เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ธปท. ยันไม่ได้ค้านตั้ง ‘กองทุนความมั่งคั่ง’ แต่ต้องศึกษาให้ดี-โปร่งใส

30 ก.ย. 2568 | 15:57น.
ชญาวดี ชัยอนันต์

ชญาวดี ชัยอนันต์

ธปท. เผยไม่ได้ค้านตั้งกองทุนความมั่งคั่ง หรือ “Sovereign Wealth Fund” แต่ต้องศึกษาให้รอบคอบ-ระมัดระวัง-มีธรรมาภิบาล เหตุทุนสำรองของไทย มีส่วนของ “ภาระผูกพัน” ของต่างชาติเยอะ หากบริหารไม่ดี กระทบเครดิตประเทศได้

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สำหรับกรณีมีการเสนอว่า ธปท.มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงทุนกว่า 9 ล้านล้านบาท ซึ่งควรนำเงินดังกล่าวมาตั้งกองทุนความมั่งคั่ง หรือ “Sovereign Wealth Fund” นั้น เป็นเรื่องที่คุยกันมาเนิ่นนานแล้ว ซึ่งวิธีการมองทุนสำรองระหว่างประเทศจะมีความแตกต่างกัน และมีที่มาและที่ไปแตกต่างกัน

ซึ่งไทยเป็นประเทศเล็กและเปิด ไม่มีทรัพยากร โดยโครงสร้างทุนสำรองระหว่างประเทศมี 2 ส่วน ได้แก่ 1.ทุนสำรองที่มาจากการทำมาหาได้ ซึ่งมาจากค้าขายสินค้า-บริการ และ 2.ทุนสำรองที่มีภาระผูกพัน หรือ Borrowal Reserve เป็นเงินต่างประเทศที่เข้ามาลงทุน ทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และลงทุนในตลาดหุ้นและบอนด์ โดยเป็นตัวเลขที่มีไม่น้อย และหากกรณีต่างชาติต้องการเงินกลับประเทศ ไทยจะต้องมีเงินให้ต่างชาติ ซึ่งหากไม่มีเงินจะมีความเสี่ยงทางด้านเครดิตของประเทศ และจะทำให้ภาพเครดิตของประเทศไม่ดี

ขณะเดียวกันจะเห็นว่าต่างประเทศ หรือบริษัท จัดอันดับเครดิต (Rating Agency) ที่มีการปรับลดมุมมองเศรษฐกิจไทย จะพบว่ามีสาเหตุหลักที่ยังเป็นปัจจัยหนุน คือ ทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง และยังสามารถรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ดี สะท้อนพื้นฐานแข็งแกร่งของประเทศที่มีความยืดหยุ่น (Resilience) และเป็นกันชน (Cushion) ความเสี่ยงจากต่างประเทศ

“เราเป็นประเทศที่มี Borrowal Reserve เยอะ ไม่ได้มองว่าการตั้งกองทุนมั่งคั่งเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ใช่ว่าจะดื้อ แต่หากทำต้องดูขนาดของไซซ์เม็ดเงิน ความพอเหมาะพอสม และในแง่ธรรมาภิบาล จะต้องทำอย่างระมัดระวัง และมีการบริหารจัดการให้ดี โปร่งใส เพราะเป็นเงินของประเทศ

เพราะหากเทียบประเทศที่มีกองทุนมั่งคั่ง เช่น จะเป็นประเทศที่มีรายได้มั่นคง อาทิ ประเทศที่มีน้ำมัน หรือ สิงคโปร์ที่มีรายได้จากการบริการในเรื่องของ Financial Service แม้ไม่มีทรัพยากร ดังนั้น จึงต้องมีการศึกษาหลาย ๆ ประเทศ”