แบงก์รัฐลุยแก้หนี้ ธ.ก.ส. พักหนี้พุ่ง 1.7 ล้านคน-ออมสินล้างหนี้เสียโควิด

ล้างหนี้

แบงก์รัฐสนองนโยบายรัฐบาลเร่งเครื่องแก้หนี้ “ธ.ก.ส.” เผยเกษตรกรแจ้งเข้าร่วมพักหนี้แล้วกว่า 1.7 ล้านราย ก่อนปิดรับแจ้งสิ้นเดือน ม.ค.นี้ คาดลูกหนี้เข้าร่วมมากกว่า 90% จากเป้าหมาย 2.1 ล้านราย ขณะที่ลูกหนี้นอกระบบขอสินเชื่อแปลงเป็นหนี้ในระบบแล้วเกือบ 3,000 ราย กู้สงวนที่ดินไม่ให้หลุดมืออีกกว่า 36,000 ราย ฟากลูกหนี้ออมสิน 6.3 แสนรายเฮ รัฐจ่ายหนี้แทนช่วยหลุดสถานะ NPLs-ไม่เสียประวัติเครดิต

นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า มาตรการพักหนี้เกษตรกรรายย่อย ตามนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2566 ระยะเวลา 3 เดือน มีเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. แสดงความประสงค์เข้าร่วมมาตรการแล้ว 83% ของจำนวนผู้เข้าข่าย 2.1 ล้านราย หรือคิดเป็นจำนวน 1.7 ล้านราย รวมมูลหนี้ 2.4 แสนบาท ซึ่งยังเหลือระยะเวลาจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 2567 นี้ ในการเปิดให้แจ้งความประสงค์เข้าร่วม

“ยังมีเวลาเหลืออยู่อีก 1 เดือน คาดผู้เข้าร่วมน่าจะเข้ามากว่า 90% เมื่อสิ้นสุดการให้แจ้งความประสงค์”

พงษ์พันธ์ จงรักษ์
พงษ์พันธ์ จงรักษ์

นายพงษ์พันธ์กล่าวว่า ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยมี 2 ส่วนที่ได้เข้าไปดูแลแล้ว ส่วนแรก คือ หนี้ในระบบ ดูแลโดยเฉพาะรายย่อยไม่เกิน 300,000 บาท ที่พักหนี้ให้ 3 ปี ซึ่งจะแบ่งเบาภาระเกษตรกร ส่วนรายอื่น ๆ ที่มีหนี้เกิน 3 แสนบาท ก็อํานวยสินเชื่อโดยปกติ

ขณะที่อีกส่วนเป็นการแก้หนี้นอกระบบก็จะมีวงเงินช่วยเหลือ ปล่อยดอกเบี้ยให้ในอัตราที่ผ่อนปรน เพื่อให้เอาไปชําระหนี้นอกระบบ ซึ่งตรงนี้อยู่ในขั้นตอนของการลงทะเบียนกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีการไกล่เกลี่ยกับเจ้าหน้าที่ปกครอง เจ้าหน้าที่ตํารวจ รวมถึงมีพนักงานของ ธ.ก.ส.ในแต่ละภูมิภาคเข้าร่วมดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจาก ธ.ก.ส.ล่าสุด มีการปล่อยสินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ วงเงินกู้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย จนถึง ณ วันที่ 20 ธ.ค. 2566 ธ.ก.ส.ได้จ่ายสินเชื่อแล้ว 519 ล้านบาท แก่ผู้ขอกู้ 2,847 ราย ส่วนสินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ซึ่ง ธ.ก.ส.ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จ่ายสินเชื่อเพื่อสงวนที่ดินให้แก่เกษตรกรหรือผู้ยากจน วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 2.5 ล้านบาท ณ วันที่ 20 ธ.ค. 2566 จ่ายสินเชื่อไปแล้ว 8,984.79 ล้านบาท จำนวนเกษตรกรหรือผู้ยากจน 36,320 ราย

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป ทางธนาคารออมสินจะเริ่มดำเนินการช่วยเหลือลูกหนี้โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือลูกหนี้รหัส 21 ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หลังจากธนาคารได้ดำเนินการติดตามทวงถามหนี้มาจนสุดทางแล้ว แต่ลูกหนี้ยังคงเดือดร้อน

โดยธนาคารจะนำงบประมาณที่รัฐจัดสรรสำหรับชดเชยความเสียหาย ตามโครงการสินเชื่อดังกล่าวมาจ่ายชำระหนี้แทนลูกหนี้ให้หลุดพ้นจากสถานะหนี้เสีย (NPLs) และไม่เสียประวัติเครดิตที่จะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อีก

ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2566 ระบุถึงข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ชี้ว่า หากลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจส่งผลให้ลูกหนี้มีประวัติเป็นลูกหนี้ NPLs อยู่ในเครดิตบูโร เป็นระยะเวลานานถึง 8 ปี และไม่สามารถขอสินเชื่อเพิ่มเติมได้ หรือมีปัญหาการขอสินเชื่อได้


“เดิมลูกหนี้อาชีพอิสระที่กู้ออมสินในโครงการนี้มีมากกว่า 8 แสนราย แต่ส่วนหนึ่งก็สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งมีอยู่กว่า 6.3 แสนราย ที่แบงก์ดำเนินการติดตามทวงถามแล้ว แต่ทำอย่างไร ลูกหนี้กลุ่มนี้ก็ไม่สามารถจ่ายคืนได้ รัฐจึงมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2566 ให้นำเงินที่รัฐจัดสรรชดเชยความเสียหายในโครงการนี้มาชำระหนี้ให้ลูกหนี้กลุ่มนี้แทน ทั้งนี้ จะดำเนินการเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน” แหล่งข่าวกล่าว