SETCarbon แพลตฟอร์มข้อมูลคาร์บอนภาคธุรกิจ ช่วยบริษัทไทยเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว
ศรพล ตุลยะเสถียร
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย SETCarbon แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการรายงานข้อมูลคาร์บอนได้รับการรับรองจาก อบก. ช่วยบริษัทจดทะเบียน-บริษัทนอกตลาดเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าใน 5 ปีข้างหน้าจะมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500 แห่ง ขณะที่กลุ่มลูกค้าสินเชื่อเข้าร่วมกว่า 300 ราย ก่อนขยายสู่ซัพพลายเชนของบริษัทจดทะเบียน
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของตลาดทุนไทย หลังจากแพลตฟอร์มดิจิทัล SETCarbon ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดการข้อมูลคาร์บอนของภาคธุรกิจ
ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในประเภท “แพลตฟอร์มการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” การรับรองนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของระบบเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดทุนไทยพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจในการก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
SETCarbon เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ช่วยรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคธุรกิจอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน ผ่านการเชื่อมต่อกับระบบ e-One Report ของตลาดหลักทรัพย์ จุดเด่นสำคัญคือ เทมเพลทข้อมูลกิจกรรมก๊าซเรือนกระจกรายอุตสาหกรรมที่ง่ายต่อการกรอกและจัดเก็บข้อมูล รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
การรับรองนี้เป็นการยืนยันมาตรฐานระดับประเทศของ SETCarbon ทั้งในด้านความถูกต้องของการคำนวณและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น Carbon Footprint for Organization (CFO), GHG Protocol และ ISSB (IFRS S2) ทำให้ข้อมูลคาร์บอนของภาคธุรกิจไทยสามารถใช้อ้างอิงทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ
SETCarbon ยังมาพร้อมคุณสมบัติเด่นที่ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล ทั้งในด้านการคำนวณ การจัดเก็บ การวิเคราะห์ และการรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกแบบครบวงจร (end-to-end) นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “ฐานข้อมูลคาร์บอนกลาง” (Anchor Dataset) ของประเทศ ซึ่งช่วยสร้างมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน
การรับรองนี้มีอายุ 3 ปี โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นหนึ่งใน 7 องค์กรในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานประเภทนี้ การยืนยันความถูกต้องดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจไทยในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (2050)
นายศุภกร เอกชัยไพบูลย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการด้านความยั่งยืน กล่าวว่า สำหรับการใช้งาน SETCarbon ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับบริษัท โดยไม่บังคับให้บริษัทที่มีระบบ ERP ของตนเองต้องใช้ แต่อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบในอนาคตที่เข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะผลักดันให้บริษัทจำนวนมากเข้ามาใช้ระบบเพิ่มขึ้น ในช่วง 10 เดือนแรก มีบริษัทจดทะเบียน 299 แห่งเข้าร่วมใช้ระบบ ซึ่งในปี 2568 คาดว่าจะเพิ่มสูงกว่าในปี 2567 ที่มีบริษัทจดทะเบียนรายงานและทวนสอบข้อมูล GHG จำนวน 332 แห่ง และตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้าใน 5 ปีข้างหน้าจะมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500 แห่ง
สำหรับบริษัทนอกตลาด SETCarbon จะเน้นกลุ่มลูกค้าสินเชื่อ โดยตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 300 รายในช่วง 3-5 ปี และหลังจากนั้นจะขยายไปยังกลุ่มซัพพลายเชนของบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกัน ฟีเจอร์พื้นฐานของระบบเพื่อสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลตามกฎระเบียบไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ฟีเจอร์เสริมมูลค่าสูง เช่น การใช้ AI หรือเทคโนโลยีขั้นสูง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอนาคต
ระบบ SETCarbon มีฟังก์ชันกึ่งอัตโนมัติสำหรับการกรอกข้อมูล โดยผู้ใช้กรอกกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ประเภทรถยนต์หรือประเภทน้ำมันที่ใช้ ระบบจะจับคู่กับค่า Emission Factor อัตโนมัติ ครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างละเอียด รวมถึงพลังงาน การเดินทาง และการจัดการขยะ โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มรายการกิจกรรมและกำหนด Emission Factor เองได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล ข้อมูลทั้งหมดต้องผ่านการตรวจสอบจาก Third-party Verifier ซึ่งปัจจุบัน SETCarbon มีผู้ตรวจสอบ 16-17 ราย ครอบคลุมเกือบทั้งหมดที่ได้รับการรับรองในประเทศไทย
ด้านสินเชื่อสีเขียว SETCarbon เป็นแพลตฟอร์มที่ธนาคารพันธมิตร เช่น EXIM Bank และ TTB ให้การยอมรับ ทำให้บริษัทที่ใช้ระบบสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าและกระบวนการขอสินเชื่อที่รวดเร็ว เนื่องจากธนาคารสามารถเข้าถึงข้อมูล Carbon Accounting Statement โดยตรงจากระบบ
นอกจากนี้ SETCarbon มีแผนเชื่อมต่อ API กับระบบอื่น ๆ เพื่อรองรับมาตรฐานในประเทศและมาตรฐานต่างประเทศในอนาคต รวมถึงพัฒนาฟังก์ชันการคำนวณการลดคาร์บอน และรองรับการรายงานความหลากหลายทางชีวภาพ
การเปิดให้บริการ SETCarbon แก่บริษัทจดทะเบียนและธนาคารพันธมิตรถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศข้อมูลคาร์บอนที่เชื่อถือได้สำหรับภาคธุรกิจไทย พร้อมสนับสนุนการตัดสินใจด้านสินเชื่อสีเขียว และขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต