เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ธปท.เผยเศรษฐกิจ พ.ย. 68 ดีขึ้น อานิสงส์ ‘ท่องเที่ยว-ส่งออก’ จับตาภาคผลิตหดตัว

30 ธ.ค. 2568 | 16:02น.
ชญาวดี ชัยอนันต์

ธปท. เผยเศรษฐกิจเดือน พ.ย. 68 ปรับดีขึ้นจากอุปสงค์ต่างประเทศ “ท่องเที่ยว-ส่งออก” พร้อมติดตาม “ภาคการผลิต” หดตัว 3.7% จากปัจจัยชั่วคราว “โรงกลั่นปิดซ่อม-โรงงานน้ำท่วมลดกำลังการผลิต” ชี้ตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ และปี’69 ใส่ปัจจัยผลกระทบแล้ว คาดโดยรวมยังอยู่ในประมาณการล่าสุด และจะประมาณการอีกครั้งเดือน ก.พ. 69 ระบุค่าเงินบาทแข็งค่าเทียบคู่ค้าคู่แข่ง เหตุมีปัจจัยเฉพาะ คาดออกมาตรการช่วยบรรเทาและปิดปีตัวเลขดีขึ้น

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน 2568 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาจากอุปสงค์ต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งจากรายรับภาคการท่องเที่ยว และการส่งออก ขณะที่อุปสงค์ภาคในประเทศปรับลดลง

อย่างไรก็ดี เครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน ภาพรวมการขยายตัวเศรษฐกิจในปี 2568 และแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าตัวเลขยังเป็นไปตามคาดการณ์ ซึ่งมีตัวที่ดีกว่าคาดและต่ำกว่าคาด โดยภาคการบริการดีกว่าคาดการณ์จากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ แต่ภาคการผลิตยังต่ำกว่าคาด ซึ่งจะต้องรอดูข้อมูลในเดือนธันวาคมนี้ และประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีทั้งปัจจัย Up Side และ Down Side ซึ่ง ธปท.ได้ใส่ไว้ (Price In) ในประมาณการครั้งล่าสุดแล้ว

“เศรษฐกิจเดือน พ.ย. ขยายตัวดีขึ้นจากอุปสงค์ต่างประเทศ ส่วนอุปสงค์ในประเทศลดลง ในระยะต่อไปมองว่าจะมีแรงส่งจากภาคบริการตามแรงส่งของภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชนมาจากปัจจัยบวกของมาตรการภาครัฐ”

ทั้งนี้ หากดูข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพฤศจิกายน 2568 ตัวเลขภาคการส่งออกขยายตัว 2.0% จากหลายหมวด เช่น การส่งออกเครื่องประดับไปอินเดีย สินค้าอเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐ คอมพิวเตอร์ไปจีน เป็นต้น

อย่างไรก็ดี หมวดที่ปรับลดลง จะเป็นเกษตรแปรรูป น้ำมันปาล์มไปอินเดีย และยานยนต์-รถกระบะไปเม็กซิโก และอาเซียนปรับลดลง ขณะเดียวกันผลจากนโยบายการเก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ในสินค้าที่โดนเรียกเก็บภาษียังเห็นผลไม่มากนัก แต่ยังคงต้องติดตามสินค้าเกษตรแปรรูปในเดือนธันวาคม

ส่วนภาคการผลิตปรับลดลง 3.7% มาจากอุปสงค์ลดลง และปัจจัยชั่วคราว โดยโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุง และจะกลับมาเปิดในเดือนธันวาคมนี้ การลดกำลังการผลิตในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตรถยนต์นั่งที่ชะลอลง และการปิดโรงงานจากน้ำท่วมภาคใต้ ขณะที่การบริการปรับเพิ่มขึ้น 0.5% มาจากภาคท่องเที่ยวและการค้า โรงแรม-ภัตตาคารปรับดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการภาครัฐ ทั้งมาตรการเที่ยวดีมีคืน และคนละครึ่งพลัส

