เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
Biz Movement มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
Finance สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
ดูทั้งหมด

“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก

11 ก.ย. 2569 | 19:07น.

เทศบาลนครเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาย่านที่อยู่อาศัยสร้างสรรค์ โดยนำร่องฟื้นฟู “ย่านช้างม่อย” ชุมชนการค้าดั้งเดิมที่เชื่อมต่อกับคลองแม่ข่า ให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะสาธารณะ (Public Art) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมปักหมุด “ช้างเผือก” ย่านต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครเชียงใหม่เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง ควบคู่การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เปิดตัวกิจกรรมนำร่อง “Chiang Mai City Gallery @ ช้างม่อย : ศิลปะของทุกคน เพื่อเมืองของพวกเรา” ณ บริเวณถนนคนเดินชุมชนช้างม่อย เทศบาลนครเชียงใหม่ โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน และมีคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะกรรมการชุมชนช้างม่อย ศิลปิน นักวิชาการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาเมืองจึงต้องรักษาคุณค่าของอดีต ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโตอย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชน สำหรับโครงการ Chiang Mai City Gallery @ ช้างม่อย ถือว่าเป็นตัวอย่างของการนำศิลปะสาธารณะมาเชื่อมโยงผู้คนกับพื้นที่ ผ่านความร่วมมือของเทศบาล ชุมชน ศิลปิน นักวิชาการ และภาคีเครือข่าย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ความทรงจำ และอัตลักษณ์ของชุมชนผ่านงานศิลปะร่วมสมัย โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และความเห็นชอบของชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์รากเหง้า และมรดกทางวัฒนธรรม

“เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมีชีวิตชีวาให้ย่านช้างม่อย ต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเป็นต้นแบบการพัฒนาย่านที่อยู่อาศัยด้วยศิลปะ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมชื่นชมทุกฝ่ายที่ร่วมกันผลักดันโครงการให้เกิดขึ้น” นายรัฐพล กล่าว

นางสาวกานต์ชนก ประกาศวุฒิสาร รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เทศบาลนครเชียงใหม่มีชุมชนที่อยู่ในความดูแลกว่า 100 ชุมชน ซึ่งแต่ละแห่งมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน การเลือกลุยพัฒนา “ย่านช้างม่อย” เป็นพื้นที่นำร่องนั้น เนื่องจากเป็นย่านยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการค้าดั้งเดิมตั้งแต่ยุคการขนส่งทางแม่น้ำปิง อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างคลองแม่ข่า

การทำงานในครั้งนี้ เน้นกระบวนการ “ร่วมคิด ร่วมทำ” โดยจัดทำประชาคม ณ วัดชัยศรีภูมิ ให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อออกแบบทิศทางการพัฒนาเมืองด้วยตนเอง โดยใช้ศิลปะสาธารณะ (Public Art) บนกำแพงและผนังอาคารเก่า เป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราวอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของย่าน เช่น ภาพประธานชุมชน ภาพช้างม่อย และวิถีการค้าขายด้วยเกวียนในอดีต ซึ่งเป็นการดึงเสน่ห์ดั้งเดิมมาถ่ายทอดผ่านงานอาร์ตยุคใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากศิลปินท้องถิ่น จากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

นางสาวกานต์ชนก กล่าวว่า เมืองระดับโลก เช่น Hollywood Street ในฮ่องกง หรือ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่ใช้ Street Art ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ที่ชื่นชอบการเสพงานศิลปะ กล่าวได้ว่าศิลปะสาธารณะกลายเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่เปลี่ยนไปสู่การเสพงานศิลป์และสัมผัสวิถีชีวิตย่านเก่ามากขึ้น เทศบาลนครเชียงใหม่ จึงนำ Street Art มาเป็นจุดขายใหม่ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในการพัฒนาย่านที่อยู่อาศัย โดยมุ่งจัดทำพื้นที่นำร่องต้นแบบในการพัฒนาย่านที่อยู่อาศัยด้วยการระดมความคิดเห็นของชุมชนเป็นหลัก เปิดโอกาสให้ประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง และพัฒนาพื้นที่ของตนเอง

ซึ่งในครั้งนี้ชุมชนได้เลือกขับเคลื่อนการพัฒนาย่านโดยใช้ศิลปะในพื้นที่ โครงการนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาย่านที่อยู่อาศัย สร้างกิจกรรมเพื่อพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน เจ้าของพื้นที่ ศิลปิน เทศบาล และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและสามารถนำไปสู่การต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ให้มีความเหมาะสม ถูกต้อง และปลอดภัย

นางสาวกานต์ชนก กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นการรักษาสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตดั้งเดิม เทศบาลฯ ยืนยันว่าเน้นการ “เปลี่ยนหลังบ้านเป็นหน้าบ้าน” เพื่อให้คนดั้งเดิมในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น น้ำพริก งานหัตถกรรมเย็บกระเป๋า และสินค้าฝีมือชุมชน มาวางจำหน่าย สร้างรายได้หมุนเวียนในระดับฐานรากอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่มีแผนจะขยายผลโมเดลการสร้างสรรค์ย่านเก่าด้วยศิลปะ ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วเมือง เพื่อเปิดพื้นที่แสดงความสามารถให้แก่กลุ่มศิลปินในเชียงใหม่ โดยวางหมุดหมายถัดไปไว้ที่ “ย่านช้างเผือก”

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ทั้งนิทรรศการศิลปะแบบมีส่วนร่วมบนแนวกำแพง นิทรรศการภาพถ่าย “ช้างม่อยในอดีต” รวมถึงเวทีเสวนาในหัวข้อ “ศิลปะของทุกคน เพื่อเมืองของพวกเรา” โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ตัวแทนชุมชน ศิลปิน และนักวิชาการด้านสถาปัตยกรรมและเมือง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าจากชุมชนร่วมสร้างสีสันภายในงาน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของย่านช้างม่อยที่สามารถเชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน อันเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างเมืองที่เติบโตจากรากฐานของชุมชน และเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของเมืองเชียงใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เชียงใหม่ เศรษฐกิจชุมชน