เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  

12 ก.ย. 2569 | 07:33น.

การสกัดกั้น “ทุนเทา” ไม่ให้เข้ามาเซาะ-กร่อน-บ่อนทำลาย ประเทศไทย เป็นอีกบทบาทสำคัญของแบงก์ชาติ ภายใต้การนำของ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประกาศค่านิยมองค์กรใหม่ “ยืนตรง มองไกล ยื่นมือ ติดดิน” นอกเหนือไปจากพันธกิจ “รักษาเสถียรภาพ” อันเป็นภารกิจหลักของแบงก์ชาติ

ตั้งแต่ “วิทัย” เข้ารับตำแหน่ง แบงก์ชาติทยอยออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นทุนเทาอย่างต่อเนื่อง จากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่การกำกับธุรกรรมทองคำ ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2569 กรณีถอนทองคำตั้งแต่ 2 กิโลกรัม/วัน/แพลตฟอร์ม ต้องรายงาน, จำกัดวงเงินซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชั่น 50 ล้านบาท/คน/แพลตฟอร์ม เริ่มเมื่อเดือน มี.ค. 2569, การคุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2569 และในเดือน ต.ค. 2569 นี้จะยกระดับสู่การคุมการฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท จะต้องรายงานที่มาด้วย

จับมือ 11 กลุ่มธุรกิจสกัดทุนเทา

ล่าสุดแบงก์ชาติได้ร่วมกับหน่วยงานภาคการเงิน 11 แห่ง ประกาศเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายและการทำทุจริต โดยยกระดับมาตรการตรวจสอบธุรกรรมเสี่ยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปิดช่องทางไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือทางผ่านของธุรกรรมผิดกฎหมาย เพื่อทำให้ “เงินเทา” ลดลงและทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น 

“แบงก์ชาติและผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลได้ร่วมมือขับเคลื่อน “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน” เพื่อประกาศเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายและการทำทุจริต ทั้งหมดจะทำให้เกิดการกำจัดเงินทุนเทา เงินพนันออนไลน์ และเงินจากคอร์รัปชั่น เพื่อทำให้เงินที่ผิดกฎหมายลดน้อยไปจากประเทศไทยให้มากที่สุด พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยดีขึ้น”

โดย 11 หน่วยงานที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ได้แก่ ธปท. สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (สมาคม TEPA) สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย สมาคมลีสซิ่งไทย สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล และชมรมธุรกิจบัตรเครดิต 

สร้างคอขวด-เข้ม 6 จุดอุดเส้นเงินเทา

แนวทางใหม่ สร้างความร่วมมือระหว่างแบงก์ชาติกับภาคการเงิน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.การถอนเงินสดออนไลน์ 5 ล้านบาทต้องรายงาน 2.การซื้อขายทองคำออนไลน์ 2 กิโลกรัม หรือมูลค่ารวม 10 ล้านบาทต้องรายงาน 3.กำหนดเพดานรับซื้อเงินตราต่างประเทศ 8 แสนบาท/ราย/วัน 4.กำหนดวงเงินโอนในแต่ละกลุ่มตามความเสี่ยง พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการจัดทำข้อมูลและประเมินความเสี่ยงของลูกค้า (Customer Profiling) รวมถึงบังคับใช้หลักเกณฑ์การบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) โดยเฉพาะการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท USDT

5.การยกระดับหลักเกณฑ์ KYC, CDD, EDD (การยืนยันตัวตน) สำหรับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารพาณิชย์ กับระบบของ e-Payment ในการตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติแบบเชิงรุก และ 6.กำหนดรูปแบบพฤติกรรมผิดปกติที่มีตลอด 24 รูปแบบ

“แบงก์ชาติและภาคการเงินจะไม่มีอำนาจในการปราบปราม หรือจับกุมโดยตรง แต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอขวด ยกระดับความยากลำบาก และสกัดกั้นไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือทางผ่านของธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย” 

เห็นผล-ธุรกรรมเสี่ยงลดลงชัดเจน

“วิทัย” กล่าวว่า ธปท.ได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) สำนักงานสำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เร่งปราบปรามธุรกรรมผิดกฎหมาย ปัญหาเรื่องเงินเทา พนันออนไลน์ และคอร์รัปชั่น 

ที่ผ่านมา ธปท.ได้ยกระดับการสแกนบัญชีเพื่อระงับบัญชีม้าให้เร็วขึ้น ป้องกันไม่ให้เงินจากพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ หรือการคอร์รัปชั่นถูกโอนเข้าและถอนออกได้ง่าย

