เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

อลิอันซ์ รายงานความมั่งคั่งโลกปี’65 ไทยหนี้ต่อ GDP อันดับต้นๆ เอเชีย

28 ต.ค. 2565 | 16:11น.
หนี้ครัวเรือน

กลุ่มอลิอันซ์ รายงานความมั่งคั่งของโลก ชี้ปี 2565 ปีแห่งการเติบโตที่ต้องจับตามอง ชี้ประเทศไทยมีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีเป็นอันดับต้น ๆ ในเอเชีย

  • สินทรัพย์ทางการเงินของโลกเพิ่มขึ้น 10.4% อยู่ที่ 233 ล้านล้านยูโร (ประมาณ 8.7 พันล้านล้านบาท)
  • คาดการณ์ว่าจะมีการลดลง 2% ในปี 2565 โดยจะลดลงจากภาคครัวเรือนถึง 1 ใน 10
  • ปัญหาหนี้กลับมาอีกครั้ง ในปี 2564 โดยหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 7.6%
  • ประเทศไทยมีสินทรัพย์ทางการเงินรวมของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 9.4%

วันที่ 28 ตุลาคม 2565 กลุ่มอลิอันซ์ (Allianz Group) เปิดเผยรายงาน Global Wealth Report ฉบับที่ 13 วิเคราะห์สถานการณ์ทรัพย์สินและหนี้ครัวเรือนในเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก

การเติบโตที่น่าจับตามอง

เมื่อมองย้อนกลับไปปี 2564 อาจจะเป็นปีสุดท้ายของ “ความปกติใหม่” ที่ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นจากนโยบายทางการเงิน ครัวเรือนได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยสินทรัพย์ทางการเงินโลก เพิ่มขึ้นในระดับตัวเลขสองหลักในปี 2564 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 อยู่ที่ 233 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 8.7 พันล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 10.4% ในปีที่ผ่านมานี้ ความมั่งคั่งของภาคเอกชน เพิ่มขึ้นมากถึง 60 ล้านล้านยูโร หรือเท่ากับบวกตัวเลขคูณสองของกลุ่มยูโรโซนเข้าไปในสินทรัพย์ทางการเงินโลก

มี 3 ภูมิภาคที่โดดเด่นด้านการเติบโตของสินทรัพย์ ได้แก่ เอเชียไม่รวมญี่ปุ่น (+11.3%) ยุโรปตะวันออก (12.2%) และอเมริกาเหนือ (+12.5%) เช่นเดียวกับเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทวีปที่รวยที่สุดในโลกที่มีสินทรัพย์รวมต่อประชากรเท่ากับ 294,240 ยูโร (หรือประมาณ 11 ล้านบาท) โดยค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 41,980 ยูโร (หรือประมาณ 1.6 ล้านบาท) มีอัตราการเติบโตเท่ากับตลาดเกิดใหม่ ในขณะเดียวกันยุโรปตะวันออก 109,340 ยูโร หรือประมาณ 4 ล้านบาท มีตัวเลขที่เหมือนประเทศที่ร่ำรวยมากขึ้น ด้วยอัตราการเติบโตที่ 6.7%

จุดเปลี่ยน

ปี 2565 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง สงครามในยูเครนทำให้การฟื้นตัวหลัง COVID-19 สะดุด และส่งผลกระทบไปทั่วโลก เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น พลังงานและอาหารขาดแคลน รวมถึงนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาด การเงินครัวเรือนจะได้รับผลกระทบ โดยสินทรัพย์ทางการเงินระดับโลกมีแนวโน้มที่จะลดลงมากกว่า 2% และในปี 2565 นี้เองอาจจะเป็นอีกวิกฤตครั้งสำคัญของการเงินโลก แนวโน้มครึ่งปีดูจะไม่ค่อยสดใสมากนัก การเติบโตเพียงเล็กน้อยของสินทรัพย์ทางการเงินคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 4.6% จนถึงปี 2568 เทียบกับ 10.4% ใน 3 ปีก่อนหน้านี้

นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอลิอันซ์ กล่าวว่า ปี 2564 เป็นจุดสิ้นสุดของยุค โดย 3 ปีหลังมานี้เป็นปีที่ดีมาก เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของผู้มีเงินออมส่วนใหญ่ แต่หลังจากปี 2565 จะแตกต่างออกไป วิกฤตค่าครองชีพทำให้คนไม่มีความเชื่อมั่น ผู้กำหนดนโยบายจะเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในการรับมือกับวิกฤตพลังงาน รวมถึงการสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ในขณะที่นโยบายด้านการเงินเริ่มไปต่อไม่ได้ มาตรการใหม่ที่แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดจะเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในระดับชาติ ระดับภูมิภาคยุโรป และระดับนานาชาติ

การกลับมาของหนี้

ในช่วงสิ้นปี 2564 หนี้ครัวเรือนของโลกอยู่ที่ 52 ล้านล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7.6% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 4.6% ครั้งสุดท้ายที่อัตราการเติบโตอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ เกิดขึ้นในปี 2549 ก่อนหน้าวิกฤตการณ์การเงินครั้งใหญ่ โดยจำนวนหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างสูง ในช่วงต้นของการถดถอยของเศรษฐกิจโลกถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล ในตลาดเกิดใหม่ หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลักในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หรือมากกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระดับของหนี้โดยทั่วไปอาจดูเหมือนจะจัดการได้ แต่หากพิจารณาปัญหาใหญ่ระดับโครงสร้างที่ตลาดเหล่านี้กำลังเผชิญอยู่ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะนำไปสู่การเกิดวิกฤตหนี้ได้

เอเชีย ภูมิภาคที่อัตราการเติบโตแตกต่างในระดับประเทศ

สินทรัพย์รวมของภาคครัวเรือนเอเชียเพิ่มขึ้น 9.4% ในปี 2554 ส่วนใหญ่แล้วเป็นผลจากจีนและญี่ปุ่น ซึ่งภาคครัวเรือน มีสินทรัพย์ 51% และ 25% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของภูมิภาค (ตามลำดับ) ในขณะที่สินทรัพย์ทั้งหมดของจีนเพิ่มขึ้น 12.2% สินทรัพย์ครัวเรือนในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 4.2% หากไม่นับญี่ปุ่น สินทรัพย์โดยรวมทั้งหมดของภูมิภาคเพิ่มขึ้น 11.3% แม้ว่าทั้งสองประเทศจะเป็นตัวอย่างของเอเชีย แต่เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่แต่ละประเทศมีอัตราการเติบโตที่แตกต่างกัน เช่น กัมพูชา, อินเดีย, ศรีลังกา และฟิลิปปินส์ การเติบโตระดับเลขสองหลักของสินทรัพย์ทางการเงิน ในขณะที่ตลาดเก่ามีการเติบโตไม่รวดเร็วเท่า เช่นใน สิงคโปร์, เกาหลีใต้ หรือไต้หวัน

เงินออมบำนาญทั่วโลกลดฮวบ

เช่นเดียวกัน ในทุกภูมิภาคของโลก หลักทรัพย์มีการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดากลุ่มสินทรัพย์ทั้งหมด โดยอยู่ที่ 13.5% รองลงมา ได้แก่ สินทรัพย์ประเภทประกันและบำนาญ ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.1% ในขณะที่เงินฝากธนาคารที่สาม อยู่ที่ 7.7% อย่างไรก็ตาม เงินฝากยังคงเป็นกลุ่มสินทรัพย์หลักของพอร์ตโฟลิโอของสินทรัพย์รวมของครัวเรือนในเอเชีย โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 48.9% หลักทรัพย์กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งจนมีสัดส่วนอยู่ที่ 31.0% สิ้นปี 2564 ในขณะที่สินทรัพย์กลุ่มประกันและบำนาญลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 18.4%

การถอนเงินบำนาญก่อนกำหนด และอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนประกันที่ลดลงช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพื่อลดผลกระทบทางด้านการเงินของโรคระบาด ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสินทรัพย์ครัวเรือน เนื่องจากผู้มีเงินออม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพราะจะไม่สามารถเติมเต็มเงินเข้าไปได้ทันก่อนถึงวัยเกษียณ

แม้สินทรัพย์โดยรวมจะเติบโตช้าลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปริมาณหนี้เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วขึ้นอยู่ที่ 10.3% ในปี 2564 ในกลุ่มประเทศเอเชียยกเว้นญี่ปุ่น การเติบโตของเงินกู้สูงขึ้นอยู่ที่ 12.2% โดยมีราคาสินค้าในตลาดการเคหะที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยขับเคลื่อน เมื่อสิ้นปี 2564 สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีในเอเชียสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 62.6% ไม่รวมหนี้ในภาคครัวเรือนในญี่ปุ่น

หากมองภูมิภาคเอเชียเป็นประเทศจะอยู่ในอันดับที่ 36 โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินต่อประชากรสุทธิอยู่ที่ 11,780 ยูโร (หรือประมาณ 4 แสนบาท) แม้ว่า 3 ตลาดเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น จะอยู่ใน 20 อันดับแรกที่มีสินทรัพย์ทางการเงินต่อประชากรสุทธิสูงที่สุดในโลก

ในขณะเดียวกัน 5 อันดับสุดท้ายที่มีสินทรัพย์ทางการเงินต่อประชากรสุทธิน้อยที่สุดในโลก ก็ล้วนเป็นประเทศที่อยู่ในเอเชียทั้งสิ้น ได้แก่ ศรีลังกา, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, กัมพูชา, อินโดนีเซีย และปากีสถาน หากไม่รวมสินทรัพย์ทางการเงินสุทธิของครัวเรือนในญี่ปุ่น สินทรัพย์ทางการเงินต่อประชากรสุทธิในเอเชียจะอยู่ที่ 8,710 ยูโร (หรือประมาณ 3 แสนบาท) เท่านั้น

ประเทศไทย สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี อันดับต้น ๆ ในเอเชีย

สินทรัพย์ทางการเงินรวมของภาคครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้น 9.4% ใน 2564 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นเมื่อหลักทรัพย์กลับมาโตในระดับตัวเลขสองหลัก ในขณะเดียวกัน เงินฝากธนาคารซึ่งยังคงมีสัดส่วนเป็นส่วนใหญ่ของสินทรัพย์ครัวเรือน อยู่ที่ 51% ของสินทรัพย์ทางการเงินทั้งหมด เพิ่มขึ้นเพียง 4.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 10.6% ในปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกของ COVID-19 สินทรัพย์กลุ่มประกันชีวิตและบำนาญลดลงอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ในปี 2564

การเติบโตของหนี้ครัวเรือนมีอัตราที่ชะลอตัวลงอยู่ที่ 3.8% ในปี 2564 แต่ยังคงสูงกว่าการเติบโตของจีดีพี จำนวนหนี้ต่อจีดีพีของภาคครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 90% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงเป็นอันดับต้นในภูมิภาค ในขณะเดียวกัน อัตราหนี้ต่อสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น โดยมีหนี้ทั้งหมดอยู่ที่ 55% ของสินทรัพย์ทางการเงินรวมในปี 2564

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 28% ส่งผลให้สินทรัพย์ทางการเงินรวมเพิ่มขึ้น 17.0% ประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศอันดับท้าย ๆ จาก 45 ประเทศ จากการจัดอันดับสินทรัพย์ทางการเงินต่อประชากรสุทธิ โดยอยู่ที่ 4,450 ยูโร ในปี 2564 (หรือประมาณ 1.6 แสนบาท)

คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2565 : 1 ยูโร = 37.40 บาท

สำหรับ Allianz เป็นกลุ่มบริการทางการเงินชั้นนำระดับโลก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2433 ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ปัจจุบันดำเนินธุรกิจในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มอลิอันซ์ หนี้