บาทแข็งค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ยปีหน้า

ค่าเงินบาท

เงินบาทแข็งค่า คาดเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบวันที่ 12-13 ธันวาคม 2566 นี้ และอาจจะเริ่มลดดอกเบี้ยในปี 2567

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2566 ค่าเงินบาทปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 34.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/12) ที่ระดับ 35.03/05 ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

หลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนตุลาคมของสหรัฐ ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบวันที่ 12-13 ธันวาคม 2566 และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนวันศุกร์ (1/12) ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต โดยเอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 49.4 ในเดือนพฤศจิกายน ปรับตัวลดลงจากระดับ 50.0 ในเดือนก่อนหน้า

ในขณะที่สถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐเดือนพฤศจิกายนทรงตัวที่ระดับ 46.7 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 47.6 โดยดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงสภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ และเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น 0.6% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกันยายน และเพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบรายปี ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.67-34.99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 1.0881/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/12) ที่ระดับ 1.0901/02 โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซน ซึ่งจัดทำโดยธนาคารฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (Hambura Commercial Bank : HCOB) อยู่ที่ระดับ 44.2 ในเดือนพฤศจิกายน ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 43.1

อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 50.0 โดย HCOB ระบุว่า การปรับตัวดียังคงถือว่าเล็กน้อยและอาจเร็จเกินกว่าที่จะสรุปว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น สำหรับเยอรมนี ดัชนี PMI เดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ระดับ 42.6 สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 42.3 แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50.0 เช่นเดียวกัน โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0848-1.0894 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0869/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 146.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/12) ที่ระดับ 147.89/93 ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.21-147.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 146.91/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 146.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/12) ที่ระดับ 147.89/93 ตามกรอบอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.21-47.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 146.91/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานสหรัฐ (4/12), ดัชนี PMI ภาคบริการเดือน พ.ย.ของจีน (5/12), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) สหรัฐ เดือน ต.ค. (5/1122), ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการสหรัฐ (5/12), ตัวเลขการส่งออกสหรัฐ เดือน พ.ย. (6/12), ตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ย.ของจีน (7/1), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (7/12), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ เดือน พ.ย. (8/12) และอัตราการว่างงานสหรัฐ เดือน พ.ย. (8/12),


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.4/-10.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.90/-7.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