เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
Automotive ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
ดูทั้งหมด

ผวาแผนลดภาษี “ทรัมป์” หนี้ท่วมสหรัฐ-ทุบตลาดหุ้นถล่ม-

19 ต.ค. 2560 | 07:00น.

หลังจากประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” เปิดเผยรายละเอียดแผนลดภาษีครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ได้หาเสียงไว้ ใช่ว่าทุกคนจะรู้สึกดีใจหรือเห็นด้วย แม้แต่คนในวอลล์สตรีตระดับบิ๊กบางคนเองก็ยังรู้สึกวิตกกังวลเพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียมากกว่าดี

เพราะตามที่เปิดเผยออกมานั้น จะมีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือภาษีที่เก็บจากบริษัทต่าง ๆ จาก 35% เหลือ 20 % ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 36.9% เหลือ 35% โดยทรัมป์อ้างว่านี่เป็นการลดภาษีครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตามในสายตาของผู้เชี่ยวชาญเห็นว่านี่เป็นมาตรการที่มา “ผิดที่ผิดเวลา” และแทบไม่มีความจำเป็นเลย เพราะว่าสภาพเศรษฐกิจไม่ได้มีความต้องการกระตุ้นขนานใหญ่เช่นนั้น เนื่องจากอัตราการว่างงานก็ลดต่ำลงที่สุดในรอบ 16 ปี ไปอยู่ที่ 4.2 % ซึ่งถือว่าเป็นระดับปกติแล้ว

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ย และลดขนาดงบดุลลงหลังจากใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินมานานเพื่อโอบอุ้มเศรษฐกิจนับจากเกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่เมื่อปี 2551 กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือเฟดกำลังจะแตะเบรกเศรษฐกิจแต่ทรัมป์กลับจะเหยียบคันเร่ง

เดวิด เคลลี หัวหน้านักยุทธศาสตร์ระดับโลกของเจพีมอร์แกน ฟันด์ ชี้ว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่เฟดจะทำตรงข้าม “มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเหยียบเบรกและคันเร่งพร้อมกัน ขอย้ำมีแต่คนโง่หรือวอชิงตันเท่านั้นที่ทำอย่างนี้” เคลลีระบุว่าการลดภาษีให้กับบริษัทขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้น นอกจากนั้นหากเศรษฐกิจสะดุดขึ้นมาอีกครั้ง จะทำให้รัฐบาลไม่เหลือเครื่องมือที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับ เอ็ด ยาร์เดนิ ประธานยาร์เดนิ รีเสิร์ช ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาการลงทุน บอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นใด ๆ เลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่านับจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พร้อมกับประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวงเงินมหาศาล ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ของตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่ารวม 63 ครั้ง จนทำให้เกรงว่าจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

ตามการประเมินของนักวิเคราะห์อิสระ เชื่อว่าแผนลดภาษีครั้งนี้จะมีมูลค่ารวมราว 6 ล้านล้านดอลลาร์ และจากการประเมินของศูนย์นโยบายภาษี การลดภาษีจะทำให้รายได้รัฐหายไป 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีและปัญหาสำคัญก็คือจะไปเพิ่มหนี้ของประเทศ ซึ่งขณะนี้สูงมากอยู่แล้วที่ 20 ล้านล้านดอลลาร์หรือเกือบ 80% ของจีดีพี สูงที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2

นักเศรษฐศาสตร์อีกหลายคนตั้งคำถามว่า แผนลดภาษีของรัฐบาลจะกระตุ้นการลงทุนและเพิ่มการจ้างงานชาวอเมริกันได้จริงหรือในเมื่อบริษัทอเมริกันมีเงินสดเต็มไปหมดอยู่แล้ว ปัญหาขณะนี้คือการขาดแรงงานที่มีทักษะต่างหาก

แม้แต่ขาใหญ่ในวอลล์สตรีตอย่าง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” แห่งเบิร์กเชียร์แฮตธะเวย์ ผู้โด่งดัง รวมทั้ง “ลาร์รี ฟิงค์” ซีอีโอบริษัทแบล็กร็อก ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในโลก ก็ไม่ได้ดีใจไปกับการลดภาษี ทั้งยังเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องลดภาษีนิติบุคคลมากขนาดนั้น

“ผมมีธุรกิจหลายอย่าง และไม่คิดว่าจะมีธุรกิจไหนแข่งขันไม่ได้ในโลกนี้เพียงเพราะอัตราภาษี” บัฟเฟตต์ระบุและว่าเขาไม่เห็นด้วยเลยหากจะมีการนำภาษีอื่นมาใช้แทนภาษีอสังหาริมทรัพย์เพราะนั่นจะเป็นการให้ประโยชน์แก่คนอเมริกันที่รวยที่สุดโดยไม่จำเป็น

ซีอีโอบริษัทแบล็กร็อก เห็นว่าอัตราภาษีนิติบุคคลที่ระดับ 27% ก็น่าจะทำให้ภาคธุรกิจของสหรัฐพอใจแล้ว ขณะเดียวกันก็ช่วยหลีกเลี่ยงการขาดดุลงบประมาณของรัฐเพิ่มเติมได้ด้วย สิ่งที่ทรัมป์เสนอมาจะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณมากเกินไป

ทรัมป์และทีมงานอ้างว่าการลดภาษีจะคุ้มค่าแม้ว่าจะทำให้รายได้รัฐหายไป แต่ก็จะถูกชดเชยด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตและคนมีงานทำมากขึ้น ทำให้รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น