เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ดูทั้งหมด

ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์

12 ก.ย. 2569 | 12:40น.

การขับเคลื่อนและยกระดับเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครให้เติบโตอย่างทันสมัยและตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์รากเหง้าทางประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า เป็นโจทย์ใหญ่ระดับชาติที่ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่

พล.ต.ปริญ รื่นภาควุฒิ ผู้รับผิดชอบโครงการในพระราชดำริ สำนักพระราชวัง สะท้อนวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาสวนสาธารณประโยชน์รอบพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สายน้ำ และมรดกทางวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของคนในชาติ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของภาครัฐ เอกชน ทหาร ตำรวจ และประชาชน ให้เกิดเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์กับคนโดยตรงและส่วนรวมเป็นสำคัญ

เจริญไม่ทิ้งรากเหง้า 

ทุกย่างก้าวของการพัฒนาพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์มีจุดเริ่มต้นมาจากพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งหวังให้พื้นที่สาธารณะเป็นของประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง การพัฒนาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงทัศนียภาพให้สวยงามเพื่อการท่องเที่ยวหรือการสร้างภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่คือการสร้างพื้นที่สุขภาวะที่สามารถเชื่อมโยงวิถีชีวิตดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน

“ทุกอย่างจะทำขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก” พล.ต.ปริญย้ำเตือนถึงเจตนารมณ์การทำงาน 

ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมจุดศูนย์กลางสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นบริเวณป้อมมหากาฬ ภูเขาทองหรือวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดราชนัดดารามวรวิหารอันเป็นที่ตั้งของโลหะปราสาท และวัดเทพธิดารามวรวิหาร ตลอดจนพื้นที่ริมแม่น้ำลำคลองสายต่าง ๆ ในบริเวณโดยรอบ 

วัตถุประสงค์ประการแรกคือการเพิ่มพูนคุณค่าทางมรดกทางวัฒนธรรม ให้โบราณสถานได้รับการดูแล เชิดชู และอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพที่งดงาม สง่างาม เพื่อเป็นมรดกแก่อนุชนรุ่นหลังและเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้คนทั่วโลก ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมรอบสวนสาธารณประโยชน์ โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียวที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ การฟื้นฟูและรักษาสายน้ำในคูคลองให้ใสสะอาด ปราศจากมลพิษและกลิ่นเหม็นเน่า รวมทั้งตั้งเป้าหมายให้พื้นที่แห่งนี้มีระบบความปลอดภัยสูงสุด ปราศจากปัญหาอาชญากรรมและการซุกซ่อนของกลุ่มคนเร่ร่อน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนเข้ามาใช้บริหารจัดการภายในสวนอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

ในเชิงภูมิศาสตร์ พื้นที่ตรงนี้ถือเป็นจุดบรรจบทางสายน้ำที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ มีคลองสำคัญสามสายไหลมาเจอกัน คือ คลองบางลำพู คลองโอ่งอ่าง รวมเรียกว่าคลองรอบกรุง และคลองมหานาค ซึ่งไหลออกไปเชื่อมต่อกับคลองแสนแสบ บริเวณนี้จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการฟื้นฟูภูมิทัศน์สายน้ำของเมืองหลวงแต่โบราณ แม้ในอดีตบริเวณป้อมมหากาฬเคยเป็นชุมชนหนาแน่น แต่ปัจจุบันบางส่วนได้ปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สวนสาธารณะด้วยความร่วมมือจากประชาชนที่ย้ายออกไปด้วยความเข้าใจ ส่วนพื้นที่ริมคลองอื่น ๆ ก็กำลังทยอยดำเนินงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องแล้วเกือบ 70% 

