Skip to content

ระดมทุน “ตราสารหนี้” เทียบชั้น “ตลาดหุ้น” มูลค่าแตะ 17 ล้านล้าน

04 เม.ย. 2567 | 14:46น.
ระดมทุน “ตราสารหนี้” เทียบชั้น “ตลาดหุ้น” มูลค่าแตะ 17 ล้านล้าน

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยสิ้นระดมทุน “ตราสารหนี้” เทียบชั้น “ตลาดหุ้น” มูลค่าแตะ 17 ล้านล้าน แต่ยังเป็นรอง “สินเชื่อแบงก์” ครองแชมป์ 18.4 ล้านล้านบาท

วันที่ 4 เมษายน 2567 ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า สิ้นไตรมาสแรกปี 2567 ตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าคงค้างอยู่ที่ระดับ 17 ล้านล้านบาท ขยับมาใกล้เคียงกับขนาดมาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นไทยแล้ว โดยขยายตัว 3% จากสิ้นปี 2566 จากการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2567 มูลค่าคงค้างตราสารหนี้ คิดเป็นสัดส่วน 95% ของ GDP และ 32.4% ของการระดมทุนในตลาดการเงินไทย

ส่วนมูลค่าคงค้างสินเชื่อธนาคาร ยังมีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ระดับ 18.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 103% ของ GDP และ 35.1% ของการระดมทุนในตลาดการเงินไทย

“3 เสาหลักของการระดมทุนที่สำคัญของตลาดการเงินไทย เมื่อรวมกันแล้วจะมีมูลค่า 52.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ 3 เท่าของ GDP ซึ่งโครงสร้างตลาดการเงินไทยนับว่าพัฒนามาค่อนข้างดีอย่างต่อเนื่อง” ดร.สมจินต์กล่าว

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า มูลค่าคงค้างตราสารหนี้ 17 ล้านล้านบาท จะเห็นว่ากว่า 51% มาจากพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล ซึ่งจะสังเกตเห็นว่านับตั้งแต่ช่วงหลังปี 2563 เป็นต้นมา (หลังโควิด-19) รัฐบาลมีการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นมาก โดยจากสิ้นปี 2562 มูลค่าคงค้างของพันธบัตรรัฐบาล อยู่ที่ประมาณ 4.97 ล้านล้านบาท แต่สิ้นไตรมาสแรกปีนี้มีมูลค่า 8.77 ล้านล้านบาท ถือว่าเติบโตขึ้น 76% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องการระดมทุนเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผลกระทบโควิด

“เราโชคดีที่รัฐบาลสามารถกู้เงินบาทได้ และสภาพคล่องในประเทศก็ยังเอื้อต่อการที่รัฐบาลจะลงทุนผ่านตลาดพันธบัตร และเป็นสกุลเงินบาท เพราะไม่อย่างนั้นตอนนี้ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าจะแตะ 37 บาทแล้ว คงจะนั่งกันไม่ติดแล้วหากไปกู้สกุลเงินดอลลาร์ เหมือนประเทศในอเมริกาใต้ ดังนั้นเราไม่มีความเสี่ยงจากความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน และที่ผ่านมาหนี้ต่างประเทศของรัฐบาลก็ถือว่าน้อยมาก

และที่สำคัญรัฐบาลมีการกระจายตัวของอายุการกู้ผ่านการออกพันธบัตรค่อนข้างดี ตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ปี (พันธบัตรระยะสั้น) ไปจนถึงอายุมากกว่า 10 ปี (พันธบัตรระยะยาว) ซึ่งเวลาจังหวะดอกเบี้ยเหมาะสม ต้นทุนการเงินไม่สูงเกินไป รัฐบาลก็สามารถจะล็อกต้นทุนอัตราดอกเบี้ยคงที่ได้ในระยะยาว” นางสาวอริยากล่าว

ในส่วนมูลค่าค้างพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย สิ้นไตรมาสแรกมีมูลค่าคงค้างเพิ่มขึ้น 127,363 ล้านบาท จากสิ้นปี 2566 ส่วนใหญ่ออกพันธบัตรระยะสั้น มีอายุเฉลี่ย 5.3 เดือน ลดลงเล็กน้อยจาก 5.6 เดือน เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจุดประสงค์การออกคือเพื่อดำเนินนโยบายทางการเงินเป็นหลัก ทำให้สิ้นไตรมาสแรกมีมูลค่าคงค้าง 2.36 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 14% ของมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากพันํธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้

นางสาวอริยากล่าวต่อว่า สำหรับมูลค่าคงค้างการออกหุ้นกู้ช่วงไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ 4.79 ล้านล้านบาท เป็นหุ้นกู้ระยะยาว 95% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ส่วนที่ต่างไปคือหุ้นกู้ระยะสั้นมีการออกใหม่น้อยลง จากระดับ 3.1 แสนล้านบาท เหลือ 2.6 แสนล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตราสารหนี้ ตลาดหุ้น