เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
Finance ศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
Tech X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
Finance คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
Finance ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
“ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
เศรษฐกิจภูมิภาค “ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
World อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
Finance EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
Finance TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
ดูทั้งหมด

เรื่องน่ากลัวของ นศ.อาชีวะ-

09 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สกุณา ประยูรศุข

ประเทศไทยประกาศนโยบายจะก้าวไปสู่ 4.0 แต่ก็ยังมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรผู้มีความรู้ ความชำนาญในทักษะวิชาชีพ ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

ที่มาของปัญหาคือมีจำนวนคนเรียนต่อด้านอาชีวศึกษา น้อยลง เหตุที่เรียนน้อยลง มองได้ว่า “ภาพลักษณ์” ของนักศึกษาอาชีวะเป็นไปใน “ทางลบ” มากกว่า “ทางบวก” มีเรื่องตีรันฟันแทงเป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ อยู่เสมอ

ฉะนั้น ทัศนคติของสังคมที่มีต่อนักศึกษาอาชีวะจึงไม่ค่อยดีนัก ขณะเดียวกันพ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่อยากให้ลูกเรียนทางด้านนี้ เพราะส่วนใหญ่อยากให้ลูกได้ “ปริญญา” มากกว่า จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนอาชีวศึกษาทยอยปิดตัวไปหลายแห่งแล้ว

รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการยกระดับคุณภาพการเรียนอาชีวศึกษา ฟอร์มคณะทำงาน “สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา” ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2559

“รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” ซีอีโอ SCG เป็นหนึ่งในคณะสานพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าทีม E2 ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ เล่าให้ฟังว่าประชารัฐด้านอาชีวศึกษา เป้าหมายก็คือต้องการฝึกสอนนักศึกษาอาชีวะให้เป็นแรงงานฝีมือที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

เวลานี้ประเทศไทยมีนักศึกษาอาชีวะอยู่เกือบ 1 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประมาณ 2 แสนคนที่เรียนสาขาพาณิชย์ บริหารธุรกิจต่าง ๆ

แต่สาขาเหล่านี้ต้องการแรงงานแค่หลักหมื่นเท่านั้น จำนวนคนที่เหลือจากหลักหมื่นจึงกระจายไปในตลาดแรงงานที่ไม่ตรงกับสาขาวิชาที่เรียนมา ดังนั้น ภาพของคนที่มาเรียนอาชีวศึกษา เป็นคนกลุ่มอาจจะด้านหนึ่งไม่มีทางไป หรืออาจมีความจำเป็นเรื่องงาน ต้องรีบทำงานหาเงิน เลี้ยงครอบครัว ขณะที่การเรียนอาชีวศึกษาหลักการจริง ๆ แล้ว คือทำงานให้เร็ว ทำงานให้ตรง “สกิล”

แต่เมื่อเป็น “ความจำเป็น” และ “ไม่มีทางไป” คนที่ไปเรียนอาชีวศึกษาส่วนใหญ่ จึงกลายเป็นคนอีกระดับของสังคม หากเป็นรูปกราฟก็จะเป็นกลุ่มที่เคิร์ฟอยู่ระดับล่าง ทำให้คุณภาพไม่ได้

เมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้ว อย่างเยอรมนีและหลาย ๆ ประเทศในยุโรป จะมีนักศึกษาอาชีวะมากกว่า 50% เป็นเคิร์ฟที่อยู่ระดับบนของกราฟ แต่ประเทศไทยมีเพียง 30% และยังเป็น 30% ที่ไม่ได้คุณภาพอีกด้วย การจะพัฒนาให้เป็น “แรงงานมีฝีมือ” ก็ไม่สามารถทำได้

สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพ เริ่มตั้งแต่การเรียนการสอน โดยเริ่มสอน “ครู” ก่อนเป็นอันดับแรก ให้เข้าใจว่า 4.0 คืออะไร เป็นอย่างไร

จากนั้นโปรโมตโปรแกรมทวิภาคี เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนอาชีวะ และภาคเอกชนที่เป็นบริษัทธุรกิจหรือสถานประกอบการต่าง ๆ จัดการเรียนการสอนแบบใหม่แบ่งเป็นคนละครึ่ง โดยหนึ่งเทอมแรก (4 เดือน) ให้นักศึกษาเรียนที่โรงเรียน ส่วนอีกหนึ่งเทอมหลัง (4 เดือน) เด็กไปเรียนที่บริษัทหรือสถานประกอบการ เนื่องจากมีอุปกรณ์พร้อมที่สุดและทันสมัยที่สุด

แม้แต่เครื่องจักรออโตเมชั่นต่าง ๆ ทางโรงเรียนไม่สามารถหาซื้อหรือจัดให้มีได้เหมือนในสถานประกอบการ เพราะต้องลงทุนสูง

รุ่งโรจน์บอกว่าโปรโมตเรื่องนี้มาเกือบสองปี มีบริษัทเข้าร่วมโครงการมากโข จึงทำให้โรงเรียนอาชีวศึกษาจำนวน 800 โรง สามารถทำได้ 1 ใน 3 แล้ว แต่ปัญหาก็คือว่าจำนวนคนที่มาเรียนอาชีวศึกษา กลับน้อยลงเรื่อย ๆ ถ้าจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นได้จะช่วยได้มาก

ฉะนั้น ทำอย่างไรจึงจะให้คนหันมาเรียนอาชีวศึกษาให้มากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลกับเอกชนจะให้บริการฟรีในการเปิดรับสมัคร ทั้งยังรับเข้าทำงานเมื่อเรียนจบ แต่จำนวนคนก็ยังเรียนน้อย

นอกจากจำนวนจะน้อยลงแล้ว ที่หนักใจอย่างมากคือ จำนวนนักเรียนที่ไม่เรียนอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าอาชีวะหรือสามัญศึกษา ซึ่งจำนวนนี้ไม่รู้ไปอยู่ตรงไหนของประเทศ อันนี้แหละ…ที่น่ากลัว