เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ดูทั้งหมด

วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’

12 ก.ย. 2569 | 07:05น.

วิกฤตกำลังซื้ออ่อนแอ ค่าครองชีพพุ่งจากต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันดิบโลกกลับมาทะลุ 100 เหรียญต่อบาร์เรล “ฐากร-ทีทีบี” เผยกลุ่มรายได้ต่ำ 3 หมื่นบาท กลายเป็น “กลุ่มเปราะบางยุคใหม่” รายจ่ายพุ่ง-หนี้ท่วม ถูกปฏิเสธสินเชื่อมากขึ้น ผู้ว่าฯแบงก์ชาติเผยกลุ่ม SMEs เข้าข่าย “ซอมบี้” เพิ่มขึ้น “สยามโกลบอลเฮ้าส์-มากุโระ-อิชิตัน-โอสถสภา” ดิ้นปรับตัวรับมือเศรษฐกิจซึมหนักปรับกลยุทธ์-ปรับสูตรธุรกิจเอาตัวรอด อสังหาฯ เลหลังลดราคา

กำลังซื้อเปราะบาง-อ่อนแอ

ดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2569ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง  ไตรมาส 4/2569 จะมีปัจจัยเรื่องการเกิดเอลนีโญ ซึ่งจะกระทบราคาอาหารและราคาสินค้าเกษตร ก็ทำให้กำลังซื้อยังเปราะบางและอ่อนแอ

“ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาแม้มีมาตรการของภาครัฐ (ไทยช่วยไทย พลัส) ดัชนีก็ยังต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าผู้บริโภคกังวลเรื่องกำลังซื้อ ซึ่งครัวเรือนที่มีรายได้น้อยก็จะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวเพียง 1.7% ชะลอลงกว่าครึ่งปีแรกที่ขยายตัว 2.4% และคาดว่าทั้งปีเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2% เท่ากับประมาณการเดิม

ประเมินว่า ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะทรงตัวที่ระดับ 1% จนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3% แม้ว่ามีโอกาสเร่งตัวสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้

จับตา “หนี้เสีย” ขยับ

ขณะที่ ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการเติบโตสินเชื่อภาพรวมปี 2569 คาดการณ์เติบโตเพียง 0.5% ต่อปี เนื่องจากการฟื้นตัวของสินเชื่อยังไม่กระจายถึงเอสเอ็มอี เช่นเดียวกับสินเชื่อรายย่อย ที่ยังอยู่ในช่วงการปรับลดหนี้ครัวเรือนต่อ GDP  

นอกจากนี้พบว่า หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่อสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ มีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 2.76% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 เข้าหากรอบที่ 2.80-3.00% ในสิ้นปี 2569

น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันโลก เมื่อ 11 กันยายน 2569  ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มทำสถิติเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ช่วงสงครามอิหร่านเริ่มต้น และราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอยู่ที่ราว 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นผลจากความขัดแย้งขยายวงทั่วตะวันออกกลาง

ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงาน เนื่องจากกลุ่มฮูตีรุกคืบยึดพื้นที่ใกล้กับช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งน้ำมันที่สำคัญ จนส่งผลให้ตลาดกังวลอย่างหนักต่อภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงัก นอกจากนี้การกว้านซื้อน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ของจีนยังส่งผลให้ตลาดโลกตึงตัวยิ่งขึ้น ในบริบทที่อิหร่านและสหรัฐกำลังเข้าสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยยังไม่มีสัญญาณของการหยุดยิงในระยะสั้น

“เอกนิติ” เร่งสรุปต่อ “ไทยช่วยไทย”

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า กำลังเร่งพิจารณาต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เฟส 2 จากปัจจัยด้านราคาพลังงานที่ยังสูงขึ้น และสงครามที่ยังไม่จบ ซึ่งจะพิจารณารูปแบบการช่วยเหลือด้วย โดยยืนยันว่ากระทรวงการคลังยังมีวงเงินช่วยเหลืออยู่ และเสียงส่วนใหญ่จากพ่อค้าแม่ค้าต้องการให้ต่ออายุโครงการอีก 1-2 เดือน ซึ่งจะเร่งให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือน ก.ย. 

การทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส เริ่มต้นมาจากวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมัน ซึ่งล่าสุดยังมีการยิงกัน ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องรีบพิจารณาเรื่องนี้ เพราะอยากช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ตอนนี้เรามี 26 ล้านคนที่ใช้โครงการไทยช่วยไทย พลัส บวกกับอีก 13 ล้านคนที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมดประมาณ 40 ล้านคน 

รายได้ต่ำ 3 หมื่นเปราะบางยุคใหม่ 

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กำลังซื้อในช่วงที่เหลือของปียังคงเปราะบาง โดยกลุ่มที่มีรายได้ประมาณ 70,000 บาทต่อเดือน ถือว่ายังมีความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายได้ ขณะที่กลุ่มรายได้ระดับ 50,000 บาทเริ่มมีความตึงตัวมากขึ้น ยังสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน เรียกว่าเป็นกลุ่มเปราะบางยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

“เมื่อก่อนกลุ่มเปราะบาง คือ รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท แต่ตอนนี้ 30,000 บาท คือถ้าอาศัยอยู่ในต่างจังหวัดอาจยังพอรับมือได้ เนื่องจากค่าครองชีพต่ำกว่าและบางส่วนยังอาศัยอยู่กับครอบครัว แต่ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ตึงตัวเลย เพราะรายได้เติบโตไม่ทันค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น ทั้งราคาที่อยู่อาศัย อาหาร และค่าใช้จ่ายประจำวัน ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการใช้จ่ายและภาระหนี้ต่าง ๆ”

รายได้ไม่พอ-หนี้ท่วม-กู้ยาก 

นายฐากรกล่าวว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนเริ่มมีสัญญาณทรงตัว ภายหลังสถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกหนี้  ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้บ้าน รถยนต์ และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่าง ๆ รวมถึงผู้ให้บริการสินเชื่อต่างระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากการเร่งให้สินเชื่อในช่วงที่กำลังซื้ออยู่ในภาวะเปราะบางอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน

“ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่หนี้อย่างเดียว แต่คือรายได้ของคนไทย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่รายได้ไม่เพียงพอ หนี้จะแก้ไม่ได้ถ้ารายได้ไม่เพิ่มขึ้น” 

นายฐากรกล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มรายได้ 30,000 บาทมีแนวโน้มถูกปฏิเสธสินเชื่อมากขึ้น โดยสาเหตุหลัก ๆ มาจากภาระหนี้เดิมที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ ทำให้มีเงินเหลือไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งปกติแล้วอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ไม่ควรสูงเกิน 70% ของรายได้  

“เหตุผลในการปฏิเสธสินเชื่อหลักใหญ่ คือ ภาระหนี้ เงินเหลือต่อเดือนไม่พอ ซึ่งจริง ๆ ควรจะต้องมีเหลือ 3,000-5,000 บาท ติดกระเป๋าให้ได้”

ธปท.เผยกลุ่มธุรกิจซอมบี้พุ่ง

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีติดลบมา 16 ไตรมาสแล้ว แตกต่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สินเชื่อมีการขยายตัวและกลับมาเป็นบวกในช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา นอกจากนี้พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าข่ายธุรกิจซอมบี้ (Zombie Firm)  คือมีกำไรไม่พอที่จะจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปี 2556 อยู่ที่ 2.7% เพิ่มเป็น 5.7% ในปี 2567 หรือเกือบ 6%  

ต้องยอมรับความเป็นจริง ธปท. และระบบการเงินไม่สามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ทุกราย โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นบริษัทซอมบี้ ซึ่งขาดศักยภาพ ไม่ปรับตัว หรือสู้การแข่งขันไม่ได้ ก็ต้องปล่อยไปตามกลไก”

