หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
หอการค้าจังหวัดตราด ร่วมกับหอการค้าไทย มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน และโรงเรียนเพลินพัฒนาขับเคลื่อน “โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดตราด” ตามแนวทางการพัฒนา 1 โครงการ1 จังหวัด มุ่งพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนผ่านระบบการศึกษา สร้างต้นแบบ “Trat Model” เพื่อวางรากฐานการพัฒนาคนและสร้างอนาคตจังหวัดตราดอย่างยั่งยืน
หอการค้าจังหวัดตราด ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน (The Foundation for Business and Community Leadership Development: BLC) โรงเรียนเพลินพัฒนา หอการค้าไทย ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่จังหวัดตราด และผู้บริหารโรงเรียนนำร่อง “โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดตราด” 6 โรงเรียนในจังหวัดตราด ประกอบด้วย โรงเรียนวัดคิรีวิหาร (สมเด็จพระวันรัต อุปถัมภ์) โรงเรียนบ้านคลองประทุน โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม โรงเรียนบ้านทุ่งไก่ดัก โรงเรียนวัดแหลมกลัด โรงเรียนวัดสะพานหิน เข้าร่วมหารือแนวทางยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดตราด ณ ห้องประชุมปัญญาวุฒิธรรม โรงเรียนวัดคิรีวิหาร (สมเด็จพระวันรัต อุปถัมภ์) อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
“คน” หัวใจสร้างอนาคตตราด
ทพญ.วิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า หากพูดถึงอนาคตของจังหวัดตราด หลายคนอาจนึกถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่ว่าโลกอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร “คน” ยังคงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ดังนั้น การกำหนดว่าจังหวัดตราดในอนาคตจะเป็นอย่างไร และการเตรียมสร้างคนรุ่นต่อไปจึงเป็นเรื่องสำคัญ
หอการค้าจังหวัดตราดจึงนำแนวคิดของมูลนิธิ BCL ที่เชื่อว่าการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาคน ซึ่งต้องพัฒนาผ่านระบบการศึกษา โดยเฉพาะความรู้และความสามารถ แต่รวมถึงวิธีคิด จิตสำนึก คุณธรรม ความรับผิดชอบ รวมถึงการมองเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่นเป็นส่วนสำคัญ เพื่อให้สามารถนำความสำเร็จของตนเองไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นและสังคมได้จริง
“จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จึงนำมาสู่คำถามว่าภาพจังหวัดตราดในอนาคตควรเป็นอย่างไร เด็กและโรงเรียนในจังหวัดตราดต้องเป็นอย่างไร และภาคีเครือข่ายทุกฝ่ายจะร่วมกันอย่างไรเพื่อทำให้ภาพอนาคตนั้นเกิดขึ้นจริง” ทพญ.วิภากล่าว

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะใช้โรงเรียนเพลินพัฒนา ซึ่งมีหลักสูตรทั้งสามัญศึกษาและผู้ประกอบการสร้างสรรค์ รวมถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้พัฒนาตามศักยภาพของเด็กเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง ขณะที่หอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัดตราดจะเป็นกลไกเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคเศรษฐกิจและชุมชน
เริ่มจากโรงเรียนนำร่อง 6 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม และโรงเรียนวัดคิรีวิหาร (สมเด็จพระวันรัต อุปถัมภ์) และโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านคลองประทุน โรงเรียนบ้านทุ่งไก่ดัก โรงเรียนวัดแหลมกลัด และโรงเรียนวัดสะพานหิน ซ7j’พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันทีตาม Roadmap ระยะแรก 3 ปี( 2569-2572) เพื่อให้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับนักเรียน และพร้อมวางเป้าหมายให้เกิดต้นแบบ “Trat Model” ที่สามารถขยายผลการพัฒนาไปสู่อนาคตของจังหวัดตราด
การศึกษา วาระร่วมของทุกภาคส่วน
ทพญ.วิภากล่าวต่อว่า การสร้างคนเพื่อพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ต้องพัฒนาทั้งความรู้ ทักษะ วิธีคิด คุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ และการคำนึงถึงประโยชน์ของสังคม เพื่อให้เยาวชนสามารถเติบโตเป็นพลเมือง ผู้ประกอบการ แรงงาน และผู้นำของจังหวัดตราดในอนาคต
เครือข่ายหอการค้าจังหวัดตราด มูลนิธิ BCL และโรงเรียนเพลินพัฒนา จึงร่วมกันยกระดับ “การศึกษา” ให้เป็นวาระร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด Education is Everyone’s Business โดยเปลี่ยนจากการมองปัญหาเฉพาะด้านหรือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สู่การวิเคราะห์รากเหง้าของปัญหาและพัฒนาระบบคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ
ตั้งแต่เป้าหมายการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ การประเมินผล การพัฒนาครู และการบริหารจัดการโรงเรียน โดยเป้าหมายสำคัญคือ การเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างความสามารถให้โรงเรียนเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองได้ แม้ในอนาคตภาคีเครือข่ายจะลดบทบาทลงหรือมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร

เพลินพัฒนาเป็น “พี่เลี้ยง”
อาจารย์ธิดา พิทักษ์สินสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนเพลินพัฒนา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การสร้างคนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งจังหวัด ทั้งภาครัฐ โรงเรียน ภาคธุรกิจ ครอบครัว ชุมชน และภาคประชาสังคม เพราะเด็กที่อยู่ในห้องเรียนวันนี้คือประชาชนของจังหวัดตราดในวันข้างหน้า การศึกษาจึงไม่ควรเป็นเรื่องของโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว
ทั้งนี้ หัวใจของโครงการคือการสร้างระบบบริหารคุณภาพของโรงเรียน เพื่อเชื่อมโยงเป้าหมายการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ การประเมินผล การพัฒนาครู การทำงานร่วมกัน และการบริหารโรงเรียนเข้าด้วยกัน และทำให้ทุกคนในโรงเรียนสามารถพัฒนาคุณภาพของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง
บทบาทของโรงเรียนเพลินพัฒนา จะไม่ใช่การนำโรงเรียนเพลินพัฒนามาสร้างไว้ที่จังหวัดตราด และไม่ได้นำสูตรสำเร็จมาให้ แต่จะเข้ามาในฐานะ Mentor ทางวิชาการ นำประสบการณ์มาแบ่งปัน ร่วมทดลอง ร่วมสะท้อนผล และร่วมเรียนรู้ เพื่อให้โรงเรียนนำร่องแต่ละแห่งสามารถออกแบบและสร้างระบบบริหารคุณภาพที่เหมาะสมกับบริบทของตัวเอง
โดยมีหลักการสำคัญคือ โรงเรียนต้องเป็น “Owner” ส่วนภาคีจังหวัดเป็น “Partners” และนักเรียนคือเป้าหมาย หากศึกษานิเทศก์สามารถพัฒนาบทบาทเป็นโค้ช ผู้บริหารสามารถสร้างทีมคุณภาพ ครูสามารถเรียนรู้ร่วมกันผ่าน PLC และนำข้อมูลรวมถึงผลการเรียนรู้กลับมาปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ระบบสามารถเดินหน้าต่อได้
“เมื่อ BCL และเพลินพัฒนาลดบทบาทลง ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ หรือครูบางคนเปลี่ยนไป แต่ระบบยังคงเดินต่อไป นั่นคือความสำเร็จของการสร้างระบบที่ยั่งยืน” อาจารย์ธิดากล่าว

เชื่อมคน–ความรู้–ทรัพยากร
ด้าน รศ.ดร.นิกร วัฒนพนม ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ BCL กล่าวว่า BCL ไม่ได้เข้ามาบริหารโรงเรียน ขณะที่หอการค้าก็ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนหน่วยงานการศึกษา และโรงเรียนเพลินพัฒนาไม่ได้เข้ามาเป็นเจ้าของโรงเรียน แต่ทุกฝ่ายกำลังร่วมกันเชื่อมคน เชื่อมความรู้ เชื่อมทรัพยากร และที่สำคัญคือเชื่อมความต่อเนื่อง หน่วยงานต้นสังกัดทำหน้าที่กำกับ สนับสนุน และสร้างเงื่อนไขให้ระบบเดินได้
ขณะที่ศึกษานิเทศก์จะค่อยๆ พัฒนาบทบาทไปสู่การเป็น Change Agent และ Coach ส่วนโรงเรียนเพลินพัฒนาทำหน้าที่ Mentor ทางวิชาการ
ขณะเดียวกันมูลนิธิ BCL และหอการค้าจังหวัดตราดจะช่วยสร้างพื้นที่กลาง ประสานเครือข่าย และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีโรงเรียนเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลงและมีนักเรียนเป็นศูนย์กลางของระบบทั้งหมด
