อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
อัยการไต้หวันควบคุมตัวพนักงานของบริษัทเอ็นวิเดีย (Nvidia Corp.) เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าชิป AI ไปจีน อาจเป็นคดีแรกที่พนักงานเอ็นวิเดียถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และคดีใหญ่ระดับประเทศที่ลากบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาตลาดมืด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตั้งแต่กรุงวอชิงตันไปจนถึงไทเปกำลังเร่งปราบปราม
อัยการไต้หวันสั่งควบคุมตัวพนักงานบริษัทเอ็นวิเดีย (Nvidia Corp. ) บริษัทสัญชาติอเมริกัน ส่วนหนึ่งของการสืบสวนคดีการลักลอบส่งออกชิป AI ไปยังประเทศจีน ส่งผลให้บริษัทเข้าไปพัวพันคดีที่เกี่ยวข้องกับตลาดมืดของผลิตภัณฑ์ตนเอง นับเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนในท้องถิ่นเข้าค้นบ้านพักของพนักงานรายดังกล่าว รวมถึงโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศ Nvidia ในกรุงไทเป ต่อมาศาลได้อนุมัติคำร้องของอัยการเพื่อควบคุมตัวบุคคลดังกล่าว ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารและละเมิดความไว้วางใจ (Breach of Trust)
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (27 กรกฎาคม 2026) สำนักงานอัยการเมืองจีหลง (Keelung Prosecutors Office) ของไต้หวัน ออกแถลงการณ์ระบุว่า พนักงานสอบสวนเข้าตรวจค้นบ้านพักและสำนักงานของชายนามสกุล “ชาง” (Chang) คนหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขยายผลเกี่ยวกับการตรวจสอบคดีดังกล่าว และขณะนี้นายจางถูกควบคุมตัวแล้ว โดยอัยการไม่ได้ระบุชื่อเต็มหรือเปิดเผยชื่อบริษัทที่เขาทำงานอยู่
เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินคดีทางกฎหมายกับพนักงาน Nvidia นี้อาจเป็นกรณีแรกเท่าที่มีข้อมูลปรากฏ
หลังจากก่อนหน้านี้มีการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายรายในไต้หวัน ซึ่งรวมถึงพนักงานของซูเปอร์ไมโครSuper Micro Computer Inc. ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์ AI และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทเหล่านี้ อัยการยังไม่ได้กล่าวหาว่ากระทำความผิดแต่อย่างใด
คดีดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในคดีสืบสวนอย่างน้อย 8 คดีที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งชิป Nvidia ครอบคลุมพื้นที่ 4 เขตอำนาจศาล ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตั้งแต่กรุงวอชิงตันไปจนถึงไทเปกำลังเร่งปราบปรามปัญหาตลาดมืด อย่างไรก็ดี เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nvidia เคยปฏิเสธว่า ไม่มีตลาดมืดอยู่จริง
ขยายผลสอบสวนพนักงานบริษัทซูเปอร์ไมโคร
การดำเนินการทางกฎหมายต่อพนักงาน Nvidia ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเข้าตรวจค้นรอบที่สามในการสืบสวน ต่อจากรอบก่อนหน้าในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนของปีนี้
ในเดือนพฤษภาคม อัยการไต้หวันเริ่มการตรวจค้นรอบแรก โดยจับกุมบุคคลสามคนที่ต้องสงสัยว่าส่งออกเซิร์ฟเวอร์ AI ระดับสูงของซูเปอร์ไมโคร (Super Micro Computer Inc) ที่ติดตั้งชิป Nvidia ตัวที่ถูกสั่งห้าม ไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดฮาร์ดแวร์ไว้ประมาณ 50 เครื่องก่อนที่จะถูกส่งออกจากไต้หวัน แต่สงสัยว่ากลุ่มจำเลยลักลอบส่งออกเซิร์ฟเวอร์ไปยังประเทศจีนผ่านทางญี่ปุ่นสำเร็จไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งล็อต
ในปลายเดือนมิถุนายน อัยการไต้หวันเริ่มการค้นรอบที่สอง โดยจับกุมพนักงานของซูเปอร์ไมโครสองคนในหน่วยงานของบริษัทในไต้หวัน
ในเดือนมีนาคม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐตั้งข้อหาบุคคลสามคนที่เกี่ยวข้องกับซูเปอร์ไมโคร รวมถึงหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ในข้อหาช่วยลักลอบนำเข้าเทคโนโลยี AI ของสหรัฐ มูลค่าอย่างน้อย 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 84,000 ล้านบาท) ไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นการละเมิดการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ
ไต้หวันซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่ใช้ในแอปพลิเคชัน AI รายใหญ่ที่สุดในโลก และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันเข้มงวดมาตรการควบคุมการส่งออกเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ขั้นสูงไปถึงจีน
โฆษกของ Nvidia ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุด ขณะที่หวง ซึ่งถูกถามเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่าบริษัทของเขาสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น กล่าวว่า Nvidia เข้มงวดเป็นอย่างยิ่งในการอธิบายกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ของโลก ให้กับพันธมิตรของเราทุกคนได้รับทราบและเขายังเรียกร้องให้ Super Micro เพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบมากขึ้น ซึ่งผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ตอบว่านโยบายการปฏิบัติตามกฎระเบียบของตนสอดคล้องกับบริษัทอื่นๆ รวมถึง Nvidia ด้วย
รัฐบาลสหรัฐสั่งห้ามการขายชิป AI ส่วนใหญ่ของ Nvidia ให้จีน เนื่องจากกังวลว่าฮาร์ดแวร์ดังกล่าวอาจทำใหรัฐบาลจีนได้เปรียบทางด้านการทหาร
การดำเนินคดีดังกล่าวเกิดขึ้นในบริบทที่สหรัฐพยายามขัดขวางไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง จึงห้ามขายชิปขีดความสามารถสูง อาทิ Nvidia H100/A100 ให้จีนตรงๆ แต่กลุ่มผู้ค้าฝ่าฝืนมักใช้วิธีซื้อผ่านบริษัทนอมินีหรือส่งออกไปยังประเทศที่สาม เช่น สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ก่อนจะแอบส่งต่อไปยังจีนอีกที ทำให้ประเทศทางผ่านต้องรีบอุดช่องโหว่เพื่อไม่ให้โดนสหรัฐเพ่งเล็งหรือคว่ำบาตรไปด้วย
สำหรับช่องโหว่ของการควบคุมการส่งออกชิป AI ของสหรัฐ เกิดขึ้นทั้งในแง่กฎระเบียบยังมีช่องโหว่ แม้สหรัฐจะมีมาตรการคุมเข้มการส่งออกชิป AI ไปยังประเทศคู่แข่งอย่างจีน แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถอุดรอยรั่วได้ทั้งหมด
การลักลอบส่งออกไปยังจีน เจ้าหน้าที่สหรัฐอ้างว่า เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปประสิทธิภาพสูงของ Nvidia มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ถูกแอบส่งไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรการควบคุม
ในส่วนการจับตาดูจากประเทศทางผ่านอย่างประเทศในภูมิภาคฃรวมถึงสิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย เริ่มหันมาตรวจสอบและตั้งด่านเข้มงวดมากขึ้นกับการขนส่งชิป AI ผ่านประเทศ รวมถึงเตรียมยกระดับกฎหมาย รัฐบาลไต้หวันและมาเลเซียกำลังพิจารณาที่จะออกกฎหมายควบคุมการส่งออกให้เทียบเท่าหรือสอดคล้องกับมาตรการสหรัฐเพื่อให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจและเครื่องมือทางกฎหมายอย่างเต็มที่ในการดำเนินคดีกับกลุ่มลักลอบขนส่งสินค้าได้โดยตรง
อ้างอิง :