JCB ตั้งเป้ายอดรูดปรื๊ดปี’69 โต 10% เล็งเพิ่มพอร์ตกลุ่มพรีเมี่ยมเป็น 30%
JCB
บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ JCB ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรปี’69 เติบโต 10% ลุยใช้จ่ายในประเทศ-ญี่ปุ่น เล็งเจาะกลุ่มพรีเมี่ยมดันสัดส่วนเป็น 30% ภายใน 3 ปี เหตุได้รับผลกระทบเศรษฐกิจน้อย-ยอดใช้จ่ายสูงกว่ากลุ่มทั่วไป 1.5 เท่า พร้อมอัดแคมเปญปลายปี
นายยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2569 มองว่าภาพเศรษฐกิจคงไม่ได้ฟื้นตัวภายในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต (Spending) ทั้งระบบในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เติบโตมากนัก แต่ในส่วนของบัตรเครดิต JCB ยังสามารถขยายตัวได้

ทั้งนี้ในปี 2569 ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 10% โดยมุ่งเน้นยอดใช้จ่ายภายในประเทศไทย เช่น การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเดินทางจ่ายค่าทางด่วน และร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการส่งเสริมการใช้จ่ายในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และในกลุ่มประเทศเอเชียอื่น ๆ เป็นต้น ตลอดจนการร่วมมือกับพันธมิตรและผู้เล่นในส่วนของสถาบันการเงิน กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) และการใช้ QR Code ในการต่อยอดธุรกิจ เนื่องจากไทยมีอัตราการเติบโตของธุรกรรมเหล่านี้ค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ดี ภายใน 3 ปี บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผูัถือบัตรกลุ่มพรีเมี่ยม หรือ JCB Ultimate เป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 15-20% ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มนี้มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตค่อนข้างดี และได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าบัตรเครดิตทั่วไป 1.5 เท่า โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 บัตรกลุ่มพรีเมี่ยมมียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 26% และมีผู้ถือบัตรใหม่เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีก่อน
ขณะเดียวกันตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในต่างประเทศ (Cross Border Payment) โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคนไทยมีสัดส่วนการใช้จ่ายเป็นอันดับ 1 คาดว่าภายใน 3 ปี ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร JCB ในญี่ปุ่นจะเติบโตเป็น 2 หลัก หรือมากกว่า 10% จากปัจจุบันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5% ต่อบัตร และผู้ถือบัตรเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งหมวดใช้จ่ายส่วนใหญ่จะอยู่ในค้าปลีกที่มีการเติบโต 35% แฟชั่น 24% ห้างสรรพสินค้า 6% และร้านอาหาร 32% ซึ่งกลยุทธ์ในระยะข้างหน้าจะเน้นการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าคนไทยในการท่องเที่ยวเมืองรองของญี่ปุ่นมากขึ้น
“ตอนนี้เรามีฐานลูกค้าผู้ถือบัตร JCB ในประเทศไทยราว 2 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์ 6-7% ของฐานผู้ถือบัตรทั้งหมดในไทยที่มีอยู่กว่า 26 ล้านใบ โดยเราคาดหวังว่าภายใน 3 ปี เราจะเพิ่มกลุ่มเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมเป็น 30% เพราะเป็นกลุ่มที่ยังเติบโตอยู่ ซึ่งกลุ่มนี้มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 5-7 หมื่นบาท และคงเดินหน้าเพิ่มจำนวนบัตรใหม่ต่อเนื่อง แต่การเติบโตอาจจะไม่ได้เพิ่มแบบก้าวกระโดดด้วยภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ไม่ได้ดีมาก”
นางสาวพลอยภาวัน เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารการตลาดบริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า JCB เดินหน้าธุรกิจด้วยกรอบกลยุทธ์หลัก “RISE” ซึ่งประกอบด้วย
- R – Redefined Targeting : ขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยม โดยยังคงรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าทุกกลุ่ม
- I – Impactiul Branding : สร้างแบรนด์ด้วยคุณค่า เพื่อเพิ่มการรับรู้และความเชื่อมั่นในแบรนด์ JCB
- S – Superior Privileges : มอบสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้ถือบัตร
- E – Ecosystem Collaboration : สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มในการใช้
นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดตัวแบรนด์คอนเซ็ปต์ใหม่ “JCB SAY HAI” พลังแห่งการให้ในทุกความสัมพันธ์ภายใต้กลยุทธ์ที่ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง “พลังแห่งการให้” (The Power of Giving) ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของแบรนด์ โดยแนวคิดนี้สื่อถึง “การให้” ในสามมิติของภาษา ได้แก่
* ให้ (ภาษาไทย : Giving) : มอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่จับต้องได้
* Hi (ภาษาอังกฤษ : Greeting & Connection) : สื่อถึงความเป็นมิตรและการเข้าถึงง่ายของแบรนด์
• はい (ภาษาญี่ปุ่น : Yes/Acceptance) : ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความใส่ใจและการบริการด้วยใจแบบญี่ปุ่น
“ด้วยจุดยืนดังกล่าว แบรนด์คอนเซ็ปต์ใหม่จึงสะท้อนตัวตนและจิตวิญญาณของเรา JCB คือแบรนด์ที่พร้อม ‘SAY HA’ กับลูกค้าเสมอ พร้อมมอบโปรโมชั่น เอกสิทธิ์ และประสบการณ์พิเศษในทุกการเดินทาง”
ล่าสุดนี้ JCB ได้เปิดตัวแคมเปญ “JCB ลุ้นเปย์ไป JAPAN Season 2” ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568-26 กุมภาพันธ์ 2569 เชิญชวนผู้ถือบัตร JCB เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 500 บาท/เซลส์สลิป ลงทะเบียนรับ 1 สิทธิ ลุ้นทริป ญี่ปุ่น มูลค่ารางวัลละ 200,000 บาท หรือ Voucher มูลค่ารางวัลละ 5,000 บาท รวม 165 รางวัล มูลค่ารวม 3.75 ล้านบาท
“เราอยากขอบคุณผู้ถือบัตรทุกคนของเราผ่านแคมเปญนี้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลุ้นไปสัมผัสกับเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นบ้านของ JCB”