เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

บี้ภาษี-ตีทะเบียนคริปโทฯ โทษหนักคุก 5 ปี ปรับ 2 เท่า

19 มี.ค. 2561 | 00:07น.
เปิดร่าง พ.ร.ก.กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ตีกรอบขึ้นทะเบียนทุกฝ่าย บี้ภาษีทุกขั้นตอน จัดหนักบทลงโทษกว่า 20 มาตรา ทั้ง “อาญา-แพ่ง” ชี้กรณีให้ข้อมูลเป็นเท็จในการเสนอขายโทเคนเจอคุก 5 ปี พร้อมปรับ 2เท่าของมูลค่าเสนอขาย

 

บังคับใช้ พ.ร.ก.ภายใน 20 มี.ค.

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. …และร่าง พ.ร.ก.การจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินดิจิทัล หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบหลักการไปเมื่อ 13 มี.ค. และคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษได้พิจารณาเมื่อวันที่ 15-16 มี.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะเรียบร้อย ทูลเกล้าฯภายในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.ก.การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีด้วยกันกว่า 70 มาตรา โดยกำหนดนิยามของทรัพย์สินดิจิทัล (1) คริปโทเคอร์เรนซี (2) โทเคนดิจิทัล และ (3) ทรัพย์สินในรูปหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่ รมว.คลังประกาศ

“คริปโทเคอร์เรนซี” หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจมีราคาหรือมูลค่าอันถือเอาได้ โดยเป็นการตกลงหรือยอมรับระหว่างบุคคลในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด โดยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่มีการอ้างอิงเงินตรา เงินตราต่างประเทศ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ใด

ส่วน “โทเคนดิจิทัล” หมายความว่า หน่วยแสดงสิทธิในรูปหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใด ๆ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด ตามข้อตกลงที่กำหนดไว้โดยเฉพาะเจาะจงระหว่างผู้ออกและผู้ถือ

“ขณะที่การตีราคาหรือมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้องมีการออกหลักเกณฑ์ตามมาอีกที โดยเสนอ รมว.คลังเห็นชอบออกประกาศ” แหล่งข่าวกล่าว

คุมเข้มขึ้นทะเบียนทุกฝ่าย

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน บริษัทต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. พร้อมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายและร่างหนังสือชี้ชวนต่อ ก.ล.ต.ด้วย (ไฟลิ่ง) หากไม่ดำเนินการตามนี้ถือว่าผิดกฎหมาย และการขายโทเคนดิจิทัลจะต้องดำเนินการผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.

“ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องขอไลเซนส์จาก ก.ล.ต.ทั้งในส่วนของศูนย์ซื้อขาย นายหน้าซื้อขาย และ ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล”

กรณีที่มีบริษัทดำเนินการระดมทุน ICO (Initial Coin Offering) ไปก่อนหน้าที่ร่าง พ.ร.ก.การกำกับฯมีผลบังคับใช้ จะมีบทเฉพาะกาลให้ต้องมาขึ้นทะเบียนกับ ก.ล.ต.ใน 60 วัน

จัดหนักโทษ “อาญา-แพ่ง”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตามร่าง พ.ร.ก.การกำกับฯได้กำหนดบทลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่งกว่า 20 มาตรา อาทิ กรณีผู้เสนอขายโทเคนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ทำผ่านตัวกลางที่ถูกกฎหมาย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 เท่าของราคาขายโทเคนฯ ที่เสนอขาย โดยค่าปรับต้องไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีให้ข้อมูลในไฟลิ่งเป็นเท็จ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 เท่าของที่เสนอขายโทเคน และต้องไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือหากเสนอขายโทเคนฯ ระหว่างที่ ก.ล.ต.ระงับการไฟลิ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย หรือทั้งจำทั้งปรับ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท และหากยังฝ่าฝืนปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท รวมทั้งผู้ที่ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

