หลงทาง-
คอลัมน์ คุยกับ เอกราช
โดย เอกราช เก่งทุกทาง
ลิเวอร์พูลเริ่มฤดูกาลอย่างมีความหวัง แต่ผ่านไปแค่เดือนเดียว ความหวังก็กลายเป็นความสงสัย และไม่เชื่อใจไปซะแล้ว
หงส์แดงทรุดเอาดื้อ ๆ หลังจากขึ้นไปสูงสุดในเกมถล่มอาร์เซนอล 4-0 เมื่อปลายเดือนสิงหาคม อีก 5 นัดต่อมารวมทุกถ้วยก็ไม่ชนะอีกเลย โดนแมนฯซิตี้ยำ 5-0 ตามด้วยเสมอเซบีญ่า ในแชมเปี้ยน”ส ลีก เสมอเบิร์นลีย์ ล่าสุดโดนเลสเตอร์อัด 2-0 ตกรอบคาราบาวคัพ แค่รอบ 3
เกมแพ้เลสเตอร์ แฟน ๆ ไม่อยากเชื่อว่า หงส์เล่นยังไงให้แพ้ได้ (วะ) ครึ่งแรกแทบยำข้างเดียว ครองบอล 76% ได้ยิง 13 ครั้ง แต่ดันไม่คมเอง พอครึ่งหลังมาตรฐานตก เกมรับรั่ว จากพระเอกก็กลายเป็นผู้ร้าย ตายตอนจบอีกตามเคย
ลิเวอร์พูลเปราะบางเกินไป แถมขาดสมดุลด้วย มองผิวเผินอาจจะเจอภาพลวงตา เพราะแนวรุกเร็วมาก แต่มันก็เร็วแค่ข้างหน้า แดนกลางเริ่มจะช้า กองหลังทั้งช้าและไม่ชัวร์
ด้วยสภาพนี้ หงส์แดงยังไม่ถึงขั้นทีมลุ้นแชมป์ หรือแม้แต่ติดท็อปโฟร์ก็ต้องดิ้นรนอย่างหนัก
4 อันดับแรก ถ้าพูดตอนนี้ถือว่าเร็วไป แต่คงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า 3 ใน 4 ถูกจองไว้แล้วโดย แมนฯซิตี้, แมนฯ ยูฯ, เชลซี โควตาสุดท้าย ลิเวอร์พูลจึงต้องแย่งกับสเปอร์ส และอาร์เซนอล ซึ่งหงส์ก็ไม่ได้เปรียบอะไรเลย ถ้ามองกันในระยะยาว
ที่สำคัญ, ช่วงนี้กุนซือ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็เริ่มทำตัวแปลก ๆ
คล็อปป์ โรเทชั่น จัดทีมออกมาไม่เนียน เปลี่ยนทีมแต่ละนัดคุณภาพไม่ต่อเนื่อง การโดนแบนของซาดิโอ มาเน่ ยิ่งทำให้งานยากขึ้น ขณะที่เกมรับก็เล่นพลาดเลอะเทอะมา 3-4 นัดติด
ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ลิเวอร์พูลไม่ได้ลบจุดอ่อนในแนวรับ ทั้งที่ปีก่อนก็เห็นกันอยู่ว่า ฉุดทีมขนาดไหน กองหลังชุดนี้นอกจากช่วยเซฟแต้มให้ทีมไม่ได้ ยังเป็นบ่อทำให้แต้มรั่วไหลตลอดเวลา
เยอร์เก้น คล็อปป์ เองก็แก้ไม่ตก แถมอ้างว่า ลิเวอร์พูลโดนทำร้ายจากความเป็นทีมลิเวอร์พูลเอง
กุนซือเยอรมันบอกว่า การที่ทีมห่างแชมป์มานาน รวมทั้งอดีตที่เคยรุ่งเรืองมาก ต่างก็ส่งผลกระทบกับนักเตะ ทำให้เล่นเกร็ง และตึงจนไม่เป็นธรรมชาติ
เรื่องนี้โดนตอบโต้จากนักวิเคราะห์ที่เป็นนักฟุตบอลเก่าว่า คล็อปป์เข้าใจอะไรผิด ๆ หรือเปล่า นักเตะส่วนใหญ่เวลาลงสนาม มีแต่คิดจะเอาชนะคิดจะยิงประตู ไม่มีใครบ้านึกถึงเรื่องอดีตของสโมสรตอนนั้นหรอก
หงส์แดงไม่เคยได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 1990 และคงยังไม่ได้ต่อไป ถ้าคนในสโมสรยังหลงทาง ตีโจทย์ไม่แตกอยู่อย่างนี้