เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
ดูทั้งหมด

ไทยเบฟฯคืนสังเวียนเมียนมา ทุ่ม 2.4 หมื่น ล.ซื้อเหล้า “แกรนด์รอยัลกรุ๊ป”-

01 พ.ย. 2560 | 07:00น.

“ไทยเบฟ” ทุ่ม 2.4 หมื่นล้าน ซื้อกิจการโรงเหล้า “แกรนด์ รอยัลกรุ๊ป” เบอร์ 1 ในเมียนมา พร้อมบ.กระจายสินค้า คลุมค้าส่ง-ค้าปลีก 2.1 หมื่นแห่ง รุกสร้างรายได้ต่างประเทศตามแผนวิชั่น 2020 คืนสังเวียนน้ำเมาเมียนมารอบใหม่ หลังพ่ายผลตัดสินขายหุ้นเมียนมาเบียร์เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

ไม่นานมานี้ “ไทยเบฟฯ” ประกาศเข้าซื้อกิจการของโรงเหล้าในเมียนมา โดยใช้เม็ดเงินสูงถึงกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท

รายงานจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มหาชน ระบุถึงการเข้าไปถือหุ้น 75% ใน 2 บริษัท คือ “เมียนมา ดิสทิลเลอรี” และ “เมียนมา ซัพพลายเชน แอนด์ มาร์เก็ตติ้งเซอร์วิส”

เป็นที่รู้จักในนามของ “แกรนด์ รอยัล กรุ๊ป” เจ้าของเหล้าแบรนด์ “แกรนด์ รอยัล” ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดเหล้าเมียนมา ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์กว่า 60% จากตลาดมูลค่ากว่า 12 ล้านลัง

กลุ่มดังกล่าว มีโรงเหล้าจำนวน 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ มีเน็ตเวิร์กในการกระจายสินค้าและการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ทั้งในร้านค้าส่งกว่า 1.3 พันแห่ง ร้านค้าปลีกอีกกว่า 2 หมื่นแห่ง

ซึ่งไทยเบฟฯระบุเอาไว้ว่า “แกรนด์ รอยัล กรุ๊ป” จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับกลุ่มไทยเบฟฯที่จะขยายกลุ่มธุรกิจสุราในเมียนมาในช่วงต่อจากนี้

สอดคล้องกับที่ นายประภากร ทองเทพไพโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจสุรา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ไทยเบฟฯมีแผนที่จะนำทั้งตัวเหล้าสี “เบลนด์ 285” เหล้าขาว “รวงข้าว” และวิสกี้ “โอลด์ พุลทนีย์” เข้าไปเจาะตลาดเมียนมา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในปีหน้า ตลอดจนมีแผนที่จะลงทุนโรงงานผลิตสุราเพิ่มในต่างประเทศในเมียนมา และเวียดนาม

เห็นภาพชัดเจนว่า “ไทยเบฟฯ” จะเข้าไปสยายปีกอาณาจักรแอลกอฮอล์ในเมียนมาต่อไปอย่างไร

และถือเป็นความพยายามของไทยเบฟฯที่ต้องการเข้าไปบุกตลาดน้ำเมาในเมียนมาอีกครั้ง หลังจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา “เฟรเซอร์แอนด์นีฟ” (F&N) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ถูกตัดสินให้ขายหุ้นทั้งหมด 55% ใน “เมียนมาร์ บริวเวอรี่ ลิมิเต็ด” เจ้าของเมียนมา เบียร์ และอันดามัน โกลด์

ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดเบียร์รวมกันกว่า 83% ให้กับ “เมียนมา อีโคโนมิกส์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด” รัฐวิสาหกิจในเมียนมาเป็นเงิน 560 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 7.3 พันล้านบาทในขณะนั้น) เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการของ F&N ของไทยเบฟฯเมื่อปี 2556 ทำให้ไทยเบฟฯได้หุ้นในเมียนมา บริวเวอรี่ มาด้วย ซึ่งถือว่าผิดสัญญาการขายหุ้นของเมียนมา บริวเวอรี่ ซึ่งต้องขายให้กับผู้ถือหุ้นฝ่ายเมียนมาก่อน

ปิดฉากความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 17 ปี และทำให้ไทยเบฟฯต้องอำลา “โอกาสทอง” ที่จะเข้าไปขยายฐานธุรกิจแอลกอฮอล์ในเมียนมา ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมหาศาล เพราะเมียนมาเพิ่งเปิดประเทศ และอัตราส่วนการบริโภคต่อหัวก็ยังน้อย เมื่อเทียบกับในเวียดนาม ถือว่ายังสามารถขยายตัวได้อีกมาก

การเข้าเทกโอเวอร์กิจการของ “เมียนมา ดิสทิลเลอรี” ในครั้งนี้ นอกจากจะสานต่อเป้าหมายของไทยเบฟฯที่ต้องการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียน ให้มีสัดส่วนของรายได้เป็น 50% ภายในปี 2563 แล้ว ยังเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรี หลังจากที่ต้องพ่ายผลตัดสินในครั้งนั้นอีกด้วย

เพราะแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเจ้าของเมียนมาเบียร์ เบียร์อันดับ 1 ของที่นั่น แต่ดีลนี้จะช่วยให้ “ไทยเบฟฯ” มีช่องทางกระจายสินค้าของตัวเองเพื่อดัน “เบียร์ช้าง” ให้ติดตลาดก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงนัก

ซึ่ง นายเอ็ดมอนด์ นีโอ คิมซูน กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจเบียร์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ระบุถึงเป้าหมายของกลุ่มธุรกิจเบียร์ในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ว่า นอกจากจะต้องขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในไทยแล้ว ตลาดในอาเซียน ก็ต้องเป็นเบอร์ 1 ด้วยเช่นกัน

โดยคีย์ มาร์เก็ต ที่จะให้ความสำคัญก็คือ เมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา