รู้จักผู้ชิงเวอร์ชวลแบงก์ WeLab ฟินเทค ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคนใน 6 เดือน
WeLab-Lightnet ม้ามืดจับมือชิงไลเซนส์ Virtual Bank ในไทย คาดแบงก์ชาติมองความพร้อมและประสบการณ์ในการขึ้นระบบ โชว์ฟอร์มรันธนาคารไร้สาขาในอินโดฯ ผู้ใช้งานทะลุล้าน ใน 6 เดือนเหนือกว่า Dropbox และ Facebook ชี้ Virtual Bank มีกำไรใน 3-5 ปี
วันที่ 4 ตุลาคม 2567 นายไซมอน หลุง ผู้ก่อตั้งและ Group CEO ของ WeLab บริษัทฟินเทคจากฮ่องกง เปิดเผยว่า WeLab เป็นหนึ่งในบริษัทฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งให้บริการ Virtual Bank และโซลูชั่นฟินเทคล้ำสมัย มีผู้ใช้งานมากกว่า 65 ล้านรายในฮ่องกง จีนและอินโดนีเซีย
แรกเริ่มนั้น WeLab เป็นผู้พัฒนาระบบธนาคารดิจิทัลให้กับธนาคารในประเทศจีนในปี 2013-2014 เสนอบริการสินเชื่อดิจิทัล รวมถึงโซลูชั่นการเงิน B2B ให้กับธนาคารยักษ์ในจีนในปี 2015 ทำให้มีการพัฒนาระบบคะแนนเครดิต ที่ประมวลผลจากข้อมูลดิจิทัลนับแต่นั้นมา โดยเทคโนโลยีการประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ การเข้ารหัสข้อมูลจากมือถือ Edge Computing ที่ช่วยปกป้องการโจรกรรมทางไซเบอร์ ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายใน ประกอบเป็นสิทธิบัตรเทคโนโลยีการเงินกว่า 50 รายการ
“นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วกว่า 500,000 ล้านบาท ใช้เวลาพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพียง 3.8 วินาที เป็นที่ยอมรับในด้านความสามารถในการประมวลผลสินเชื่ออย่างรวดเร็วและจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต”
ในปี 2020 จากวิกฤตโควิด WeLab เริ่มขยายออกมาทำธนาคารไร้สาขาเองเป็น WeLab Bank และขึ้นเป็นธนาคารไร้สาขาที่มีรายได้อันดับหนึ่งในฮ่องกงจากผู้ถือไลเซนส์ Virtaul Bank ทั้ง 8 รายได้แก่ ZA Bank, Airstar Bank, WeLab Bank, Livi Bank, Mox Bank, Ant Bank, Fusion Bank และ PAO Bank
“ในสิ้นปีนี้ WeLab Bank จะเริ่มรับรู้ถึงผลกำไรเป็นครั้งแรก ตามเป้าหมายที่เราวางไว้ว่าบริษัทจะต้องมีกำไรใน 3-5 ปี”
ในปี 2022 ได้เข้าร่วมกับพาร์ตเนอร์ในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียเพื่อชิงใบอนุญาตเปิดธนาคารไร้สาขา โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ได้ร่วมก่อตั้งธนาคาร Saqu Bank ซึ่งจัดเป็นธนาคารดิจิทัลขนาดเล็ก แต่สามารถขยายบริการจนมีผู้ใช้แพลตฟอร์มธนาคาร 1 ล้านรายใน 6 เดือน จัดว่าอยู่ในอันดับที่เหนือกว่า Dropbox ผู้ใช้ 1 ล้านรายใน 7 เดือน และ Facebook 1 ล้านรายใน 10 เดือน และเป็นรอง Spotify ที่มีผู้ใช้ 1 ล้านรายใน 5 เดือน
สถิติผู้ใช้งาน 1 ล้านราย เป็นสถิติที่บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลใช้วัดอัตราความสำเร็จในการ Scaling บริการ เพราะแพลตฟอร์มดิจิทัลยิ่งมีผู้ใช้งานมากเท่าไหร่ รายได้และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ จะเพิ่มสูงตามมา โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานทะลุ 1 ล้านรายได้รวดเร็วที่สุดคือ แพลตฟอร์ม Threads ของ Meta ผู้ใช้ 1 ล้านรายใน 1 ชม. รองลงมาคือ ChatGPT ผู้ใช้ 1 ล้านรายใน 5 วัน
ภายใต้ความร่วมมือกับ Lightnet Group บริษัทฟินเทค เปย์เมนต์เกตเวย์ไทย คาดว่าหากได้ใบอนุญาตธนาคารไร้สาขาจากแบงก์ชาติ จะสามารถขึ้นระบบเวอร์ชวลแบงก์ได้ภายใน 12 เดือน ด้วยประสบการณ์ที่รับระบบในฮ่องกงที่ขึ้นได้ใน 12 เดือน และในอินโดนีเซีย 6 เดือนเท่านั้น
ด้านนายหิรัญกฤษฎิ์ อรุณานนท์ชัย กรรมการบริหาร Lighthub Asset และผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Group CEO) Lightnet Group ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Lightnet ผู้นำด้านฟินเทคระดับโลกของไทย ว่าเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจครอบคลุมกว่า 150 พรมแดนทั่วโลก ได้นำ Lighthub Asset พร้อมด้วย Ecosystem ที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วไทย สามารถเข้าถึงลูกค้ากว่า 46 ล้านราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Unserved และ Underserved ผ่านจุดให้บริการกว่า 150,000 จุดทั่วประเทศ เข้าเป็นผู้นำกลุ่ม Consortium นี้
Lightnet ถือใบอนุญาตฟินเทคหลายใบที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารกลางหลายแห่งทั้งในเอเชียและยุโรป ธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมระบบชำระเงินทั่วโลก ผ่านเทคโนโลยี AI และ Blockchain โดยมีปริมาณธุรกรรมต่อปีสูงถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทางกลุ่ม Lightnet x WeLab นำเสนอจุดแข็ง 4 ประการ
- Financial Inclusion ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการเข้าถึงทางการเงิน
Financial Inclusion เป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ของทางกลุ่ม จากสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย ประชากรไทย 63% ยังขาดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม MSMEs ส่งผลให้เกิดช่องว่างความต้องการทางการเงินในระบบกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ทางกลุ่ม ซึ่งมีเครือข่ายกว้างขวาง สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว่า 46 ล้านรายในทุกระดับ ตั้งแต่เกษตรกร ฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการด้านอาหาร ร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น
ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ จึงมักประสบความท้าทายเมื่อต้องการขอสินเชื่อ ด้วยความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล Big Data และเทคโนโลยีขั้นสูงด้านการวิเคราะห์สินเชื่อ ทางกลุ่มจึงมีความพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายนี้ นำไปสู่การลดการพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของกลุ่มลูกค้าและระบบเศรษฐกิจไทย
ในระยะแรก ทางกลุ่มมีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่ม Unserved และ Underserved ทันที 46 ล้านราย และพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรทุกราย เพื่อขยายการเข้าถึงอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ของกลุ่ม คือ
- Access สร้างการเข้าถึงทางการเงินพื้นฐานในระบบในทันที
- Grow เสริมสร้างการเติบโตผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยเพิ่มรายได้
- Independence เสริมสร้างศักยภาพให้บุคคลสามารถบรรลุความเป็นอิสระทางการเงินอย่างยั่งยืน
- Ecosystem ที่แข็งแกร่งและครอบคลุม
จุดแข็งที่สำคัญประการที่สองของกลุ่ม คือระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและครอบคลุม สามารถเข้าถึงกลุ่ม Unserved และ Underserved ถึง 46 ล้านราย มีจุดให้บริการกว่า 150,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมในหลากหลายภาคส่วน เช่น เกษตรกร อินฟลูเอนเซอร์ ฟรีแลนซ์ ร้านค้าออนไลน์ การขนส่ง และร้านโชห่วย
- Proven Track Record ความสำเร็จในการบริหาร Virtual Bank และฟินเทคทั่วโลก
ทางกลุ่มได้รับใบอนุญาตให้บริการทางการเงินรวมกันกว่า 20 ใบจากธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารกลางอื่น ๆ ในเอเชียและยุโรป แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารธุรกิจทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลที่รัดกุมในหลายประเทศทั่วโลก ทางกลุ่มมีความพร้อมทางเทคโนโลยีในทุกผลิตภัณฑ์ทางการเงินดิจิทัล เช่น เงินฝาก การชำระเงิน สินเชื่อ และการบริหารจัดการความมั่งคั่ง รวมทั้งมีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น AI, Edge Computing และ Big Data ทางกลุ่มมีความพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและนำไปสู่การมีเสถียรภาพและอิสรภาพทางการเงิน
- ผู้เล่นรายใหม่พร้อมแนวทางใหม่
หากได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทางกลุ่มพร้อมนำแนวทางและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาเพื่อพลิกโฉมธนาคารไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
WeLab เป็นผู้บุกเบิกในด้านการนำ Multidimensional Data มาเพื่อยกระดับการประเมินสินเชื่อตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 WeLab จึงมีผลการดำเนินการด้านสินเชื่อดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ เช่น NPL เฉลี่ยในฮ่องกงอยู่ที่ระดับ 2.89% (ณ เดือนกรกฎาคม 2567) ในขนาดที่ WeLab ทำได้ที่ 0.5% หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึง 6 เท่า
นอกจากนี้ ทางกลุ่มพร้อมนำเทคโนโลยีล้ำหน้ามาใช้ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี สำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นต้น