เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
ดูทั้งหมด

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลอุตฯโรงกลั่นและปิโตรเคมีให้ดี

12 ส.ค. 2565 | 20:19น.
โรงกลั่น
คอลัมน์ : มองข้ามชอต
ผู้เขียน : ณัฐนันท์ อภินันท์วัฒนกูล
EIC ธนาคารไทยพาณิชย์

การตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ net zero เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยมีแนวโน้มว่าจะเผชิญกับความท้าทาย ที่เรียกว่า transition risk ที่เกิดจาก 1.ความเสี่ยงจากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม 2.ความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการต้องปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิต และ 3.การเปลี่ยนแปลงของตลาด

1.ความเสี่ยงจากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงนี้ เป็นผลสำคัญที่กำหนดทิศทางในอนาคตของธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมี เนื่องจากนโยบายมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและปิโตรเคมี โดยการกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นการกำหนดมาตรฐานของอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องใน supply chain เช่น

IMO หรือองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ลดลง 40% เมื่อเทียบกับปี 2008 ภายในปี 2030 และให้ลดลงเหลือ 50% ภายในปี 2050 ซึ่งจะส่งผลให้น้ำมันเตาที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักอย่าง high sulfur fuel oil ถูกแทนที่ด้วย low sulfur fuel oil และเชื้อเพลิงสะอาดอื่น ๆ อย่าง LNG และผลกระทบที่ตามมาต่อผลิตภัณฑ์ส่วนล่างของหอกลั่น คือปริมาณความต้องการน้ำมันเตาจะเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ

2.ความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการต้องปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิต

การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต เช่น ผู้เล่นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในฝั่งทวีปอเมริกาเหนือ ผู้ผลิตจะไม่มีการสร้าง conventional cracker หรือการผลิตปิโตรเคมีแบบดั้งเดิมอีกต่อไป โดย ethane-based cracker ในสหรัฐ จะมีการเพิ่มเทคโนโลยีที่ช่วยในการดักจับคาร์บอนอย่าง CCS เตาไฟฟ้าที่ทำงานด้วยพลังงานหมุนเวียน หรือเทคโนโลยีอีเทน-ดีไฮโดรจีเนชั่น ที่เป็นการผลิตเอทิลีน โดยทำให้อีเทนแตกตัวด้วยไฟฟ้า เพื่อเป็นการลดการปล่อยคาร์บอน เป็นต้น

สำหรับไทยแม้จะยังไม่มีข้อกำหนดด้านการปล่อยคาร์บอนภายในประเทศ แต่ก็มีส่วนของตลาดส่งออกเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ทั้ง supply chain ที่ต้องส่งออกและมีพลาสติกเข้าไปเกี่ยวเนื่อง เป็นตัวกระตุ้นให้ไทยต้องมีการใช้เทคโนโลยี ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะเป็นต้นทุนที่ผู้ผลิตต้องรับรู้ในอนาคตอันใกล้นี้ และผู้ที่เคยได้เปรียบทางด้านต้นทุนการผลิต อาจเปลี่ยนโฉมหน้าไป หากมีต้นทุนด้านการจัดการคาร์บอนเข้ามาเพิ่เติมด้วย

3.การเปลี่ยนแปลงของตลาด

เป้าหมาย net zero จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมการกลั่นและปิโตรเคมี โดยผู้ประกอบการควรเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคาร์บอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับไทย การเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นที่น่าจับตามองคือ การเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์จากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV โดยข้อมูลของรถจดทะเบียนใหม่ในปี 2021 ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าและกึ่งไฟฟ้า มีจำนวน 48,743 คัน เมื่อเทียบกับปี 2020 ที่ 35,270 คัน หรือเติบโตขึ้น 38%

ในขณะที่รถยนต์สันดาปภายในมีการเติบโตเพียง 1.3% ในปี 2021 เมื่อเทียบกับปี 2020

นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีนโยบายสนับสนุนรถ EV ที่มีเป้าหมาย 30 : 30 หมายถึงมีกำลังการผลิตยานยนต์พลังงานสะอาด (ZEV) ในประเทศ 30% ภายในปี 2030 ภาพตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความต้องการใช้น้ำมันในอนาคต

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนี้ เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมควรมีความเข้าใจในระดับความเสี่ยงของตนเอง จากต้นทุนด้านคาร์บอนที่ต้องจัดการภายในการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับติดตามความชัดเจนของนโยบายด้านข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้ง supply chain เพื่อเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปิโตรเคมี