เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
ดูทั้งหมด

ค่าเงินเอเชียอ่อนค่า รับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ

11 ส.ค. 2566 | 18:33น.
เงินหยวน เงินดอลลาร์ เงินยูโร

ค่าเงินเอเชียอ่อนค่า รับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ หลังตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.4% ในเดือน ก.ค.เมื่อเทียบรายปี หวั่นเป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

วันที่ 11 สิงหาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพร ายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 7-11 ส.ค. 2566 ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงในวันจันทร์ภายหลังจากที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยในการพิจารณาการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 187,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.5% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6%

ค่าจ้างแรงงานรายชั่วโมงเพิ่ม

ขณะเดียวกันตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.4% ในเดือน ก.ค.เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2% และเมื่อเทียบรายเดือน ค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3%

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ ช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.066% เมื่อวันอังคาร (8/8) รวมทั้งได้แรงหนุนจากการที่นางมิเชล โบว์แมน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

ทั้งนี้ ในวันพฤหัสบดี (10/8) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.3% และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ค.

สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 19-20 ก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 9.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.50-5.75%

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (7/8) ที่ระดับ 34.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/8) ที่ระดับ 34.77/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงทะลุ 35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค ภายหลังจากที่จีนเปิดเผยตัวเลขส่งออกที่ทรุดตัวลงมากกว่าที่คาด

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนี CPI ปรับตัวลง 0.3% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 และเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินฝืด ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงานลดลง 4.4% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจลดลง 4.1%

ธปท.จ่อลดคาดการณ์เศรษฐกิจ เหตุ ศก.โลกชะลอตัว

ขณะที่ในวันพุธ (9/8) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2566 อาจปรับลดลงจากคาดการณ์ แต่ภาพรวมจะยังเห็นการเติบโตได้ที่ระดับ 3% กลาง ๆ จากคาดการณ์ล่าสุดที่ 3.6% เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก แต่เศรษฐกิจไทยยังมีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แม้บางช่วงอาจจะเห็นตัวเลขต่ำกว่าคาดการณ์บ้าง แต่ภาพรวมยังไม่เปลี่ยนแปลงจากที่ได้ประเมินไว้

สำหรับการลงทุนภาคเอกชนปีนี้ นายเศรษฐพุฒิ คาดว่าจะเติบโตเกิน 4% ขณะที่การท่องเที่ยว แม้นักท่องเที่ยวจากจีนจะไม่เข้ามาเร็วอย่างที่คิด แต่ก็ยังเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะอยู่ที่ 29 ล้านคน ซึ่งจะยังช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ แต่การส่งออกอาจจะไม่ค่อยดีมาก เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจจีน ทำให้การส่งออกยังไม่ค่อยดีนักในช่วงครึ่งปีแรก แต่เชื่อว่าในครึ่งปีหลังและช่วงปลายปีจะค่อย ๆ ทยอยปรับตัวดีขึ้น

ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.61-35.19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/8) ที่ระดับ 35.08/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (7/8) ที่ระดับ 1.1000/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/8) ที่ระดับ 1.0943/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ โดยระหว่างสัปดาห์ มีการเปิดเผยความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เอาไว้ในเดือน ส.ค. หลังจากลดลงติดต่อกัน 3 เดือน เนื่องจากเงินเฟ้อเริ่มแผ่วลงบ้างแล้ว

โดยสถาบันวิจัยเซนทิกซ์ (Sentix) ของเยอรมนีรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -18.9 ในเดือน ส.ค.จากระดับ -22.5 ในเดือน ก.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะร่วงลงต่อไปสู่ระดับ -24.3 อย่างไรก็ดี นายแพทริค ฮัสซี กรรมการผู้จัดการของสถาบันวิจัยเซนทิกซ์เปิดเผยว่า เยอรมนีได้กลายเป็น “ผู้ป่วย” ของยูโรโซน และสร้างผลกระทบอย่างหนักไปทั่วภูมิภาค โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเยอรมนีลดลงสู่ระดับนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ส่วนดัชนีคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตของยูโรโซนเพิ่มขึ้น 7.3 จุด สู่ระดับ -17.3

ECB เริ่มคุมเงินเฟ้อได้

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพราะนักลงทุนมีความคาดหวังในทางที่ดีขึ้น แต่เป็นเพราะคาดกันว่าผลลัพธ์จริงไม่น่าจะหนักหน่วงอย่างที่เคยคาดกันไว้ ขณะที่ในวันอังคาร (8/8) ผลสำรวจล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า ผู้บริโภคในยูโรโซนได้ลดคาดการณ์เงินเฟ้อลงสำหรับในช่วงหลายเดือนและหลายปีข้างหน้า แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อและราคาบ้าน

ข้อมูลจากผลสำรวจของ ECB แสดงให้เห็นว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ ECB เริ่มประสบความสำเร็จอย่างช้า ๆ ในการป้องกันไม่ให้ประชาชนคิดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะยาว

ผู้ตอบแบบสำรวจฉบับเดือนมิถุนายนคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 3.4% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งลดลงจากการคาดการณ์ 3.9% ในเดือนก่อนหน้าและเป็นการลดลงเพิ่มเติมหลังจากเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 เนื่องจากเงินเฟ้อที่แท้จริงเริ่มเติบโตชะลอตัวลง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังลดคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับช่วง 3 ปีข้างหน้าลงสู่ 2.3% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเป้าหมายที่ 2% ของ ECB มากขึ้น

การสำรวจดังกล่าวยังแสดงให้เห็นอีกว่า ผู้บริโภคยังคงคาดการณ์ว่า รายได้ของตนจะเติบโตช้ากว่าอัตราเงินเฟ้อและการใช้จ่าย 1.2% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งบ่งบอกถึงมาตรฐานการครองชีพและการออมที่มีแนวโน้มว่าจะลดลง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0927-1.1064 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/8) ที่ระดับ 1.0994/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (7/8) ที่ระดับ 141.86/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/8) ที่ระดับ 142.72/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินเยนแข็งค่าจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์หลังจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าที่คาดของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนทยอยปรับตัวอ่อนค่าลงภายหลัง

โดยในวันจันทร์ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานสรุปความคิดเห็น (Summary of Oplnions) ของกรรมการ BOJ ระบุว่า ในการประชุมนโยบายการเงินเดือน ก.ค.นั้น กรรมการได้หารือกันเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสมาชิกรายหนึ่งของ BOJ กล่าวว่าค่าจ้างและเงินเฟ้อที่เกิดจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค อาจปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

รายงานดังกล่าวบ่งชี้ว่า ในขณะที่สมาชิกของ BOJ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษนั้น แต่กรรมการก็มีความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า BOJ กำลังพิจารณาถึงการระงับการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ในวันอังคาร (8/8) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลว่า ญี่ปุ่นเกินดุลบัญชีเดินสะพัดติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ในเดือนมิถุนายน หลังการค้าพลิกกลับมาเกินดุล ซึ่งช่วยคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการลดลงของกำลังการใช้จ่ายในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก

ในรายงานระบุว่า ญี่ปุ่นเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 1.51 ล้านล้านเยน หรือ 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นการขยายตัวประมาณ 1 ล้านล้านเยนจากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าอาจเกินดุล 1.4 ล้านล้านเยน เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า ดุลการค้าพลิกกลับมาเกินดุลที่ 3.28 มิถุนายน หลังการค้าเติบโตขึ้น 1.4 ล้านล้านเยนจากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำให้มียอดเกินดุลโดยรวมติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5

ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 141.51-144.89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/8) ที่ระดับ 144.63/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