สวนลอยฟ้าประสานผืนป่าเมือง

งานออกแบบเมืองในโครงการนี้เน้นการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกันผ่านสะพานและทางเดิน เนื่องจากสายคลองรอบกรุงมีสะพานข้ามคลองมากถึง 14 แห่ง เช่น สะพานผ่านฟ้าลีลาศ สะพานสมมตอมรมารค และสะพานหัน โครงการจึงมีแนวคิดในการสร้างสะพานเชื่อมต่อพื้นที่สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ข้ามคลองและข้ามถนนบริพัตร ไปสู่พื้นที่ของภูเขาทองและวัดสระเกศ โดยบนสะพานจะออกแบบให้ปลูกต้นไม้ใหญ่และจัดสวนประดับไว้ตลอดทางเดิน คล้ายลักษณะของสวนลอยฟ้าหรือสะพานสีเขียว เพื่อเชื่อมประสานผืนป่าเมืองจากฝั่งป้อมมหากาฬและภูเขาทองเข้าด้วยกันเป็นผืนเดียว โดยไม่กระทบต่อการสัญจรทางน้ำของเรือในคลองและทางบก อย่างไรก็ตาม การออกแบบสะพานและสวนลอยฟ้าดังกล่าวต้องคำนึงถึง ภูมิทัศน์ มุมมองเชิงทัศนียภาพและโบราณสถานเป็นสำคัญ

“การออกแบบต้องเพิ่มพูนคุณค่าโบราณสถาน ไม่ใช่ไปด้อยค่าลง ต้องทำให้โบราณสถานโดดเด่นยิ่งขึ้น” พล.ต.ปริญชี้ให้เห็นหัวใจของการออกแบบ 

โดยทีมงานจำต้องกำหนดระดับความสูงของสะพานและแนวต้นไม้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ให้สูงเกินไปจนบดบังทัศนียภาพของภูเขาทองหรือป้อมมหากาฬเมื่อมองมาจากเส้นทางหลักอย่างถนนราชดำเนิน พร้อมทั้งจัดให้มีการเปิดประกวดแบบภูมิสถาปัตยกรรมเพื่อเฟ้นหาไอเดียที่เพิ่มพูนคุณค่าให้แก่โบราณสถานได้อย่างลงตัวที่สุด 

นอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ป้อมมหากาฬ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีชีวิตและพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง รวบรวมเรื่องราวตั้งแต่การสร้างเมือง กำแพงเมือง เทคนิคการบูรณะป้อมปราการ ตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม และบันทึกภาพความร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันก็มีแผนเชื่อมโยงเส้นทางสัญจรทางน้ำ ด้วยการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเรือไฟฟ้าจากใจกลางกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อไปยังจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา รวมถึงการกระจายพื้นที่สีเขียวขนาดเล็ก หรือ Pocket Park ให้ประชาชนเดินเข้าถึงได้ง่ายภายในเวลาไม่กี่นาที เพื่อลดปัญหาความร้อนของเมือง และขับเคลื่อนเกาะรัตนโกสินทร์สู่การเป็นเมืองที่เดินได้

เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา นำมา สืบสาน รักษาและต่อยอด

สำหรับกระบวนการทำงานกับชุมชนและประชาชนในพื้นที่ โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายนี้ยึดหลักการทำงานอย่างนุ่มนวล

“เราใช้หลักเข้าถึง เข้าใจ พัฒนา ทุกอย่างเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ชุมชนไหนได้รับความเดือดร้อนเราเข้าไปช่วยเหลือ ไม่มีการขับไล่” ประจำราชเลขานุการในพระองค์เน้นย้ำ 

กระบวนการทำงานดำเนินไปโดยอาศัยการสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน จัดกิจกรรมช่วยเหลือในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การตักบาตรพระสงฆ์ การนำทีมแพทย์ พยาบาล และสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพและดูแลสัตว์เลี้ยง ตลอดจนการส่งช่างชุมชนเข้าไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้แก่ชาวบ้าน เพื่อแสดงมิตรไมตรีและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาไปพร้อมกัน 

เมื่อถามถึง “ผลกระทบ” ต่อชุมชนในบริบทของโครงการนี้ พลตรีปริญมองว่าเป็นผลกระทบในเชิงบวก คือการเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ประชาชนได้รับช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีระบบไฟฟ้าและประปาที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ไม่ต้องทนอยู่อาศัยอย่างแออัดเหมือนในอดีต ซึ่งประสบการณ์จากการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรในอดีตพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้ช่วงแรกจะมีผู้เห็นต่างจากความไม่เข้าใจ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงและอธิบายจนเห็นภาพตรงกัน ชุมชนก็หันมาร่วมมือกันจนกลายมาเป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาลำคลอง โดยอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูสายน้ำอย่างยั่งยืน คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตริมคลอง ด้วยแนวคิดการเปลี่ยนผ่านภาพจำดั้งเดิม

“เป้าหมายหลักคือทำหลังบ้านให้กลายเป็นหน้าบ้าน พอเป็นหน้าบ้านแล้วคนก็ไม่อยากทิ้งขยะ ไม่อยากทิ้งของเสียลงคลอง เพราะใคร ๆ ก็อยากโชว์หน้าบ้านที่สวยงาม” พลตรีปริญกล่าวอย่างน่าสนใจ 

ในอดีตชุมชนริมคลองมักหันหลังบ้านเข้าหาลำน้ำ ทำให้เกิดการทิ้งขยะและน้ำเสียลงสู่คลองโดยตรง แต่เมื่อมีการปรับปรุงพื้นที่ริมคลองให้สวยงาม ประชาชนก็เริ่มปรับปรุงอาคารบ้านเรือน หันหน้าบ้านมาสู่คลอง จัดแต่งพื้นที่ด้วยต้นไม้และความสะอาด ซึ่งช่วยแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียได้อย่างยั่งยืนจากความร่วมมือของคนในชุมชนเอง 

แก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่ดี 

เป้าหมายและกรอบเวลาในการดำเนินโครงการพัฒนาสวนสาธารณประโยชน์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ แม้จะวางเป้าหมายภาพรวมว่าจะเห็นความสวยงามของสวนสมบูรณ์ในระดับหนึ่งภายในปี พ.ศ.2571 แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมถือเป็นภารกิจที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกวัน 

“ถ้าถามว่าสิ้นสุดเมื่อไหร่ เป้าหมายคือเราทำตลอด ช่วย ๆ กันทำ ทุกคนต้องช่วยกันทำ” พล.ต.ปริญสะท้อนมุมมองการทำงาน 

ตลอดหลายปีของการทำงานในโครงการพระราชดำริและกิจกรรมจิตอาสา เจ้าหน้าที่และภาคส่วนต่าง ๆ ยังคงลงพื้นที่ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ทำความสะอาดคูคลอง ซ่อมแซมสะพาน และสร้างความเข้าใจกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ 

ผู้รับผิดชอบโครงการในพระราชดำริบอกว่า ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากคำสั่งจากบนลงล่าง แต่เกิดจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่ ข้อเสนอแนะในทางสร้างสรรค์ การทำทางเดินเท้าที่ปลอดภัยข้างสะพานมหาดไทยอุทิศ การทำสวนสาธารณประโยชน์ในชุมชน ล้วนมาจากเสียงสะท้อนของชาวบ้าน เจ้าอาวาสวัด และผู้ประกอบการในท้องถิ่นทั้งสิ้น 

ทุกกระบวนการดำเนินงานท่านราชเลขานุการในพระองค์ได้น้อมนำพระบรมราโชบายให้กับส่วนราชการ ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่  ได้ร่วมเข้ามามีส่วนร่วม ส่งเสริม สนับสนุนกันได้อย่างสร้างสรรค์ เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม ได้มีประสิทธิภาพตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

“ท่านทรงมีพระราชปณิธานในการแก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่ดี ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมีความสุข ชุมชนเข้มแข็ง และมีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน” 

พล.ต.ปริญย้ำถึงหัวใจของภารกิจ แนวทาง “เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา” ถือเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน วัด และประชาชนในพื้นที่ ให้หันมาร่วมมือกันปรับเปลี่ยนเมืองหลวงแห่งนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีความยั่งยืน เพื่อมอบเป็นมรดกอันมีค่าแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกาะรัตนโกสินทร์