5% บวกลบ มาจากฐานลูกค้าคนไทยกับลูกค้าต่างชาติที่ร้อนแรงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

“รายได้ของคนไทยหลายคนบอกว่า ภาระหนี้เยอะ จริง ๆ ไทยมีข้อดีที่ประเทศในแถบเพื่อนบ้านเราไม่มี คือ ลูกค้าระดับกลาง ที่กู้ซื้อบ้าน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ มีพื้นที่ใช้สอย 150 ตารางเมตร ที่ดิน 50-60 วา ได้อย่างสบาย ๆ เทียบกับมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ทำไม่ได้แบบไทย”

รายได้ของมนุษย์เงินเดือนระดับกลางยังคงแข็งแรง ประเมินจากสถิติปี 2560 มีอัตราการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 3.5% เทียบกับราคาอสังหาฯ ปรับขึ้นเฉลี่ย 4-5% ทำให้ความสามารถในการซื้อกับราคาอสังหาฯที่ปรับขึ้นไม่ต่างกันมากนัก ทำให้ยอดขายโครงการยังทำได้ดี

คอนโดฯเสี่ยงพึ่งลูกค้าจีน

นายไตรเตชะกล่าวว่า อานิสงส์ของกำลังซื้อลูกค้าจีนที่ผ่านมาร้อนแรงมาก ทำให้ดีเวลอปเปอร์เปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุน ยอมซื้อที่ดินเกินตารางวาละ 5 แสน-1 ล้านบาท เพื่อพัฒนาห้องชุดราคา 1.5-2.5 แสนบาท/ตารางเมตร นี่คือปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินในเมืองแพงขึ้นมาก ๆ

“ต้นทุนที่ดินมีผลต่อการพัฒนา แนวราบทำเลนอกเมืองราคาที่ขึ้นปีละ 4-5% ถือว่ารับได้ แต่คอนโดฯในเมือง ใกล้รถไฟฟ้าปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 15-20-25% ถือว่าราคาสูงก้าวกระโดด เจ้าของที่ดินเดิมเคยขายราคาตารางวาละ 1.5-3-6 แสนบาท ก็ปรับพฤติกรรมการขายโดยรอราคาปรับขึ้นเป็น 1-1.5 ล้านบาท”

ทั้งนี้ สาเหตุที่ลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะลูกค้าจีนนิยมซื้อคอนโดฯในไทย เทียบกับการซื้อห้องชุดตารางเมตรละ 2.5 แสนบาท ถ้าอยู่ในเซี่ยงไฮ้จะได้ทำเลที่ต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองอีก 1 ชั่วโมง แต่มาซื้อในไทยได้ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าในเมืองทั้งบีทีเอสและเอ็มอาร์ที ซึ่งคนจีนถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับเซี่ยงไฮ้

สถิติปี 2557 มีการลงทุนคอนโดฯแนวรถไฟฟ้าในเมือง 35% ปี 2560 เพิ่มเป็น 39% คาดว่าสิ้นปีนี้เพิ่มการลงทุนทำเลในเมืองถึง 50%

“ความเสี่ยงอยู่ที่กำลังซื้อลูกค้าจีนผันผวนมากหรือน้อย อีกเรื่องคือต่างชาติซื้อได้เพียง 49% ต้องตีโจทย์ให้แตกด้วยว่าโควตาที่เหลืออีก 51% ขายให้ลูกค้าคนไทยได้หรือไม่”

ขึ้น ดบ.กระทบน้อย

นายไตรเตชะมองต่างมุมว่า แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นมีผลไม่มากต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย โดยนำสถิติอัตราดอกเบี้ย MRR (ดอกเบี้ยผู้กู้รายย่อย) กับสถิติอัตราการขายบ้าน-คอนโดฯพบว่า ดอกเบี้ย MRR ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับอัตราการขายที่อยู่อาศัย

เช่น ปี 2553 ยอดขายหรือ take up rate สูงมาก สวนทางดอกเบี้ย MRR เหตุผลเพราะเป็นปีที่รัฐบาลประกาศแผนลงทุนรถไฟฟ้าจำนวนมาก กระตุ้นความสนใจซื้อของผู้บริโภค

ฉะนั้น ปัจจัยบวกปี 2562 เรื่องเด่นสุดคือการลงทุนรถไฟฟ้าสายใหม่ เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานตัดผ่านทำเลใหม่ เท่ากับเปิดหน้าดิน ทำให้มีการพัฒนาโครงการมากขึ้น

LTV ทุบแนวราบ

แต่ข้อกังวลจากมาตรการ LTV ของแบงก์ชาติ นายไตรเตชะกล่าวว่า ตลาดคอนโดฯต้องปรับตัวตามสภาพ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีกลุ่มลูกค้าซื้อลงทุนกับเก็งกำไรจำนวนมาก ทำให้ตลาดมีภาวะร้อนแรงจริง ๆ ในระยะยาวต้องให้เครดิต เพราะเป็นมาตรการที่ทำให้ภาพรวมของตลาดมีความแข็งแรง หรือ healthy มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติต้องการสกัดการเก็งกำไรคอนโดฯ แต่มาตรการดังกล่าวเหมารวมแนวราบทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ไปด้วย ซึ่งบริษัทยังมองไม่ออกว่าจะปรับตัวได้อย่างไร จากเดิมบังคับเงินดาวน์ 5% แต่ต้องเพิ่มเป็น 10-20% สำหรับหลังที่ 2 เป็นต้นไป

“ทุกวันนี้ภาวะแข่งขันสูง ศุภาลัยให้ลูกค้าดาวน์บ้าน ทาวน์เฮาส์ 3-5% กรณีซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท ปกติลูกค้ามีรายได้เดือนละ 6-8 หมื่นบาท ต้องเปลี่ยนใหม่ ลูกค้าดาวน์ 20% หรือ 1 ล้านบาท ขณะที่การสร้างบ้านสั้นมาก 6 เดือนก็โอนได้แล้ว เท่ากับต้องดาวน์เดือนละแสนกว่าบาท ลูกค้าจะหนักมาก” นายไตรเตชะกล่าว

แนะปรับโมเดลธุรกิจ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ กล่าวว่า ทุกคนกังวลเรื่องอนาคต เพราะเจอแรงกระแทกจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว และกำลังซื้อตามภาวะเศรษฐกิจ อยากแนะให้ปรับโมเดลบิสซิเนส รับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และธุรกิจอื่น ๆ ที่อาจจะมา disrupt อย่างไม่ทันตั้งตัว

นายธนา โพธิกำจร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสาย digital banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลทุกคนใช้มือถือมากขึ้นในทุกวัน ทุกธุรกิจควรเอาข้อมูลเหล่านี้มาทำความเข้าใจ เพื่อสร้างสินค้าและบริการใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด รับกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไป

นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (Gold) กล่าวว่า โมเดลมิกซ์ยูสกำลังเป็นที่นิยม ซึ่งพื้นที่กรุงเทพฯอีก 3-5 ปีจะมีอีกหลายโปรเจ็กต์ เฉพาะถนนพระราม 4 รวมพื้นที่ได้ถึง 4 ล้านตารางเมตร เพราะที่แพงขึ้น 100% ในรอบ 7 ปี

นายนพปฎล พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บมจ.แสนสิริ กล่าวว่า การพัฒนาอสังหาฯไม่ใช่แค่การก่อสร้าง ทุกโครงการต้องตอบโจทย์ลูกค้า สมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่เข้ามาในชีวิตของคนเรามากขึ้นทุกวัน สถิติประชากรในเมืองไทย 69 ล้านคน อาศัยอยู่ในตัวเมืองเกิน 50% ใช้อินเทอร์เน็ต 4 ใน 5 คน ใช้โมบายเฉลี่ย 80% ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อคน 9.9-10 ชั่วโมงต่อวัน ใช้อีเมล์ทุกเวลา ไม่ว่าในออฟฟิศหรือบ้าน ล่าสุดใช้บริการสั่งอาหาร ส่งของ

“คอนโดฯยุคใหม่จึงต้องมีดีไซน์ให้เข้ากับชีวิตและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่”

2 บิ๊กส่งสัญญาณแรง

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวในงานสัมมนาจัดโดย “ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์” สรุปว่า ตลาดแนวราบในกรุงเทพฯและปริมณฑลในปีหน้าเติบโตเฉลี่ยต่ำกว่า 5% ต่างจังหวัดเติบโต 10% เพราะต้องเผชิญผลกระทบเศรษฐกิจโลก ดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้น และมาตรการ LTV เนื่องจากสินค้าแนวราบมีระยะเวลาในการก่อสร้างสั้น แต่กลับต้องเพิ่มเงินดาวน์มากถึง 20%

นางอนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์ อุปนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ซัพพลายคอนโดฯจะขยายตัว 10-20% แต่ดีมานด์มีแนวโน้มคงที่และอาจลดลง ทั้งสินค้าคงค้างจะเหลือมาก ราคาที่ดินแพงเป็นปัจจัยเสี่ยงในปีหน้า

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรืสแกน QR Code