“เงินเทา พนันออนไลน์ ธุรกิจผิดกฎหมาย และเกี่ยวเนื่องกับการคอร์รัปชั่น ธปท.ได้กำกับการถอนเงินสดพันธบัตร ซึ่งเห็นปัญหาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง จึงจำกัดปริมาณถอนเงินสด ทำให้ธุรกรรมผ่านคิวอาร์โค้ด และคิวอาร์เพย์เมนต์ทั้งหมด ส่งผลการใช้เงินสดลดลง พร้อมกำกับการซื้อขายทอง เพื่อป้องกันเปลี่ยนเงินสดเป็นสินทรัพย์อื่น”

ผลจากการผนึกความร่วมมือ ทำให้ยอดการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงปรับลดลงอย่างชัดเจน ทั้งยอดการซื้อขายทองคำจำนวนเกิน 2 กิโลกรัมมูลค่า 10 ล้านบาท ทำให้ปริมาณการถอนทองคำที่เคยถึงระดับ 20,000 ล้านบาท ปรับลดลงเหลือ 3,000 ล้านบาท ลดลงรวดเร็ว 70% และยอดการเบิกถอดเงินสด 5 ล้านบาท ปรับลดลงถึงจาก 100,000 ล้านบาท เหลือ 40,000 ล้านบาท

คุมฝากสดเกิน 5 ล้านต้องแจงที่มา

“ผู้ว่าการ ธปท.” กล่าวว่า ในเดือน ต.ค. 69 จะเพิ่มเติมมาตรการให้มีการรายงาน เมื่อฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องชี้แจงว่าเงินมาจากที่ใด พร้อมกันนี้จะมีการแบ่งบันข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อทำให้ยอดการทำธุรกรรมมีความโปร่งใสและป้องกันปัญหาในเรื่องเงินเทา 

“ตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา ธปท.ทยอยทำเป็นเรื่อง ๆ แต่สิ่งที่ทำคือ ยกระดับทำให้อุตสาหกรรมภาคการเงินทำงานร่วมกัน ซึ่งจะครอบคลุมผู้ประกอบการ 24 ใบอนุญาต และ 11 ชมรม เพื่อไม่ให้ภาคการเงินใช้เป็นช่องทางและทางผ่านสนับสนุนเงินเทาที่ผิดกฎหมาย”

ต่อไปนี้ภาคการเงินจะมีการแชร์ข้อมูลระหว่างกัน ทั้งแบงก์พาณิชย์ แบงก์รัฐ แบงก์ต่างประเทศ น็อนแบงก์ ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ รวมถึงแชร์ต่อไปที่สำนักงาน ปปง., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงาน ก.ล.ต. และตำรวจ 

“ต่อไปประเทศจะดีขึ้น แม้อาจจะไม่หมดไปเลยทีเดียว แต่เชื่อว่าเงินเทาจะลดลง” 

สมาคมแบงก์ชี้สแกมเมอร์ยังน่าห่วง

ขณะที่ “ผยง ศรีวณิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญอาชญากรรมข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อน พบว่าอาชญากรรมทางเทคโนโลยียังน่ากังวล และพบการหลอกลวงจากสแกมเมอร์ในระดับสูง โดยสถิติความเสียหายตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึง ก.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (AOC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้รับแจ้งเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้วกว่า 190,000 เคส มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 9,000 ล้านบาท 

“แม้แนวโน้มจำนวนการรับแจ้งเหตุเฉลี่ยจะลดลงจากปี 2568 จากเดิมประมาณ 1,040 เคส/วัน ปรับลดลงเหลือ 902 เคส/วัน แต่ถือว่าจำนวนรับแจ้งเหตุเฉลี่ยยังอยู่ในระดับสูง ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุนและทรัพย์สินที่ได้มาจากการะทำความผิดและนำไปฟอกเงิน ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยระดับความเสียหายของอาชญากรรมทางเทคโนโลยียังอยู่ในระดับสูง และสแกมเมอร์ยังคงปรับเปลี่ยนกลวิธี เพื่อให้ยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น จึงยากต่อการปราบปรามอย่างทันท่วงที”

“ผยง” กล่าวอีกว่า การผลักดันให้เศรษฐกิจที่ไม่ได้อยู่ในระบบกลับเข้าสู่ระบบ ถือเป็นความท้าทายภายใต้กรอบความร่วมมือร่วมกัน เพื่อสร้างกลไกและความเชื่อมั่น เสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ สตช. และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงิน 

บทบาทของสมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกได้ขับเคลื่อนร่วมยกระดับการยืนยันตัวตน (KYC/CDD/EDD) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากภาครัฐ เช่น ข้อมูลสัญชาติ ข้อมูลหนังสือเดินทางจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้น หรือผู้มีอำนาจควบคุมธุรกิจ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อป้องกันการสวมรอย รวมถึงป้องกันการใช้บุคคลอื่นมาเปิดบัญชีแทน หรือบัญชีนอมินี และป้องกันการปกปิดผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง รวมถึงจัดทำมาตรฐานการจัดการบัญชีเสี่ยง โดยอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพฤติกรรม เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมตามลำดับความเสี่ยง 

“แบงก์ได้ยกระดับตรวจสอบธุรกรรมเงินสดเสี่ยงสูง ร่วมมือกับ ธปท.กำหนดเกณฑ์พิจารณาวัตถุประสงค์ รูปแบบ จำนวนเงิน เอกสารประกอบ และแหล่งที่มาของเงินสด เพื่อลดใช้เงินสดในการทำธุรกรรรมผิดกฎหมาย พร้อมเฝ้าระวังเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี โดยนำเทคโนโลยีและข้อมูลพฤติกรรมมาใช้ตรวจจับสิ่งผิดปกติให้รวดเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายก่อนขยายวงกว้าง รวมถึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคธนาคาร ภาครัฐ และภาคเอกชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

เร่ง 4 แผนป้องกันฟอกเงิน-แก้โกง

“ประธานสมาคมธนาคารไทย” กล่าวด้วยว่า การดำเนินการของสมาคมจะเข้าไปช่วยเสริม 4 มาตรการหลักคือ 1.ร่วมกับ ธปท.ควบคุมการซื้อขายของร้านทองออนไลน์ 2.ร่วมกับ ก.ล.ต.กำหนดให้แพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีใช้มาตรการ Travel Rule เพื่อส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอน 3.ร่วมกับ ปปง.บังคับให้รายงานธุรกรรมผิดปกติแบบทันที และ 4.ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริษัทนอมินีข้ามชาติ

“จะทำให้ลดตัวเลขความเสียหายจากกลุ่มสแกมเมอร์ และสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินไทย พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางทางการเงิน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ลดความเสี่ยงจากการถูกขึ้นบัญชีดำด้านการฟอกเงินระดับสากล และสร้างความโปร่งใส ปรับปรุงดัชนีคอร์รัปชั่น สนับสนุนการดึงดูดนักลงทุน

พร้อมสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และการเตรียมความพร้อมรับการประเมินมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจาก APG Asia Pacific Group on Money Laundering ตามเกณฑ์ FATF ในปี 2571 เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบให้เข้าสู่ระบบในระยะยาว”

TEPA รับลูกสกัดธุรกรรมเสี่ยง 

ด้าน “ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ในฐานะนายกสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งคณะทำงานปฏิบัติการขึ้นมา โดยมีตัวแทนจากบริษัทสมาชิกทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับ ธปท. สมาคมธนาคารไทย และสมาคมอื่น ๆ เพื่อแชร์ข้อมูลกลุ่มคนและพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงร่วมกัน 

“สมาคมได้มีการวางแผน ทั้งการยกระดับมาตรฐานและการตรวจสอบต่าง ๆ ให้สูงขึ้น รวมถึงการวางระบบทำให้ขั้นตอนของการทำความผิดมีความยากลำบากมากขึ้น สำหรับผู้ที่ตั้งใจทำทุจริต เพื่อช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องให้ลดลงอย่างรวดเร็ว ประการสุดท้าย เน้นความรวดเร็วในการแชร์ข้อมูล การปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่ม และปรับระบบให้เท่าทันต่อรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ”

“ยอด” กล่าวด้วยว่า ยังได้มีการกำหนดพันธสัญญา (Commitment) จำนวน 4 ข้อ ทั้งเพื่อยกกระดับ KYM (Know Your Merchant) ที่มุ่งตรวจสอบและยืนยันตัวตนร้านค้าอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลาที่ให้บริการ ไม่ใช่ทำแค่ครั้งแรกตอนสมัคร ทั้งในส่วนของร้านค้า ร้านค้าหลัก (Master Merchant) และกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) และในส่วนของลูกค้า ที่ได้ยกระดับ KYC/CDD สำหรับผู้บริโภค ในการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบและยืนยันตัวตนเจ้าของบัญชีลูกค้า และตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ และนำส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อใช้วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของธุรกรรมเสี่ยงในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟอกเงิน แบงก์ชาติ