กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก
กทม.ผนึกอสังหาฯ จัดงานมหกรรมบ้านครั้งที่ 2 จับคู่บ้าน-คนกรุง ชูไฮไลต์ “เช่า-ออม” เปิดทางคนเข้าถึงบ้าน ตามกำลังซื้อ ช่วยผู้ประกอบการระบายสต๊อก
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของคนเมือง โดยเฉพาะการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและอยู่ใกล้ที่ทำงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดย กทม.ร่วมมือกับเอกชนพัฒนาแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching เชื่อมโยงผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยกับโครงการที่เหมาะสม ทั้งทำเลและระดับราคามีผู้ลงทะเบียน 455 ราย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพนักงานบริษัท ข้าราชการ และฟรีแลนซ์ มีรายได้เฉลี่ย 25,000-300,000 บาทต่อเดือน
“เรามีสำนักงานที่อยู่อาศัยที่จะเข้ามากำกับดูแล พอเริ่มติดกระดุมเม็ดแรกที่ข้าราชการและบุคลากรของ กทม. ครั้งนี้จึงขยายไปสู่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นใหม่ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับตนเอง โดยนำเสนอทางเลือกเพิ่มเป็นการเช่า-ออม สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมซื้อบ้านในทันที”
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาฯไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯเข้าขั้นสาหัสต่อเนื่องหลายปี เนื่องจากปัจจัยความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์โลกผู้ประกอบการจึงต้องพยายามลดซัพพลายคงค้างหลักแสนยูนิตให้เหลือน้อยที่สุด และจะได้มีทุนในการพัฒนาโปรดักต์หรือเปิดตัวโครงการใหม่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสร้างช่องทางที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการสามารถนำเสนอที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น
“ตอนนี้เราอยากนำเสนอโมเดลเช่าออม ถือเป็นวิธีรอดในภาวะที่ตลาดยังไม่ดี เพราะช่วยระบายสต๊อกเก่า หากสต๊อกค้างนานเกิน 3 ปี กทม.จะเรียกเก็บภาษีที่ดินฯ ดอกเบี้ยก่อสร้างที่กู้มาก็เป็นภาระที่ต้องแบกอีก ปัญหานี้น่าจะกินเวลาไปอีกซักพักใหญ่”
นายพรนริศกล่าวว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เกิดการจองและการโอนกรรมสิทธิ์จริง แต่พบปัญหาผู้ต้องการมีบ้านจำนวนหนึ่งยังไม่มีความพร้อมทางการเงินในการซื้อบ้านได้ จึงจำเป็นต้องมีทางเลือก จึงเสนอเป็นโมเดล “เช่า-ออม” เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าของในอนาคต โดยระยะเวลาการเช่า-ออมขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของผู้ประกอบการนำเสนอ
สำหรับผลลัพธ์จากการจับคู่ระหว่างผู้ต้องการที่อยู่อาศัยกับโครงการที่เข้าร่วมครั้งแรก มีรายการจองรวม 60 ยูนิต แบ่งเป็นยอดจอง 56 ยูนิต และโอนแล้ว 4 ยูนิต และงานครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นวันที่9-11 ตุลาคม 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) มีผู้ประกอบการ 30 บริษัท นำเสนอที่อยู่อาศัยในกลุ่มราคาตั้งแต่ 1-3 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดจองอยู่ที่ 1,000 ยูนิต
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เสนาฯทำโมเดลเช่าออม LivNex และ RentNex มาแล้ว 3 ปี ผ่านการตั้งคำถาม ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคที่อยากได้บ้านซื้อบ้านได้ แต่กลไกตลาดตอนนี้ไม่สามารถทำได้ พยายามค้นหาคำตอบมาตลอดจนเกิดเป็นโมเดลนี้ ช่วยแก้ปัญหา 3 สาเหตุ 1.Bad confident ไม่มีความมั่นใจในการยื่นขอสินเชื่อ 2.Bad Income รายได้ไม่เพียงพอต่อการยื่นขอสินเชื่อ 3.Bad Credit มีผู้คนจำนวนมากที่ติดเครดิตบูโร เป็นที่มาของโครงการของเสนาฯที่ให้เวลา 3 ปี สำหรับการร่วมงานครั้งนี้ เสนาฯมีสต๊อกเข้าร่วมงาน 40 โครงการ เป็นยูนิตพร้อมอยู่ 5,000 ยูนิต ทำเลที่คาดว่าจะได้รับความนิยม ได้แก่ บางนา พระราม 9 และรามคำแหง ระดับราคา 1-2 ล้านบาท