BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
ผู้เขียน : ธีรดา ศิริมงคล
BOYY แบรนด์แฟชั่น ที่เราเห็นกันจนชินตาจากรูปแบบกระเป๋า มีสายคาด เป็นที่นิยมไปทั่วโลกมากว่า 20 ปี เตรียมเฉลิมฉลองการก้าวสู่ปีที่ 20 ด้วยการเสริมทัพน้องใหม่ในพอร์ต “Boyyish” คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าในแบรนด์ เป็นครั้งแรก
บอย-วรรณศิริ คงมั่น เล่าย้อนให้เราฟังว่า เดิมทีนั้น BOYY ถือกำเนิดมาด้วยมือผู้ก่อตั้ง 2 คน คือเธอและ เจสซี่ ดอร์ซี่ วางขายครั้งแรกแบบโฮลเซล ไม่ได้มีหน้าร้าน ที่นิวยอร์กและปารีส BOYY เติบโตมาแบบออร์แกนิก ไม่ได้มีเงินทุนมาก กระทั่งวันหนึ่ง “โคลอี้ เซวิญญี” เซเลบริตี้ และแฟชั่นไอคอนคนหนึ่งของโลกเลือกหยิบ BOYY มาถือ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และเพราะคนญี่ปุ่นชื่นชอบโคลอี้มาก แบรนด์จึงเติบโตมากในญี่ปุ่นอย่างมีนัยยะ
“จากญี่ปุ่นขยายออกไปในกลุ่มคนที่อยู่ในโลกแฟชั่น เราจึงเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ ตอนนี้เรามีร้านทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ Central Embassy, Gaysorn Village, Siam Paragon และ Central Park รวมไปถึง Pop-Up Store ที่ MEGA Bangna และมีแผนปรับโฉมร้านแฟลกชิปที่ Central Embassy ในเดือนพฤศจิกายน 2026 และที่ผ่านมาเราก็เคยไปตั้งหน้าร้าน และแฟลกชิปที่ประเทศต่าง ๆ มาแล้ว”

เมื่อเลือกเปิดหน้าร้านครั้งแรก จากเดิมที่ขายแบบโฮลเซล บอย-วรรณศิริ บอกว่า “มันทำให้เราเป็นอิสระจากร้านโฮลเซลที่เคยขอให้เราเพิ่มแบบ เพิ่มคอลเล็กชั่น กดราคาลง เมื่อเป็นอิสระจากตรงนั้นแล้วเราจึงสามารถเพิ่มโปรดักต์จากเดิมที่มีแค่กระเป๋า เป็นเสื้อยืด แว่นตา ชื่อ Boyyish จึงเป็นชื่อที่เรามีอยู่ในหัวมานานแล้ว”
“หลังจากโควิดทุกอย่างเปลี่ยน การใช้เงินของคนเปลี่ยน แฟชั่นเปลี่ยน มีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นในช่วงโควิดเยอะมาก คนเปิดใจมากขึ้น จากที่คนจะซื้อกระเป๋าเดือนละใบสองใบ เขาก็เอาเงินไปทำอย่างอื่น เขารู้แล้วว่าชีวิตมีอะไรมากกว่าการซื้อสินค้าลักเซอรี่”
“ก่อนหน้านี้ทั้งแบรนด์ลักเซอรี่และ BOYY จะมีความเชื่อหลัก ๆ ว่าต้องเอื้อมไม่ถึง เขาจะมีจุดของเขา ไม่สื่อสารกับคนแบบไดเร็กต์ สื่อสารแบบภาพรวมเท่านั้น แต่หลังโควิดตลาดออนไลน์โตขึ้นมาก เราจึงต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้เราเข้าสู่ตลาดนี้ เงินอยู่ในอากาศ แต่ต้องทำในวิถีที่เรายังมีแบรนดิ้งอยู่ ท้าทายมาก เราได้เข้าไปคุยกับแบรนด์เด็ก ๆ ที่ประสบความสำเร็จ เราเคยคิดว่าเราคงไม่เข้าไปในติ๊กต๊อก หรือลาซาด้า แต่วันนี้เราก็เข้าไปแล้ว และกำลังดูช่องทางออนไลน์อื่นเพิ่ม”

“2 ปีที่ผ่านมาเรารู้สึกว่ายอดขายซบเซามาก แบรนด์ลักเซอรี่ใหญ่ยอดตกไปกว่า 75% ที่พุ่งกว่า 200% คือกลุ่มสินค้าแคชชวลแวร์ ไลฟ์สไตล์ Wellness การออกกำลังกายต่าง ๆ เราเลยอยากทำอะไรสักอย่าง จึงทำเสื้อยืดภายใต้ชื่อ Boyyish เราขายเสื้อยืดราคา 3,500 บาท เป็นราคากลาง ๆ ไม่ต่ำไม่สูงจนเกินไป คนที่ซื้อ Boyyish ก็ยังต้องเป็นคนที่ชอบแฟชั่น จึงคิดว่า Boyyish มีโอกาสเติบโต มีคอลเล็กชั่นต่าง ๆ ออกมามากขึ้น”
ดังนั้น Boyyish จึงจะเป็นเลดี้ทูแวร์ แคชชวลแวร์ แอ็กทีฟแวร์ สวิมแวร์ ในราคาที่จับต้องได้ โดยตั้งเป้ารายได้ของ Boyyish ไว้ที่ 150 ล้านบาท คือ 1 ใน 3 ของ BOYY เพราะสำหรับปี 2569 BOYY ตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจโดยรวมที่ 150% หรือ 500 ล้านบาท เราทำได้เกินครึ่งทางแล้ว โดยมีปัจจัยสำคัญจากการขยายสาขาและพัฒนาหมวดหมู่สินค้าใหม่ ๆ นอกเหนือจากธุรกิจหลักอย่างกระเป๋าและเครื่องประดับ ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของ BOYY เป็นคนไทย 70% เป็นนักท่องเที่ยว 30% จากจีน อินเดีย ยุโรป ตลาดเอเชียเป็นตลาดที่ทำเงินมากที่สุด
และในปีนี้อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญคือการเปิด Paris Pop-Up ในช่วงเดือนกันยายน 2026 เพื่อขยายการรับรู้และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในตลาดต่างประเทศ อาทิ มิลาน-อิตาลี, ปารีส-ฝรั่งเศส, นิวยอร์ก-สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้น มีประสบการณ์ในการทำแบรนด์แล้ว เธอบอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีคิดในการตั้งราคาสินค้า จากเดิมที่ทำคอลเล็กชั่นให้เสร็จแล้วค่อยตั้งราคา เป็นตั้งราคาไว้ก่อนแล้วผลิตสินค้าออกมาให้สอดคล้องกับราคา ถือเป็นการเรียนรู้ที่เธอและแบรนด์ต้องปรับตัวกันต่อไป