‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ลองนึกภาพห้องที่เต็มไปด้วยผู้บริหาร และนักธุรกิจรุ่นใหญ่นั่งฟัง แล้วมี Gen Z ตัวเป็น ๆ นับ 20 กว่าชีวิต ยกป้าย Agree-Disagree ตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเอง กับสิ่งที่คนในสังคม-วงในธุรกิจเชื่อกันมานาน ถูกพลิกกลับหมดในไม่กี่นาที
นี่คือส่วนหนึ่งของบรรยากาศ ในงานเปิดตัวหลักสูตร HRM? ของ House of Wisdom (H.O.W.)
“ธนา เธียรอัจฉริยะ” Dean แห่ง H.O.W. เล่าที่มาของไอเดียการเปิดหลักสูตรใหม่ว่า ทุกวันนี้องค์กรส่วนใหญ่กังวลอยู่กับ 2 เรื่อง คือ AI กับการทำความเข้าใจ Gen Z ที่จับทางไม่ค่อยถูก

“ขณะที่คนรุ่นใหม่เองก็ไม่ค่อยอยากถูกจับต้อง เพราะรู้สึกว่า ไม่มีใครสอนได้ตรงจุดจริง ๆ”
ก่อนจะมาเป็นหลักสูตรนี้ ทีมเคยลองทำโปรแกรมรับคนอายุต่ำกว่า 35 ปีมาก่อน ตอนนี้ถึงรุ่นที่ 2 แล้ว ปรากฏว่า มีคนสนใจเรียนร่วม ๆ 200 กว่าคน
“ถ้าพี่สอนน้อง ป้าสอนหลาน หัวหน้าสอนเด็ก ถือเป็น One Way หลักสูตรนี้ก็หวังว่า จะเป็น Two Way”
ทั้งเชื่อว่า การเรียนรู้แบบ 2 ทางลักษณะนี้จะช่วยลดช่องว่างระหว่าง Gen ในองค์กรได้ ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่สอนเด็กฝ่ายเดียว
โพลสด ๆ Gen Z ยกป้าย
หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเปิดหลักสูตรใหม่ พิธีกรตั้งคำถามทีละข้อ โดยให้ Gen Z ที่นั่งอยู่ในห้องยกป้าย Agree หรือ Disagree พร้อมกันภายในไม่กี่วินาที แล้วนับจำนวนคนที่ยกป้ายแต่ละฝั่งในทันที ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานซึ่งเป็นทุกเพศทุกวัย โดยมีรุ่นใหญ่ร่วมนั่งฟังอยู่ด้วย ได้ทายความในใจของคน Gen Z ว่า ผลจะออกมาแบบไหนบ้าง
ส่วนคนที่ยกป้ายโหวตไม่ใช่หน้าตาที่คุ้นจากจอทีวีหรือโซเชียลมีเดียสายธุรกิจ แต่บางคนเพิ่งลาออกจากงานประจำมาเปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง บางคนเป็นช่างสักที่ผันตัวมาทำสตูดิโอรับลูกค้าจากต่างประเทศ บางคนนั่งฟังไปพร้อมกับคิดว่าจะพูดอะไรเมื่อถึงคิวตัวเอง

คำถามแรกที่ทำเอาบรรยากาศเปลี่ยนและเรียกเสียงฮือฮา คือ “เงินเดือนสำคัญกว่าวัฒนธรรมองค์กร” ผลออกมา ราว 90% ของ Gen Z ร่วมโหวตยกป้าย “ไม่เห็นด้วย”
โดยให้เหตุผลว่า “เงินเดือนคือปัจจัยพื้นฐานที่ต้องมีระดับหนึ่ง เพื่อให้อยู่รอด แต่สิ่งที่ตัดสินว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ คือวัฒนธรรมองค์กรกับความสบายใจในการทำงานมากกว่า”
คำถามต่อมา “Gen Z เปลี่ยนงานง่าย เพราะไม่อดทน” ผลโหวตก้ำกึ่ง 50 : 50 ฝั่งที่เห็นด้วยมองว่า “คนรุ่นนี้รู้ตัวว่าชีวิตสั้น ไม่อยากฝืนทนกับสิ่งที่ไม่ชอบ”
ส่วนฝั่งไม่เห็นด้วยแย้งว่า “ไม่ใช่เรื่องอดทนหรือไม่อดทน แต่เป็นเรื่องของการเลือก ถ้างานไหนที่แคร์จริง ก็พร้อมทุ่มสุดตัว แค่ไม่จำเป็นต้องฝืนทนกับสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตของตัวเอง”
ต่อด้วยคำถาม “ความคุ้มค่าสำคัญกว่าแบรนดิ้งตอนซื้อของ” ส่วนใหญ่มองว่า “จริง ๆ แยกกันไม่ขาดขนาดนั้น เพราะคุณค่าของแบรนด์ไม่ได้อยู่แค่ฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่รวมถึงความรู้สึกด้วย ถ้าแบรนด์สะท้อนตัวตน หรือสิ่งที่เชื่อจริง ๆ ต่อให้แพงกว่าคู่แข่งนิดหน่อยก็ยังเลือกอยู่ดี”
