เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทูตจีนชู 3 ข้อเสนอ ยกระดับหุ้นส่วนไทย-จีน ดัน AI-พลังงานสะอาด-รถไฟเชื่อมภูมิภาค
Economic ทูตจีนชู 3 ข้อเสนอ ยกระดับหุ้นส่วนไทย-จีน ดัน AI-พลังงานสะอาด-รถไฟเชื่อมภูมิภาค
เกษตรฯ เตือน 26-30 ก.ค. ฝนถล่มอีสาน-อันดามัน เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน เร่งเกษตรกรรับมือ
Economic เกษตรฯ เตือน 26-30 ก.ค. ฝนถล่มอีสาน-อันดามัน เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน เร่งเกษตรกรรับมือ
น้ำนมดิบล้นตลาด-อ.ส.ค.ค้างจ่าย กดดันสหกรณ์โคนม “เกษตรฯ” งัด 4 มาตรการ เสริมสภาพคล่อง 350 ล้าน
Economic น้ำนมดิบล้นตลาด-อ.ส.ค.ค้างจ่าย กดดันสหกรณ์โคนม “เกษตรฯ” งัด 4 มาตรการ เสริมสภาพคล่อง 350 ล้าน
กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
Economic กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
Tech ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
Economic พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
ดูทั้งหมด

“เจพีมอร์แกน” อ่านใจ ธปท.ปีนี้มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง

27 ม.ค. 2567 | 18:30น.
เจพีมอร์แกน

เพิ่งผ่านต้นปี 2567 มายังไม่ทันครบเดือน เศรษฐกิจประเทศไทยก็มีเรื่องให้ต้องกล่าวถึงอย่างมากมาย รวมถึงภาวะตลาดหุ้นไทยที่ต่างชาติยังเทขายสุทธิกันเป็นว่าเล่น ทำเอานักลงทุนใจหายใจคว่ำกันไปตาม ๆ กัน ต้องลุ้นว่าในช่วงที่เหลืออีกถึง 11 เดือน สถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายลงไปได้หรือไม่ ซึ่งคงต้องมาดูมุมมองขององค์กรการเงินชั้นนำระดับโลก อย่าง “เจพีมอร์แกน” ว่าจะอ่านทิศทางเหล่านี้อย่างไร

ซึ่งล่าสุด “มาร์โค สุจริตกุล” เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสประจำประเทศไทย ของบริษัทเจพีมอร์แกน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ดังต่อไปนี้

ลุ้น GDP โตกว่าค่าเฉลี่ยโลก

โดย “มาร์โค” ชี้ว่า ในปี 2567 นี้ เจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย จะมีการเติบโตได้ราว 3.7% โดยการเติบโตจะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ ทั้งภาคการท่องเที่ยว

โดยเฉพาะการฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนกับอินเดีย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น รวมถึงการบริโภคในประเทศที่มีการฟื้นตัวและการกลับเข้ามาลงทุนในไทยของต่างชาติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่มีโอกาสย้ายฐานมาผลิตที่ไทยมากขึ้น

รวมถึงมองว่าปีนี้ภาคการส่งออกจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ จากที่ติดลบในปีก่อน ซึ่งภาพรวมเหล่านี้จะเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นได้ในอนาคต และหาก GDP ไทยสามารถเติบโตได้ในระดับ 3.7% ได้ จะนับว่าเป็นการเติบโตที่สูงกว่าการเติบโตของค่าเฉลี่ยโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ GDP ที่ทางเจพีมอร์แกนคาดการณ์นั้น ยังไม่นับรวมนโยบายดิจิทัลวอลเลต

“ต้องยอมรับว่า GDP ไทยสัดส่วนกว่า 18-19% มาจากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งนโยบายการปรับลดภาษีไวน์ มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ช่วยกระตุ้นการบริโภคของชาวต่างชาติได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันราคาไวน์ในไทยค่อนข้างสูง”

นอกจากนี้ หาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อาจทำให้ประเด็นกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนกลับมารุนแรงอีกครั้ง และอาจกระทบทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตย้ายการลงทุนไปประเทศอื่น ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่นักลงทุนให้ความสนใจ

“หากทรัมป์มีปฏิกิริยากับจีนที่รุนแรงขึ้น ผมคิดว่าจะเป็นผลดีกับเรา เพราะเงินจะไหลมาหาประเทศอื่น ๆ มากขึ้น ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ซึ่งไทยถือเป็นประเทศกลาง ๆ ในสายตานักลงทุน”

มอง SET สิ้นปีแตะ 1,700 จุด

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปีนี้ “มาร์โค” มองว่าจะฟื้นตัวได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลา โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน ใกล้จะถึงจุดต่ำสุดแล้ว (Buttom Line) และคาดว่าสิ้นปี 2567 ดัชนีจะกลับมาแตะที่ระดับ 1,700 จุดได้

โดยมองว่าจะเป็น Neutral Rebound จากฐานที่ต่ำลงไปมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา ในส่วนปัจจัยเชิงบวกนั้น สาเหตุหลักมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทำให้มองว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามในปี 2567 นี้เช่นกัน

ปีนี้ ธปท.อาจลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง

“มีโอกาสที่แบงก์ชาติจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ได้เห็น 1 ครั้งในปีนี้ และอาจลดดอกเบี้ยเร็วกว่าตลาดคาดการณ์ได้ หากเงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง และไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงแนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น เพื่อลดภาระลูกหนี้”

“มาร์โค” กล่าวว่า สาเหตุหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงในช่วงนี้ เกิดจากผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดการขายออกของนักลงทุน แต่ยังเชื่อว่าในอนาคตกลุ่มแบงก์จะมีการเติบโตที่ดีและมีความน่าสนใจในการลงทุนอยู่

“ผมมองว่าหุ้นกลุ่มแบงก์น่าจะดี แม้ตัวเลขผลประกอบการ ที่ออกมาในช่วงสุดท้ายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่ามันจะกลับมาดีขึ้น และหุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภค ที่จะได้อานิสงส์จากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว” เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสประจำประเทศไทย บริษัทเจพีมอร์แกนกล่าว