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว จะเห็นว่ารายรับนักท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้น 5.3% จากเดือนก่อน เป็นผลมาจากการใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) ปรับเพิ่มขึ้นชดเชยนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Shot Haul) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 2.9 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจากนักท่องเที่ยวจีน เกาหลี และมาเลเซียที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้กท่วมภาคใต้ ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี-21 ธันวาคม 2568 รวมอยู่ที่ 31.8 ล้านคน

Advertisement

สำหรับการบริโภคภาคเอกชน ปรับลดลง -0.3% ส่วนหนึ่งมาจากยอดใช้นำมันปรับลดลง แต่อุปสงค์ในประเทศได้ผลดีจากมาตรการคนละครึ่งพลัส ส่วนการบริโภคสินค้ากึ่งคงทนทรงตัว ทั้งนี้ หากดูความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากมาตรการภาครัฐ แต่ยังถูกกดดันจากภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง น้ำท่วม และความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น 3.3% มาจากเครื่องจักรอุปกรณ์ และเครื่องมือ การนำเข้าสินค้าทุนปรับลดลง และหมวดรถยนต์ปรับลดลงตามยอดการจดทะเบียน และกลุ่มการผลิตยังปรับเพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากรายจ่ายการลงทุน ที่มีการเบิกจ่ายโครงการกรมทางหลวง และชลประทาน และรัฐวิสาหกิจมีการเบิกจ่ายขนส่งทางราง ส่วนรายจ่ายประจำทรงตัว

ด้านตลาดแรงงานทรงตัว โดยตัวเลขผู้ประกันมาตรา 33 (ม.33) ภาคบริการปรับเพิ่มขึ้น ภาคการผลิตทรงตัว แต่พบว่ามีบางกลุ่มได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าจากจีน (Import Flooding) ส่วนตัวเลขผู้ว่างงาน ทั้งยอดสะสมและรายใหม่ปรับลดลง โดยภาพรวมตลาดแรงงานดีขึ้น แต่ยังคงต้องตามกลุ่มที่ยังได้รับผลกระทบอยู่

“ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป คือ การฟื้นตัวของภาคผลิตอุตสาหกรรม ค่าเงินบาทแข็งค่า การฟื้นตัวของธุรกิจหลังเหตุการณ์น้ำท่วม ผลจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา และผลจากภาษีนำเข้าสหรัฐ”

อัตราเงินเฟ้อทั่วไป -0.49% ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ -0.76% มาจากอุปทานอาหารสดที่ปรับราคาขึ้นจากน้ำท่วม และอัตราเงินพื้นฐาน 0.66% ใกล้เคียงเดือนก่อนที่ 0.61% ผลมาจาก Nonfood ราคาตั๋วเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้นและโปรโมชั่นลดลง และฐานที่สูง

ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลง ทั้งจากดุลการค้าและดุลบรการ ซึ่งมาจากการนำเข้าทองคำ และดุลโอนเงินลดลง โดยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 0.6 พันล้านดอลลาร์ จากเดือนก่อนอยู่ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-25 ธันวาคม 2568 เงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้น ซึ่งมาจากนโยบายการผ่อนคลายของสหรัฐ มาจากตัวเลขเศรษฐกิจและการว่างงานที่ออกมาค่อนข้างแย่ ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า ประกอบกับประเทศไทยมีปัจจัยเฉพาะเรื่องเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ระยะยาว และราคาทองคำปรับขึ้น รายรับนักท่องเที่ยวปรับดีขึ้น ส่งผลให้ดัชนีค่าเงินเมื่อเทียบกับคู่ค้าและคู่แข่ง (NEER) ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 แข็งค่าขึ้น

“เงินบาทแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมายอมรับว่าแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ โดยเราดูผลกระทบทางเศรษฐกิจ และพยามมีมาตรการออกมาช่วยเหลือ และแก้ไข ซึ่งวันนี้อาจจะบรรเทาได้บ้าง แต่คาดว่าปิดปีตัวเลขน่าจะสวยขึ้น”