‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
ปัญหาการรักษาพนักงาน Gen Z ให้อยู่กับองค์กร กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งของฝ่ายทรัพยากรบุคคลไทย เมื่อผลสำรวจล่าสุดชี้ว่ากว่าครึ่งของพนักงาน Gen Z วางแผนลาออกภายใน 1-2 ปี House of Wisdom (H.O.W.) ได้เปิดตัวหลักสูตร “House of Reverse Mentoring รุ่นที่ 2 (HRM²)” ที่กลับบทบาทให้ Gen Z เป็นผู้ออกแบบเนื้อหาและเป็นเมนเทอร์สอนผู้บริหารโดยตรง
House of Wisdom (H.O.W.) โดย House of Human บริษัทในเครือ ประกาศเปิด “หลักสูตร House of Reverse Mentoring รุ่นที่ 2 (HRM²)” หลักสูตรที่พลิกโครงสร้างห้องเรียนแบบเดิม ด้วยการให้คนรุ่น Gen Z เป็นผู้ออกแบบเนื้อหาและทำหน้าที่เมนเทอร์ให้กับผู้บริหารระดับสูง ในจังหวะสถานการณ์ที่ Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นทั้งกำลังแรงงานหลักและฐานลูกค้าสำคัญขององค์กร แต่พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้กลับไม่ได้เดินตามสูตรธุรกิจแบบเดิม
ผลสำรวจของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านการสรรหาบุคลากรระดับโลกในปี 2569 พบว่าพนักงาน Gen Z ในไทยกว่าครึ่ง คิดเป็นสัดส่วนราว 56% มีแผนจะย้ายออกจากองค์กรปัจจุบันภายในช่วง 1-2 ปีแรกเท่านั้น ที่น่าสนใจคือแม้ตัวเลขนี้จะสูง แต่องค์กรไทยส่วนใหญ่ก็ยังอยากได้คนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานอยู่ดี
เพราะผลสำรวจเดียวกันระบุว่าองค์กรไทยถึง 72% เปิดรับพนักงาน Gen Z เป็นพิเศษ โดยให้คุณค่ากับทักษะดิจิทัลและความคิดสร้างสรรค์ที่คนรุ่นนี้มีติดตัวมา นั่นเท่ากับว่าทุกบริษัทกำลังแย่งชิงคนกลุ่มเดียวกันอยู่ ขณะที่คนกลุ่มนี้ก็พร้อมจะเปลี่ยนงานเร็วกว่าคนรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่แค่เรื่องคนในองค์กรเท่านั้นที่เปลี่ยนไป พฤติกรรมการซื้อของ Gen Z ในฐานะผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปไม่แพ้กัน จากผลสำรวจปี 2569 ของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ทำร่วมกับ YouGov Thailand พบว่า Gen Z ไทยส่วนใหญ่ราว 66.9% เลือกดูคลิปรีวิวบน TikTok และแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ในขณะที่คนที่ยังพิมพ์ค้นหาข้อมูลผ่าน Google แบบเดิม ๆ เหลือเพียง 21.9% เท่านั้น สะท้อนว่าคนรุ่นนี้ไม่ได้ “ค้นหา” ข้อมูลแบบเดิมอีกต่อไป แต่ “ค้นพบ” สินค้าผ่านคอนเทนต์ที่ไหลผ่านหน้าฟีดของตัวเอง ซึ่งบีบให้แบรนด์ต้องคิดใหม่ทั้งเรื่องการสื่อสารและช่องทางขายเกือบทั้งระบบ
แม้ Gen Z จะใช้ AI ช่วยตัดสินใจ ทั้งการหาไอเดียใหม่ ๆ และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนซื้อของ แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจจริง คำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์และรีวิวจากคนที่เคยใช้จริงกลับยังมีน้ำหนักมากกว่าคำแนะนำจาก AI เกือบเท่าตัว
ปัญหา Gen Z ไม่ใช่แค่คุยกันไม่รู้เรื่อง
นายธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้ก่อตั้งและ Dean ของ House of Wisdom (H.O.W.) พูดถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดหลักสูตรนี้ว่า ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยที่หลายคนมองว่าเป็นแค่เรื่องเข้ากันไม่ได้ระหว่างรุ่น แท้จริงแล้วกระทบถึงแก่นของธุรกิจโดยตรง
เขาเล่าว่าผู้บริหารจำนวนมากเคยผ่านการอบรมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่แทบไม่เคยมีคอร์สไหนเปิดโอกาสให้ Gen Z ขึ้นมาสอนผู้บริหารด้วยตัวเองตรง ๆ ทั้งที่คนกลุ่มนี้คือคนที่กำลังกำหนดทิศทางของตลาดแรงงาน พฤติกรรมลูกค้า และเทคโนโลยีอยู่ในตอนนี้ นี่จึงเป็นที่มาของการออกแบบหลักสูตร HRM² ให้สลับบทบาทกันอย่างสิ้นเชิง คือให้ผู้บริหารกลับมาเป็นผู้เรียน และให้ Gen Z ขึ้นมาเป็นทั้งคนออกแบบเนื้อหาและเป็นเมนเทอร์แทน
Gen Z ไม่ได้มีความหมายแค่พนักงานรุ่นใหม่ แต่คือฐานลูกค้าที่กำลังมีอิทธิพลต่อทิศทางธุรกิจไปพร้อมกัน คำถามสำคัญของผู้นำองค์กรวันนี้จึงไม่ใช่แค่จะบริหารคนกลุ่มนี้อย่างไร แต่ต้องถามตัวเองว่าเข้าใจพวกเขามากพอหรือยังที่จะสื่อสารให้เข้าถึง ขายสินค้าให้โดนใจ ออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ และดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ออกมาให้ทำงานได้เต็มที่
เขายกตัวอย่างว่าถ้าผู้บริหารได้ยินคำพูดทำนอง ‘ลาก็คือลา’ หรือ ‘อยู่ต่อไปก็ไม่โต’ แล้วมองว่าเป็นแค่ความใจร้อนของเด็กรุ่นใหม่ แทนที่จะมองเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ องค์กรก็มีแนวโน้มจะเสียทั้งลูกค้าและคนเก่งให้กับคู่แข่งที่เข้าใจคนกลุ่มนี้มากกว่า
นอกจากมุมมองระยะสั้น นายธนายังพูดถึงภาพระยะยาวว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Gen Z จะกลายเป็นทั้งกำลังหลักในการขับเคลื่อนองค์กร เป็นฐานลูกค้าสำคัญ และเป็นผู้นำรุ่นต่อไปที่จะเข้ามารับช่วงกิจการต่อ คำถามที่ลึกไปกว่านั้นสำหรับผู้บริหารวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องผลประกอบการปีนี้ แต่คือองค์กรพร้อมหรือยังที่จะส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ดูแลต่อ
เพราะการเตรียมความพร้อมให้องค์กรรองรับคนรุ่นถัดไปไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นำ องค์กรที่จะอยู่รอดได้ยั่งยืนจริง ๆ ในมุมมองของเขาไม่ใช่องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุคของผู้บริหารคนปัจจุบัน แต่คือองค์กรที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้อย่างราบรื่นและแข็งแรง
หลักสูตรเข้มข้น 3 เดือน
ด้านรายละเอียดของตัวหลักสูตร นายวิศรุต เจริญรมย์ ในตำแหน่ง Program Director ของ HRM² อธิบายว่าหลักสูตรรุ่นที่ 2 นี้จัดเต็มความเข้มข้นตลอด 3 เดือน รวมทั้งหมด 16 ครั้ง เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่บ่ายโมงถึงสองทุ่ม เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ไปจนถึง 11 กุมภาพันธ์ 2570 โดยวางเส้นทางการเรียนรู้ไว้ 4 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ ช่วงเรียนรู้วิธีขายให้เข้าถึงพวกเขา ช่วงเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกัน และช่วงสุดท้ายคือการสร้างองค์กรในแบบที่คนรุ่นใหม่ทำได้จริง
นายวิศรุตย้ำว่ารูปแบบการเรียนของหลักสูตรนี้ไม่ใช่การนั่งฟังบรรยายเกี่ยวกับ Gen Z แบบทั่วไป แต่เป็นการพาผู้บริหารเข้าไปสัมผัสโลกของคนรุ่นใหม่จริง ๆ ผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบ ทั้งการพูดคุยแบบเมนเทอร์กลับหัว การพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง กิจกรรมรวมกลุ่มกับคน Gen Z และที่พิเศษที่สุดคือการให้ผู้บริหารไปฝึกงานจริงในบริษัทของคนรุ่นใหม่ เหมือนเป็นเด็กฝึกงานคนหนึ่ง โดยหลักสูตรนี้มีวิทยากรร่วมให้ความรู้กว่า 25 คน และมีเมนเทอร์ Gen Z ประจำหลักสูตรอีก 18 คน คอยดูแลใกล้ชิดตลอดทั้งคอร์ส
หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อกลุ่มซีอีโอ เจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการรับมือกับปัญหาช่องว่างระหว่างวัยอย่างจริงจัง ทั้งในแง่การสื่อสารและการขายให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่ม Gen Z ก่อนคู่แข่ง รวมถึงการดึงดูดและรักษาคนเก่งรุ่นใหม่ให้อยู่กับองค์กรนานขึ้น โดยรุ่นแรกที่ผ่านมามีผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำของไทยเข้าร่วมแล้วมากกว่า 100 คน
เนื้อหาตลอดหลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานความเข้าใจ Gen Z ทั้งในมุมพนักงานและผู้บริโภค การออกแบบสินค้า บริการ และวิธีสื่อสารให้เข้าถึงคนรุ่นนี้ วิธีชนะใจและรักษาคนเก่งท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงบุคลากรที่ดุเดือด การสร้างทีมที่คนต่างวัยทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างองค์กรให้พร้อมรับมือกับโลกยุค AI
แนวทางการวางเนื้อหาทั้งหมดเริ่มต้นจากมุมมองและปัญหาจริงของผู้บริหารระดับสูงที่นายธนาวางกรอบไว้ ก่อนให้ทีม Gen Z ตัวจริงเป็นผู้คัดสรรและร้อยเรียงประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งหมด ภายใต้แนวคิดหลักที่ว่าการเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัยจะนำไปสู่การสร้างอนาคตที่แข็งแรงกว่าเดิม
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของหลักสูตรได้ที่เฟซบุ๊ก House of Reverse Mentoring หรือสมัครผ่าน LINE OA: @hrmofficial หรือโทรสอบถามที่ 081-875-3595