บี้เก็บภาษีทุกขั้นตอน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้เสนอกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล และการเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล โดยออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทั้ง 2 ฉบับ โดยหน่วยงานที่จะกำกับดูแลคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยในส่วนของการจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินดิจิทัลนั้น ในกรณีที่ซื้อขายแล้วมีกำไร ก็ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% รวมถึงภาษีเงินปันผลและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เนื่องจากทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและ ICO คือทรัพย์สินดิจิทัล เมื่อเป็นสินทรัพย์หรือบริการ เมื่อมีการซื้อขาย ก็ต้องเสีย VAT โดยนิติบุคคลสามารถเคลมคืนได้ แบบภาษีซื้อภาษีขายทั่วไป ส่วนบุคคลธรรมดาจะยกเว้น VAT

รมว.คลังกล่าวด้วยว่า ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ไม่สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ว่า ใครถือสินทรัพย์อะไรอยู่แค่ไหน ดังนั้นสิ่งที่รัฐทำคือให้มีการควบคุมที่จุดเริ่มต้น จุดแลกเปลี่ยนที่มีการซื้อขาย โดยต้องกำหนดให้โบรกเกอร์หรือดีลเลอร์ ตลาดซื้อขายต้องมีไลเซนส์ ขณะเดียวกันก็กำหนดเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติรวมทั้งระบบการยืนยันตัวตน (KYC) ลูกค้าที่จะมาซื้อขาย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็ขอให้ต้องบอกได้ว่าเอาเงินมาจากไหน

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า การเก็บภาษีจากการระดมทุนสินทรัพย์ดิจิทัลนี้จะต่างกับเก็บภาษีจากการระดมทุนด้วยหลักทรัพย์ที่ผู้ออกเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) จะไม่ต้องเสียภาษี แต่กรณีสินทรัพย์ดิจิทัลนี้จะต้องเสียภาษีตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งภาษี VAT และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ขณะเดียวกันบุคคลธรรมดา แม้จะได้รับยกเว้นภาษี VAT แต่กรณีมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลและได้รับเงินปันผล ก็ต้องถูกเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15% ทั้ง 2 กรณี แถมยังต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตอนปลายปีอีกด้วย

ขู่นักลงทุนหนีไปต่างประเทศ

นายพลเดช อนันชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตเวชั่น กล่าวว่า การที่รัฐออกกฎหมายควบคุมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือสร้างความชัดเจนและมาตรฐานเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งจะสร้างข้อมูลเพื่อการตัดสินใจลงทุนรวมถึงดูแลความเสี่ยงได้ดีขึ้น ทำให้นักลงทุนที่สนใจมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น ข้อเสียคือนักลงทุนอาจย้ายไปลงทุนในต่างประเทศแทนเพื่อเลี่ยงการจัดเก็บภาษีเพราะข้อมูลการเก็บภาษีที่เปิดเผยออกมานั้นน่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขาย (เทรด) ในไทย แต่เชื่อว่านักลงทุนจะไม่ลดความสนใจการลงทุนคริปโทฯ

เช่นเดียวกับนายนเรศ เหล่าพรรณราย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท สต็อคควอดแรนท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กฎหมายที่ภาครัฐเตรียมจะออกมากำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล หากเข้มงวดมากอาจมีผลกระทบต่อการระดมทุน ICO และคริปโทฯแน่นอน โดยผู้ประกอบการไทยอาจจะหันไปออก ICO ในต่างประเทศแทน เพราะมีหลายประเทศที่ยังไม่มีการเก็บภาษีการระดมทุนแบบ ICO เช่น สิงคโปร์และเยอรมนี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การออกไประดมทุนในต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจมีต้นทุนที่สูงกว่าในประเทศ

นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (JVC) กล่าวว่า การออกเกณฑ์กำกับเรื่องสกุลเงินดิจิทัลควรจะทำอย่างเหมาะสมและพอดี หากเกณฑ์ที่ออกมาเข้มเกินไปก็ไม่ดีต่อระบบภาพรวม เพราะอาจทำให้คนออกไปเทรดในต่างประเทศ ซึ่งการพัฒนาก็จะไหลออกไปที่ต่างประเทศเช่นกัน แต่ถ้าออกเกณฑ์หลวมเกินไปจะมีช่องโหว่ให้คนไม่ดีหาประโยชน์ได้

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกุลเงินดิจิทัล