ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง MOVE ขายไอพีโอ 36 ล้านหุ้น จ่อเทรด mai ในปีนี้

ก.ล.ต.ไฟเขียว นับหนึ่งไฟลิ่ง MOVE เตรียมเสนอขาย IPO จำนวน 36 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คาดเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปีนี้ จ่อนำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ-หมุนเวียนกิจการ 

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 นายโตชิ ศิริจิวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มูฟฟาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MOVE เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) บมจ.มูฟฟาสท์ “MOVE” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวด Service ภายในปีนี้ โดย MOVE มีแผนดำเนินการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 36 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.47 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท

เพื่อนำเม็ดเงินการระดมทุนใช้ในการขยายธุรกิจและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ จำนวน 200 ล้านบาท และเพื่อขยายขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท สู่ยอดขายสนับสนุนการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการโซเชียลคอมเมิร์ซ นอกจากนี้ยังรองรับการขยายตัวของธุรกิจในปี 2569 อาทิ การเช่าอาคารสำนักงาน ซื้ออุปกรณ์สำหรับการไลฟ์สตรีมมิ่ง รวมถึงให้บริการสถานที่และอุปกรณ์สำหรับการไลฟ์สดขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ MOVE ดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร โดยเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับฝากขายสินค้าประเภทต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) และออนไลน์มาร์เก็ตเพลซ (Online Marketplace) รวมถึงให้บริการด้านการตลาด การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง การจัดส่งสินค้า การวิเคราะห์ข้อมูลสินค้าและการขายให้แก่คู่ค้าของบริษัท หรือเรียกว่า “Social Commerce Provider”

นอกจากนี้ บริษัทมีบริษัทย่อยจำนวน 1 บริษัทได้แก่ บริษัท เอสเคเจ ซุปเปอร์ วิชั่นส์ จำกัด (“SKJ”) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายแบรนด์สินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “SKJ Proteoglycan” “Aelova” และ “So Drink” โดยบริษัทถือหุ้นใน SKJ ร้อยละ 50 ของทุนชำระแล้วทั้งหมดของ SKJ

ปัจจุบัน MOVE ให้บริการเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับฝากขายสินค้าให้กับคู่ค้าหลากหลายแบรนด์ อาทิ “LYO” “Aelova” “So Drink” “Tackle Man” “Viv Skin” เป็นต้น โดยสินค้าที่ให้บริการมีหลากหลายประเภท เช่น สินค้าประเภทผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอื่น ๆ ภายใต้รูปการจัดจำหน่ายสินค้าผ่าน Social Media เช่น Facebook Line TikTok รวมถึงแพลตฟอร์ม Online Marketplace เช่น Shopee Lazada TikTok Shop เป็นต้น ซึ่งสินค้าจะถูกจัดเก็บในคลังสินค้าและจัดส่งโดยบริษัท ผ่านผู้ให้บริการด้านคลังสินค้าและการขนส่งแบบครบวงจร

“นอกจากนี้ MOVE ยังให้บริการด้านการตลาดอย่างครบวงจร ภายใต้ชื่อ ‘Movefast Up-Sell’ การให้บริการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ การจัดหาผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม (Influencer) เพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้า การให้บริการสถานที่ และอุปกรณ์สำหรับการไลฟ์สดขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การวางแผนและสร้างสรรค์เนื้อหา ในรูปแบบกราฟิกและวิดีโอสำหรับการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ และยังได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทน (Agency) ของแพลตฟอร์มออนไลน์

โดยบริษัทจะขายสื่อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวให้แก่ลูกค้าโดยตรง ซึ่งตอบโจทย์ความมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำทางด้าน Social Commerce Provider เพื่อให้บริการเป็นผู้จัดจำหน่าย และให้บริการรับฝากขายสินค้า รวมถึงการให้บริการด้านการตลาดเพื่อสร้างยอดขายอย่างครบวงจร”

ด้านนางสาวจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.มูฟฟาสท์ กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจมากกว่า 8 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำทางด้าน Social Commerce Provider เพื่อให้บริการ เป็นผู้จัดจำหน่าย และให้บริการรับฝากขายสินค้า รวมถึงการให้บริการด้านการตลาดเพื่อสร้างยอดขายอย่างครบวงจร สู่พันธกิจในการเป็น One-Stop-Service Social Commerce Provider ด้านการผลักดันยอดขาย

โดยใช้ข้อมูลความสนใจส่วนบุคคลตามกลุ่มของลูกค้าและการสนทนาโดยตรงกับลูกค้า (One-on-One Conversation) มาวิเคราะห์ เพื่อคิดค้นกลยุทธ์เพื่อขยายช่องทางการขาย โฆษณา และการตลาดทุกแพลตฟอร์มให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจของแบรนด์คู่ค้า ทำให้ MOVE ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าผู้ใช้บริการโซเชียลคอมเมิร์ซ โดย MOVE สามารถขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ กว่า 900,000 รายการ ให้แก่ลูกค้ากว่า 500,000 ราย

สะท้อนถึงความสำเร็จในการปิดการขาย สอดรับกับการมีข้อมูลการขายจำนวนมากในกลุ่มผลิตภัณฑ์และกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ทำให้บริษัทสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านการขายมาต่อยอดเพื่อการพัฒนาและสร้างยอดขายการบริหารจัดการงบประมาณทางการตลาด การบริหารจัดการด้านราคา และสามารถให้คำแนะนำกับคู่ค้าเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับสินค้าและแบรนด์ร่วมกันกับบริษัทฯ

จากความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำถึงผลดำเนินงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2563-2565) มีรายได้จากการขายและให้บริการเท่ากับ 212.77 ล้านบาท 315.17 ล้านบาท และ 298.85 ล้านบาท และกำไรสุทธิเท่ากับ 45.44 ล้านบาท 30.29 ล้านบาท และ 26.82 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ช่วง 9 เดือนแรก ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 278.19 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 17.91 ล้านบาท

แสดงถึงศักยภาพการเติบโตจากการให้บริการขายสินค้า และบริการรับฝากขายสินค้าให้กับบริษัทคู่ค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้เครื่องหมายการค้า “Aelova”

“ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เชื่อมั่นว่าจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลในการขาย เทคนิคในการปิดการขาย และวิธีการในการทำการตลาดมาประยุกต์ใช้ในการขายสินค้าของกลุ่มสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จะขับเคลื่อนให้ MOVE ก้าวสู่การเป็นผู้นำ Social Commerce Provider ที่ครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้ใช้บริการโซเชียลคอมเมิร์ซได้ทุกมิติ”