คุยเปิดใจ “เศรษฐพุฒิ” ภารกิจหนักบนบ่าผู้ว่าฯ ธปท.

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

“งานนี้ มันเป็นงานที่แบบว่า ถ้าคุณเอ็นจอย…แปลว่า ‘You are not doing a job’ เพราะงานของผู้ว่าฯแบงก์ชาติ มันไม่ป๊อปปูลาร์ ต่อให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่จะเป็นงานที่ทำแล้วขัดใจคนส่วนใหญ่” ข้างต้นนี้เป็นคำตอบของ “ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อถูกถามถึงการทำงานบนเก้าอี้ผู้กำกับนโยบายการเงินของประเทศมาแล้ว 3 ปี ในการให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อเร็ว ๆ นี้

เจอ “หนัก” หลายเรื่อง

“ดร.เศรษฐพุฒิ” กล่าวยอมรับว่า สารพัดเรื่องที่ทำในบทบาทของการเป็นผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ล้วนเป็นเรื่องที่ “หนัก” และเนื่องจากปัญหาเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่ละเรื่องที่เจอจึงหนักคนละแบบ ซึ่งตนเองเคยให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่ถามว่า “Are you enjoying a job” ตนก็ตอบไปว่า งานนี้ มันเป็นงานที่แบบว่า ถ้าคุณสนุก… แปลว่าคุณไม่ได้ทำงาน “You are not doing a job”

“งานผู้ว่าฯแบงก์ชาติ เป็นงานที่คุณต้องทำอะไรที่ไม่ป๊อปปูลาร์ ต่อให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็เป็นอะไรที่ไม่ป๊อปปูลาร์ ก็เหมือนกับที่ตอนนี้โดนซักว่า ทำไมทำแบบนั้น ทำแบบนี้ ซึ่งถือเป็น nature ของตำแหน่งผู้ว่าฯแบงก์ชาติ”

“ดร.เศรษฐพุฒิ” อธิบายต่อว่า แต่ละเรื่องที่ว่า “หนัก” นั้น ก็มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างตอนแรกก็หนักกับเรื่องที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ แล้วต่อมาก็เจอเรื่องหนักอีก คือ เรื่องเงินเฟ้อ ตามด้วยเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงมีเรื่องค่าเงินที่เข้ามาด้วย

แบงก์ชาติทุกประเทศต้องเจอ

“ก็หนักสารพัด ช่วงนี้ก็หนัก อย่างที่บอก มันก็หนักคนละแบบ แต่ก็เป็นอย่างนี้ทุกที่ และผมก็คิดว่ามันอยู่ใน Job Description ของผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ไม่ใช่เฉพาะของเมืองไทย แต่ทุกประเทศ เพราะมันเป็นงานที่เป็นเช่นนี้”

ชี้เป็นงานที่ต้องขัดใจคน

“ดร.เศรษฐพุฒิ” กล่าวอีกว่า ตำแหน่งผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ โดยลักษณะของงานถ้าคุณทำมันอย่างถูกต้อง ต้องขัดใจคนส่วนใหญ่ เป็นงานที่ไม่ป๊อปปูลาร์

“คือ มันต้องไม่ป๊อปปูลาร์ เพราะถ้าคุณทำสิ่งที่ถูกต้องที่มันขัดกับกระแส คนก็จะไม่แฮปปี้ ก็จะโดนตลอดเวลา แต่ก็ต้องเข้าใจว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของ Job Description แต่ว่าเราก็เป็นคน ไม่ใช่อรหันต์ ที่ปล่อยวางได้ทุกอย่าง ก็รู้สึกบ้าง แต่โดยธรรมชาติแล้ว บทบาทนี้ มันเป็นแบบนั้น”

อย่างที่บอกไม่ใช่เฉพาะผู้ว่าฯ แบงก์ชาติของไทยเท่านั้น แต่ผู้ว่าฯ ประเทศอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน อย่างสหรัฐที่เคยมีผู้ว่าฯ คนหนึ่งถูกกล่าวถึงว่า เป็นอัจฉริยะ แต่พอเจอวิกฤตปี 2008 (วิกฤตซับไพรม)

“แต่สุดท้าย ปี 2008 ตูมแตก เพราะดอกเบี้ยต่ำนานเกิน สุดท้ายจบเลยไม่ดี ผู้ว่าฯแบงก์ชาติเลยเป็นงานที่ลำบาก”

เตรียมใจไว้แต่ก็มีเรื่องคาดไม่ถึง

เมื่อถามว่า เตรียมใจไว้อยู่แล้วหรือไม่ “ดร.เศรษฐพุฒิ” กล่าวว่า ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่า เตรียมใจไว้ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้นึกว่า จะมีเรื่องเข้ามาเป็นระลอก ๆ เช่นนี้ อย่างเรื่องโควิดอันนี้ตนเตรียมใจไว้เต็มที่ 100% เพราะรู้อยู่แล้วว่า เข้ามาเจอแล้วปวดหัวแน่นอน และ รู้ด้วยว่าจะไม่จบเร็ว ซึ่งขณะนั้นก็มีคนมองว่าจีดีพี จะลง แล้วก็ขึ้นเลย แต่ตนเองมองว่า ไม่… ไม่มีทางเลย

“โควิดน่ะรู้ แต่เงินเฟ้อเนี่ยไม่ได้คิดเลย พอสงครามรัสเซียกับยูเครนมาแล้ว ก็เลยมีอะไรที่มันไม่ได้ Expect ตามมาอีก แต่ข้อดีก็คือ ตอนนี้ ถ้าถามว่า ทำใจไหม มันก็เหมือนกับว่าเราเจออะไรที่ไม่ได้คาดคิดอย่างมากมาแล้ว ก็เข้าใจว่า เหมือนอะไรที่เป็นสัจธรรม มันต้องมีอะไรใหม่ ๆ ไม่จบ”

วิธีจัดการ “ความเครียด”

เมื่อถามว่า มีวิธีจัดการกับปัญหาหรือความเครียดอย่างไร “ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ” กล่าวว่า ทุกคนก็มีวิธีของตัวเอง ส่วนตนเอง ฟังแล้วอาจดูตลก แต่จะขึ้นกับ “ดีกรี” อันแรก เนื่องจากบรรยากาศที่ ธปท. ดี มีวิวดี ถ้าตนมีสักเวลา 10 นาที ก็จะลงไปเดิน คือให้ได้เดินออกจากห้อง เพื่อช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น


“ให้เคลียร์หัว ให้แดดโดนหน้า ให้ลมเป่าใส่ตัว ให้มันรู้สึก อันนี้ช่วยได้เยอะ อันนี้คือระหว่างวันที่มาเวลาไม่มาก และอีกอย่างที่ผมชอบ ก็คือ การตีเทนนิส ช่วยออกกำลัง แต่ออกกำลังกายบางอย่างก็ไม่ค่อยช่วย ถ้าวิ่งนี่ไม่ค่อยเวิร์ก เพราะวิ่งแล้ว ยังคิดถึงงาน ว่ายน้ำยังคิดถึงงาน แต่ตีเทนนิส มันลืมทุกอย่าง” ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติกล่าว