อสังหาฯ เลหลัง-ตัดขายทรัพย์

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาฯ ในไตรมาส 3 โดยเฉพาะเดือนกันยายนไม่ค่อยดี แม้ว่ายอดโอนจะเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ประกอบการยอมขายแบบ เลหลัง หรือลดราคาอย่างหนัก อาทิ คอนโดมิเนียมที่ปกติราคาขาย 2 ล้านบาท ก็นำมาขายเพียง 1 ล้านบาท เพื่อระบายสต๊อก ตลาดยังไม่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง ยอดขายโครงการใหม่ยังชะลอตัว 

ด้านนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาฯมีสต๊อกคงค้างหลักแสนยูนิต ซึ่งเป็นภาระที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับทั้งภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าส่วนกลาง และค่าซ่อมแซมหากยูนิตมีความเสื่อมโทรม  ขณะที่ผู้บริโภคยังเผชิญหน้ากับปัญหา “กู้ไม่ผ่าน” โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์ สถาปนิก หรืออาชีพเกี่ยวกับงานก่อสร้าง

ด้วยสถานการณ์เหล่านี้ผู้ประกอบการบางรายที่มีปัญหาสภาพคล่องจำเป็นต้องตัดขายทรัพย์สิน ที่ดิน หรือโรงแรมที่เคยพัฒนาไว้ เพื่อนำเงินสดมาหมุนเวียนจ่ายหนี้และเงินเดือนพนักงานบางรายต้องปรับปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย

โกลบอลเฮ้าส์ชี้กำลังซื้อหด

นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลกระทบต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้าง กำลังซื้อหาย แต่บริษัทพยายามรักษาการเติบโตทั้งในสาขาเก่าและการขยายสาขาใหม่ และที่สำคัญคือ การรักษากระแสเงินสดให้เป็นบวกอยู่เสมอ ไม่ใช่มีแต่กำไรแต่ไม่มีกระแสเงินสด จึงพยายามใช้เครื่องมือดิจิทัลสะท้อนภาพรายได้และกำไรอย่างเรียลไทม์

สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2570 ของบริษัทยังจะคงอยู่ในโหมดขยับขยาย ทุกปีจะมีการขยายสาขาอย่างน้อย 6-8 สาขา อย่างไรก็ดีปี 2568 ที่ผ่านมามีสาขาอรัญประเทศ ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยเหตุการณ์ไม่สงบ แม้จะเตรียมสาขาเสร็จพร้อมแล้วจึงต้องเลื่อนเปิดตัวไม่มีกำหนด ซึ่งวันนี้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง  

มากุโระชิงจังหวะขยายสาขา

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ผู้ร่วมก่อตั้ง มากุโระ กรุ๊ป กล่าวว่า ในแง่ของสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อจากปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งตนมองว่าหนักมาก แต่ปี 2569 ต้องยอมรับว่าท้าทายหนักมากกว่าปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคทานอาหารนอกบ้านลดลง  เลือกร้านอย่างระมัดระวังและคาดหวังสูง ทั้งค้นหาข้อมูล, อ่านรีวิว, ถามเพื่อน เรียกว่าทำรีเสิร์ชอย่างละเอียดล่วงหน้า เพื่อให้คุ้มค่าเงินที่สุด สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อร้านอาหารอย่างรุนแรง  หากรายใดไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังลูกค้าได้มีโอกาสสูงที่จะสูญเสียลูกค้าจนต้องถอนตัวออกจากตลาด

โดยปีนี้ก็จะเห็นว่ามีร้านอาหารที่อาจปรับตัวไม่ได้ กลายเป็นร้านนอกกระแสที่ต้องปิดตัว รวมถึงร้านอาหารหลายรายต้องปรับลดสาขา อย่างไรก็ตามในส่วนของมากุโระก็มองว่าความท้าทายนี้เป็นโอกาสในการขยายสาขา เนื่องจากในช่วงคู่แข่งอื่นอ่อนแอต้องปรับลดหรือปิดสาขา ทำให้ศูนย์การค้า หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ ฯลฯ ก็ต้องหาร้านอาหารเข้าไปทดแทน ขณะที่มากุโระก็มีแผนขยายพอร์ต และมีความพร้อมก็ทำให้ได้ต้นทุนค่าเช่าสถานที่ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ    

“คู่แข่งหลายรายชะลอแผนขยายสาขา จึงเป็นโอกาสที่มากุโระจะสปีดธุรกิจสวนขึ้นมา โดยอาศัยความพร้อมจากการมีแบรนด์ร้านอาหารถึง 14 แบรนด์ในมือที่สร้างกระแสเงินสดให้จึงพร้อมลงทุน และการทำการบ้านเข้มข้นศึกษาความสำเร็จของแบรนด์อื่น ๆ เพื่อสร้างกลยุทธ์รับมือ พร้อมกับดึงมือดีจากวงการต่าง ๆ เข้ามาเสริมทัพ  โดยบริษัทมีแผนขยายแบรนด์ต่อเนื่อง ทั้งของหวาน, ของทานเล่น, อาหารไทยและอาหารญี่ปุ่น เพื่อบาลานซ์พอร์ตรายได้”

ยกเครื่อง รง.ลดต้นทุนแรงงาน

ขณะที่นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งหลังปี ’69 ยังต้องจับตากำลังซื้อฐานรากอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่ฟื้นตัวนัก และมาตรการกระตุ้นภาครัฐกำลังจะสิ้นสุดลง ทั้งนี้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังได้แรงหนุนจากกลุ่มพรีเมี่ยมและฟังก์ชั่นสุขภาพที่เติบโตเด่น บริษัทจึงต่อยอดเทรนด์สุขภาพด้วยการปรับสูตรเครื่องดื่มชูกำลังลดน้ำตาลเหลือ 5 กรัมต่อขวด   พร้อมพัฒนาเครื่องดื่มกระป๋องสูตรน้ำตาล 0% และใช้กาเฟอีนธรรมชาติ

พร้อมกับคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยอัพเกรดโรงงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นระบบอัตโนมัติ 100% ลดห่วงโซ่การผลิตช่วยลดการพึ่งพาคนลง 200-300 คน สามารถเดินเครื่องผลิตได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน รวมถึงใช้ไลน์บรรจุความเร็วสูง 1,000 ขวดต่อนาที หรือเฉลี่ย 1.3-1.5 ล้านขวดต่อวัน อิชิตันโฟกัสกลุ่ม 10 บาท-ไซซ์ใหญ่

ด้านนายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เปลี่ยนไป โดยหันเลือกเครื่องดื่มขนาดประหยัดราคา 10 บาท และเครื่องดื่มไซซ์ 1 ลิตรมากขึ้น รวมถึงเครื่องดื่มน้ำตาลสูตร 0% เพราะจับต้องง่าย คุ้มค่า และเป็นการดูแลสุขภาพในราคาประหยัด 

ดังนั้นช่วงโค้งสุดท้ายปี ‘69 บริษัทจะต่อยอดเทรนด์นี้ด้วยการเพิ่มกำลังผลิตสินค้าราคา 10 บาท และไซซ์ 1 ลิตร จากโรงงานของบริษัทฮอนชินที่เป็นพันธมิตร พร้อมโฟกัสสินค้าเพื่อสุขภาพและกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ชา ทั้งน้ำด่างอิชิตัน และน้ำสมุนไพรเย็นเย็น เข้ากับเครื่องดื่มในกระแสนิยม ซึ่งล่าสุดจับมือบริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด พัฒนาสินค้า เย็นเย็นจับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม และกำลังศึกษาการต่อยอดไปยังชาเขียวด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กำลังซื้อ วิกฤต