มาถึงคำถามสุดจึ้ง “เจอปัญหา เลือกปรึกษา AI มากกว่าหัวหน้า” ส่วนใหญ่ยังโหวตเลือกคุยกับคนจริงมากกว่า เพราะมองว่า AI ยังขาดความเป็นมนุษย์ในการรับฟัง แต่บางคนก็บอกว่า ใช้ AI ช่วยประมวลไอเดียคร่าว ๆ ก่อน แล้วค่อยนำข้อมูลไปคุยกับหัวหน้า เพื่อยืนยันอีกครั้ง ไม่ได้ทิ้งคนจริงไปเลย
จ่ายเงินซื้อคอมมิวนิตี้ ไม่ใช่ของ
ขณะที่ผู้ร่วมงานที่ทำธุรกิจคอมมิวนิตี้ เล่าถึงประเด็นว่า ทำไมคนยอมจ่ายเงินให้คอมมิวนิตี้-ประสบการณ์มากกว่าซื้อของชิ้นเดียวจบ
นั่นเป็นเพราะคนรุ่นใหม่ยอมจ่ายให้กับประสบการณ์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมากกว่าซื้อของชิ้นเดียวจบ อย่างค่าสมัครงานวิ่ง หรือ Hyrox ที่แพงในหลักพัน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ คอนเน็กชั่นกับคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน และร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง ต่างจากการซื้อของทั่วไปที่จบธุรกรรมทันทีเมื่อจ่ายเงิน
สำหรับผู้ที่ทำงานด้านการตลาดเสริมว่า TikTok Live Commerce เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อไปมาก จากเดิมที่ต้องผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะตัดสินใจซื้อ ตอนนี้เหลือแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ในไลฟ์เดียว ทำให้แบรนด์ต้องวางกลยุทธ์ให้แน่นกว่าเดิม ทั้งเลือกสินค้าเด่น ๆ มาขาย แล้วหาวิธีดึงคนที่แค่ผ่านมาดู ให้อยากอยู่ดูต่อ
ซึ่งผู้ร่วมงานที่ทำเพจสายบันเทิง กล่าวเสริมอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจว่า “การจะสื่อสารให้เข้าถึง Gen Z ได้จริง ต้องสั้น กระชับ เข้าใจง่ายในไม่กี่วินาที และต้องตามให้ทันคำที่กำลังฮิตอยู่ในโซเชียลมีเดียช่วงนั้น ๆ”
ไม่ว่าจะเป็นมีม หรือคำแสลงที่กำลังเป็นกระแส เช่น วอดส์ เพราะคำเหล่านี้เปลี่ยนเร็วมาก สิ่งที่ฮิตเมื่อเดือนที่แล้วอาจจะเชยไปแล้วในวันนี้
ดังนั้น แบรนด์ที่อยากคุยกับ Gen Z จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่แค่ทำคอนเทนต์ตามสูตรเดิม ๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแถลงข่าวในวันนั้น อาจไม่ได้ให้คำตอบตายตัวว่า “Gen Z คิดอย่างไรกันแน่ เพราะแม้แต่คนรุ่นเดียวกันก็ยังเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง”
แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ เมื่อได้ฟังจากปากคนรุ่นใหม่เหล่านี้แบบจริงใจ ตรงไปตรงมา แทนที่จะเดาเอาเอง ความเข้าใจผิดหลายอย่างก็คลี่คลายได้ และเกิดความเข้าใจกันมากขึ้น
หลักสูตร HRM? จัดโดย H.O.W. เรียนทั้งหมด 8 ครั้ง ทุกวันพฤหัสบดี มีทั้งการบรรยายและกิจกรรมแบบ Reverse Internship ที่ให้ผู้เรียนไปดูงานกับธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ ราคาเต็ม 189,000 บาทต่อที่นั่ง ขณะนี้มีส่วนลด Early Bird 20% เหลือ 151,200 บาท สำหรับผู้ที่สมัครและชำระเงินภายในวันที่ 16 กันยายน 2569