Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
การเปิดตัว “iPhone Duo” ในคํ่าคืนเข้าสู่วันใหม่ของวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา (เวลาไทย) นับเป็นวันนี้ที่รอคอยของสาวกแอปเปิล เพราะในที่สุด Apple ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดจอพับสักที หลังปล่อยให้บ้านใหญ่จากเกาหลีใต้ “Samsung” ออกจอพับของตนเองมาถึง 8 รุ่น และครองตำแหน่งผู้นำในตลาดนี้มานาน
มองเผิน ๆ iPhone Duo ถือว่าเปิดตัวมาชนกับ Galaxy Z Fold8 แบบตรง ๆ เพราะไม่ว่าจะดีไซน์ หรือขนาดเครื่อง เรียกว่าละม้ายคล้ายกันแบบแฝดคนละฝา จน Samsung ต้องขอแซวแบบหยิกแกมหยอกผ่าน Facebook ว่า “ถึงเพื่อนรัก ยินดีต้อนพับ”
ส่วนเรื่องราคา แม้ว่า iPhone Duo จะเปิดตัวที่ 79,900-127,900 บาท ซึ่งสูงกว่า Galaxy Z Fold8 (61,900-85,900 บาท) แต่ก็ถือว่าอยู่ในตลาดของสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมเหมือนกัน
แม้ว่าการเปิดตัว iPhone Duo ในช่วงเวลานี้จะทำให้ Apple ดูอยู่ในสถานะ “ผู้ตาม” อยู่บ้าง แต่หลายฝ่ายก็มองว่า DNA และความแข็งแกร่งในแง่ของอีโคซิสเต็ม น่าจะทำให้ Apple ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าของตลาดสมาร์ทโฟนจอพับได้ไม่ยาก
Apple ชิงส่วนแบ่ง Samsung
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยตลาด Counterpoint Research ระบุว่า ยอดสะสมการจัดส่งสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกมีแนวโน้มจะทะลุ 100 ล้านเครื่อง ภายในสิ้นปี 2026 มีปัจจัยหนุนจากการเปิดตัวซีรีส์ Galaxy Z Fold8 และการเข้าสู่ตลาดของ Apple
แม้ว่าการวางจำหน่าย iPhone จอพับของ Apple ในช่วงแรก (เริ่มวางจำหน่าย ต.ค. 2026) ประเมินว่าจะประสบปัญหาสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ Apple จะสามารถทำยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนจอพับได้สูงสุด 6 ล้านเครื่อง และทำให้แลนด์สเคปของตลาดสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกเปลี่ยนไป
หากย้อนดูข้อมูล ณ ไตรมาส 3/2025 จะพบว่า Samsung ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนจอพับถึง 64% แต่เมื่อ Apple เข้ามาในตลาดนี้แล้ว ย่อมต้องเสียส่วนแบ่งให้กับผู้เล่นคนใหม่ และอาจสะเทือน “บัลลังก์” การเป็นผู้นำพอสมควร
สำหรับปี 2026 คาดว่า Samsung จะยังคงเป็นผู้นำตลาด และครองส่วนแบ่งที่ 38% ส่วน Apple จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 25% ตามมาด้วย Huawei 22% Motorola 6% HONOR 3% และแบรนด์อื่น ๆ รวมกันอีก 3%
ตลาด “จอพับ” โตต่อเนื่อง
“ทารัน ปาธัก” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย Counterpoint Research กล่าวว่า ปัจจุบันสมาร์ทโฟนจอพับยังมีสัดส่วนเพียง 2% ของตลาดสมาร์ทโฟนโดยรวม หมายความว่าตลาดนี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก การขับเคี่ยวกันอย่างหนักของผู้เล่นแต่ละราย อาจทำให้ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนจอพับในปี 2027 สูงขึ้นถึง 37%
หนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดอย่างรวดเร็ว คือการที่ Apple เริ่มวางจำหน่ายสินค้าเต็มรูปแบบตลอดทั้งปี คาดว่าจะทำให้ยอดการจัดส่งของ Apple เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และมีส่วนแบ่งตลาดแตะระดับ 40% ได้
“การแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนจอพับในปี 2027 น่าจะคึกคักอย่างมาก นอกจากการเข้ามาของ Apple แล้ว Samsung ยังเดินหน้าสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ขณะที่ Huawei ครองตลาดในจีนอย่างเหนียวแน่น รวมถึงผู้ผลิตรายอื่น ๆ ก็เตรียมเปิดตัวดีไซน์และรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะทำให้ตลาดมีสีสันมากขึ้น”
“แบรนด์จีน” เปิดตัวตัดหน้า
ตัดภาพไปที่ฝั่ง “แบรนด์จีน” อย่าง Huawei และ Xiaomi ก็ไม่น้อยหน้า เพราะก่อนที่ Apple จะเปิดตัว iPhone Duo ไม่กี่วัน ทั้งสองแบรนด์ขอชิงพื้นที่สื่อด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับไปก่อน
Huawei มาพร้อม “Mate XT2” สมาร์ทโฟนจอพับ 3 ทบ ที่ใช้ชิป Kirin 9050 Pro เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลโดยใช้พลังงานน้อยลง รวมถึงบานพับได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความทนทานขึ้น และหน้าจอยังมีฟีเจอร์ป้องกันความเป็นส่วนตัวที่ช่วยให้คนรอบข้างไม่เห็นสิ่งที่แสดงบนหน้าจอ
ราคาของ Huawei Mate XT2 เริ่มต้น 19,999 หยวน (1 แสนบาท) และรุ่นท็อปสุด 24,999 หยวน (1.25 แสนบาท)
ส่วน Xiaomi มาพร้อม “Xiaomi 18 Fold” ราคา 10,999-14,999 หยวน (55,000-75,000 บาท)
Apple ขาย “ของแพง” เก่ง
“สุธิดา มงคลสุธี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าสินค้าไอทีรายใหญ่ กล่าวว่า การเปิดตัว iPhone Duo ช่วยสร้างสีสันให้กับตลาด และความคึกคักในหมู่สาวกแอปเปิลอย่างดี
ปกติสินค้าที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยจะเป็นรุ่นท็อปสุดอย่าง Pro Max อยู่แล้ว พอมี Duo เข้ามาด้วยก็น่าจับตาเรื่องความนิยมไม่ต่างกัน
“เวลาวางจำหน่ายสินค้าลอตแรก สินค้ารุ่นที่แพงที่สุดและใหม่ที่สุดอย่าง Pro Max จะขายดีที่สุดและหมดเร็วที่สุดเสมอ”
ส่วนสถานการณ์ที่ iPhone ปรับขึ้นราคายกแผง “สุธิดา” มองว่า เรื่องราคาที่สูงขึ้นไม่น่ากังวลเท่าไร เพราะ Apple ขายของแพงเก่ง และลูกค้า Apple คุ้นเคยกับการซื้อสินค้าราคาพรีเมี่ยมอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่น่ากังวลกว่านั้นคือเรื่องสินค้าขาดแคลน
ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสินค้า Apple เข้ามาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มสินค้า Apple หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย
ส่วนสินค้าลอตใหม่ที่กำลังทยอยเข้ามาเพื่อวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้า คาดว่าอย่างน้อยที่สุดจะได้ปริมาณเท่ากับปีที่แล้ว โดยการจัดสรรโควตาว่าจำนวนเครื่องลอตแรกจะเข้ามาเท่าไร ดูจากสถิติที่ผู้ซื้อจริงนำเครื่องไปเปิดใช้งานทันที ซึ่งไทยเป็นตลาดที่มีความต้องการซื้อสูงมาโดยตลอด
“ตลาด Apple ในประเทศไทยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ พิสูจน์ได้จากการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Tier 1 ที่วางจำหน่ายพร้อมกับสหรัฐอเมริกาต่อเนื่องหลายปี”
การเพิ่มผู้เล่นระดับบิ๊กเนม เช่น “Apple” น่าจะทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับแข่งขันกันดุเดือดแน่นอน