Skip to content

หุ้นไทยอ่อนตัว กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าตลาดคาด

15 ก.พ. 2566 | 09:22น.
หุ้นไทยอ่อนตัว กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าตลาดคาด

บล.กรุงศรีฯ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวแนวรับ 1,640-1,650 จุด ตามความกังวลเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อีกอย่างน้อย 2 ครั้ง หลังเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน ม.ค.สูงกว่าตลาดคาด-ต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่อง-ค่าเหยียบแผ่นดินกดดันกลุ่มท่องเที่ยว-ลดค่าการตลาดเอฟเฟ็กต์หุ้นปั๊มน้ำมัน

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีฯ รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยว่า วานนี้ดัชนี SET Index ร่วง 12 จุด (-0.73%) ปิดที่ระดับ 1,653 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7 หมื่นล้านบาท จากแรงขายหุ้น Big Cap และ Mid-Small Cap ที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัว โดยแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมินดัชนี SET Index อ่อนตัวแนวรับ 1,640-1,650 จุด ตามความกังวลเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีกอย่างน้อย 2 ครั้งในการประชุมเดือน มี.ค. และ พ.ค.

หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐ เดือน ม.ค. สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดย Headline CPI ลดลงสู่ระดับ 6.4% จาก 6.5% แต่สูงกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 6.2% เช่นเดียวกับ Core CPI ลดลงสู่ระดับ 5.6% จาก 5.7% ในเดือน ม.ค. สูงกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 5.5%

นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงจากข่าวสหรัฐเตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรอง รวมถึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ขายต่อเนื่องยังคงกดดันภาวะตลาด จึงเน้นลงทุนแบบ Selective buy ต่อไป

ประกอบกับที่ ครม. เห็นชอบให้เก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน โดยช่องทางทางอากาศ 300 บาทต่อคน ช่องทางทางบกและน้ำ 150 บาทต่อคน เป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว แต่คาดผลกระทบจำกัดเนื่องจากรายจ่าย 350 บาท ไม่มีนัยสำคัญต่อการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มดำเนินการ 1 มิ.ย. 2566

และตามที่ กบง. มีมติให้ลดค่าการตลาดน้ำมันดีเซลและเบนซินให้มีค่าเฉลี่ยที่ 2 บาทต่อลิตรจากปัจจุบันมีค่าการตลาดเฉลี่ยที่ 3.2 บาทต่อลิตร การลดค่าการตลาดดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินลดลง 0.90-1.20 บาทต่อลิตร เป็นลบโดยตรงต่อผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมัน นำโดย OR, PTG, ESSO, BCP และ SUSCO

โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ Selective Buy หุ้นที่คาดงบฯไตรมาส 4/2565 เติบโต BEM, BTS, CENTEL, ERW, AAV, BA, CPALL, CRC, CBG, PLANB, VGI, SIRI, AP, ORI, SNNP, SPA, AU, SISB, HUMAN, BE8

และหุ้นรับอานิสงส์ราคาพลังงานอ่อนตัวลง GPSC, BGRIM, GULF, ROJNA, SCGP, SCC แนะนำหุ้นเด่นวันนี้ BCH ให้ราคาเป้าหมาย 26 บาท คาดผลประกอบการจะพลิกทำกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4/2565 เบื้องต้นคาดมีกำไรสุทธิ 406 ล้านบาท เทียบไตรมาส 3/2565 ที่ขาดทุน 403 ล้านบาท และยังมีอัพไซด์จากการเพิ่มค่ารักษาประกันสังคม ซึ่งปรับราคาทุก ๆ 2 ปี (ครบกำหนดปีที่ผ่านมารอแค่ปรับราคา)

และ ROJNA ให้ราคาเป้าหมาย 7 บาท คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2565 พลิกมีกำไรปกติ 109 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 422 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 จากยอดขายที่ดินและมียอดโอนที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากราคาต้นทุนพลังงานลดลง ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าปรับขึ้นตามค่า Ft