เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
SCG โชว์กำไรไตรมาส2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
Real Estate SCG โชว์กำไรไตรมาส2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
News 20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
Politics คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Finance ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Biz Movement Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
Tech Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
Uncategorized CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
ดูทั้งหมด

บลจ.ทิสโก้ ตั้งเป้า AUM ปี’69 โต 6-8% ชู AI–Healthcare–Defensive เป็นธีมหลักการลงทุน

02 ก.พ. 2569 | 16:23น.
บลจ.ทิสโก้

บลจ.ทิสโก้ ประเมินเศรษฐกิจและตลาดการเงินยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายโลก แต่โอกาสลงทุนยังเปิดกว้างจากดอกเบี้ยขาลงและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เติบโต ตั้งเป้าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารแตะ 4.7 แสนล้านบาท แนะนักลงทุน “บาลานซ์พอร์ต” กระจายความเสี่ยง เน้น AI Healthcare หุ้นปันผล และทองคำ รับมือความไม่แน่นอนในปี 2569

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บลจ. ทิสโก้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งธุรกิจกองทุนรวมและธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จนทำให้มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) รวม 448,087 ล้านบาท เติบโตเกือบ 10.15% จากปีก่อน ถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นสวนทางกับความผันผวนของตลาด ซึ่งการเติบโตดังกล่าวมาจากการบริหารผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ดี ทำให้ได้รับโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ขนาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา และยังได้รับแรงหนุนจากสมาชิกที่มีความเข้าใจด้านการลงทุนมากขึ้น ทำให้ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น และช่วยผลักดัน AUM รวมให้เติบโตตามไปด้วย

นอกจากนี้ ธุรกิจกองทุนรวม (Mutual Fund) ยังเติบโตอย่างโดดเด่นจากตัวแทนผู้สนับสนุนการขายเลือกกองทุนรวมของ บลจ. ทิสโก้เป็นกองทุนแนะนำ ประกอบกับ ในปี 2568 บลจ. ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนใหม่จำนวน 9 กองทุน (ไม่นับรวมกองทุนทริกเกอร์) ทำให้ AUM ของธุรกิจ Mutual Fund  ปี 2568 โต 17.98% มาอยู่ที่ 68,412 ล้านบาท เติบโตกว่าอุตสาหกรรมเกือบ 2 เท่า

เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตประมาณ 9% YoY จะเห็นว่าการเติบโตส่วนใหญ่มาจากกองทุนตราสารหนี้ จากปัจจัยดอกเบี้ยขาลงและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในระดับต่ำราว 1% ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากเงินฝากเข้าสู่กองทุนตราสารหนี้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กองทุนหุ้นโดยรวมของอุตสาหกรรมแทบไม่เติบโต โดยเฉพาะกองทุนหุ้นไทยที่ได้รับแรงกดดันจากการไหลออกของเงินลงทุนในกองทุน LTF กว่าแสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี เงินไหลออกจากกองทุนหุ้นไทยดังกล่าว ถูกชดเชยด้วยเงินลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศ สะท้อนพฤติกรรมนักลงทุนที่เริ่มกระจายการลงทุนออกนอกประเทศมากขึ้น หลังตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กองทุนหุ้นต่างประเทศในภาพรวมอุตสาหกรรมยังสามารถเติบโตได้

ขณะเดียวกัน กองทุนผสมยังเป็นอีกกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ โดยตอบโจทย์นักลงทุนที่ยังไม่มั่นใจทิศทางตลาดหรือไม่แน่ใจว่าจะลงทุนในประเทศใด ซึ่งกองทุนผสมของบลจ.ทิสโก้ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เรือธง (Flagship) ที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กองทุนทองคำของบริษัทยังเติบโตไปในทิศทางเดียวกับตลาด จากทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำและกระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่อง

“เมื่อมองภาพรวมจะเห็นชัดว่า ธุรกิจกองทุนรวมของทิสโก้เติบโตในทุก category โดยเฉพาะกองทุนหุ้นและกองทุนผสม ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากภาพรวมอุตสาหกรรม และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ AUM กองทุนรวมของเราขยายตัวได้มากกว่าอุตสาหกรรมถึงสองเท่าในปีที่ผ่านมา” นายสาห์รัชกล่าว

นายสาห์รัชระบุว่า สำหรับกระแสเงินลงทุนในปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจคือเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุนจีน กองทุนหุ้นไทย และกองทุนทองคำ ซึ่งสวนทางกับทัศนคติของนักลงทุนในช่วงก่อนหน้า โดยกองทุนที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นในปี 2568 อันดับต้นๆ ได้แก่ กองทุนทองคำที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 57.3% กองทุนธีมโลกและลาตินอเมริกา รวมถึงกองทุนพลังงานใหม่ ชีววิทยาศาสตร์ และจีน ขณะที่ในกลุ่ม 10 กองทุนผลตอบแทนสูงสุด ไม่มีกองทุนหุ้นสหรัฐ สะท้อนการกระจายเงินลงทุนออกจากตลาดสหรัฐมากขึ้น

ในส่วนของตลาดหุ้นไทย แม้ว่าในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับปรับลดลง สวนทางกับตลาดหุ้นโลก แต่บลจ.ทิสโก้ยังสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย เห็นได้จากผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD-A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องซึ่งอยู่ในดัชนี SET HD 30 Total Return Index โดยใช้นโยบายการลงทุนแบบเชิงรุก ข้อมูลจาก บลจ. ทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุน TISCOHD-A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปีและตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 0.75% 18.90% 14.89% ต่อปี 6.08% ต่อปี 8.73% ต่อปี 8.04% ต่อปี และ 6.57% ต่อปี สร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า SETHD TRI 3.6% และดีกว่า SET Index ถึง 20.9%

สำหรับในปี 2569 บลจ. ทิสโก้ยังคงมุ่งเน้นการเติบโต โดยธุรกิจกองทุนรวมจะขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางตัวแทนผู้สนับสนุนการขาย และช่องทางออนไลน์ ผ่านการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการออกผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ ๆ รวมถึงการนำเสนอกองทุน ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ กองทุนที่ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยต่ำ และกองทุนที่เน้นลงทุนในธีมเด่นในกระแสโลก เช่น กองทุนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI Revolution) กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโลก (Global Defense Tech) และกองทุนที่สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน (Resilience)

นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศมีความผันผวน หรือปรับตัวลดลง ผ่านการออกกองทุนทริกเกอร์ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ รวมถึงกองทุนทริกเกอร์ในรูปแบบธีมฟันด์ โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นกลุ่มกองทุนที่ช่วยจับจังหวะสร้างผลตอบแทนระยะสั้นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี

“ปี 2569 บลจ.ทิสโก้ตั้งเป้า AUM เติบโต 6-8% หรือมี AUM อยู่ที่ 4.7 แสนล้านบาท และจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการในทุกธุรกิจ เช่น พัฒนาแอปพลิเคชัน TISCO My Funds ให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของ บลจ. ทิสโก้ สามารถเช็คยอดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเติมผ่านการลงทุนในกองทุนรวมได้ในแอปพลิเคชันเดียว พร้อมกับให้ความรู้ด้านการลงทุนและการเงินแก่ลูกค้ากองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งในระยะยาว บลจ. ทิสโก้มุ่งหวังเป็น Life-time Professional Investment Partner ให้ลูกค้าสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน เกษียณอย่างไร้กังวล และมีความรู้การเงินที่รอบด้าน” นายสาห์รัชกล่าว

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา บลจ.ทิสโก้เปิดตัวกองทุนใหม่หลายประเภท รวม 5 กลุ่มหลัก จำนวน 9 กองทุน โดยกองทุนใหม่ทั้งหมดมี AUM รวม 6,759 ล้านบาท นอกจากนี้ บลจ.ทิสโก้ยังออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ 4 กองทุนในปีที่ผ่านมา และสามารถบริหารได้ถึงเป้าหมายทั้งหมด โดยถึงเป้าหมายในระยะเวลาได้ 3 กองทุน ถึงเป้าหมายเร็วที่สุดคือภายใน 25 วัน ซึ่งก็คือกองทุน TGOLD5M1 ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี บลจ.ทิสโก้ได้ออกทริกเกอร์ฟันด์สะสมรวม 156 กอง โดยกว่า 80% สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด (ถึงเป้าหมายในระยะเวลา 92 กองทุน และถึงเป้าหมายนอกระยะเวลาลงทุน 34 กองทุน)

นางแขขวัญ โรจน์วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณอย่างรอบด้านแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ส่งผลให้ธุรกิจ PVD ของบลจ.ทิสโก้สร้างสถิติใหม่ มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) มากกว่า 328,000 ล้านบาท เติบโต 14.22% จากสิ้นปีก่อน สูงกว่าอุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เติบโต 5.82%

ปัจจุบัน บลจ.ทิสโก้มีนายจ้างในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่า 5,900 บริษัท และมีสมาชิกมากกว่า 628,000 ราย ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมกองทุน PVD ทั้งในด้านมูลค่า AUM จำนวนบริษัทนายจ้าง และจำนวนสมาชิก

สำหรับปี 2569 บลจ.ทิสโก้ยังคงเดินหน้ายกระดับการให้บริการด้านการวางแผนการเงินอย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นการทำงานจนถึงเป้าหมายเกษียณ ภายใต้แนวคิด “Smart Retirement สุขทุกวันยันเกษียณ” โดยเตรียมนำเสนอสิทธิประโยชน์และโซลูชันการวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล พร้อมพัฒนาระบบวางแผนการเงินรายบุคคล ที่ช่วยประเมินว่าเงิน PVD ที่สมาชิกมีอยู่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณตามเป้าหมายหรือไม่ และให้คำแนะนำในการเพิ่มการออม ปรับแผนการลงทุน หรือเพิ่มความคุ้มครองความเสี่ยงให้เหมาะสม

นางแขขวัญกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.ทิสโก้ยังคงจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการเงินอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานสัมมนา “ชีวิตดี๊ดี แฮปปี้ 55+” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมาชิกกลุ่มใกล้เกษียณในทุกมิติ รวมถึงโครงการ “Smart HR FINCoach” ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินให้แก่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและตัวแทนนายจ้าง เพื่อนำไปถ่ายทอดให้พนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมอบรางวัล “TISCO PVD Best Employer Awards” แก่นายจ้างที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมการออมเพื่อเกษียณและความมั่นคงทางการเงินของพนักงาน

นอกจากนี้ บลจ.ทิสโก้และกลุ่มทิสโก้เตรียมเปิดตัวกิจกรรมใหม่ “Healthcare Fair on Tour” โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำ เดินสายให้ความรู้ด้านสุขภาพและแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพภายในองค์กรต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิก เพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสะดวก ควบคู่กับการวางแผนการเงินเพื่อรับมือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ตอกย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพควบคู่การออมเพื่อเกษียณในยุคสังคมอายุยืน

นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในปี 2569 ยังมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกที่อยู่ในทิศทางผ่อนคลาย กำไรของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ต่อเนื่อง และสหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากมาตรการภาษีการค้า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงมูลค่าหุ้นในหลายตลาดที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง

นายสุพงศ์วรระบุว่า สำหรับประเทศไทยยังมีปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในช่วงขาลง มูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีต และอัตราการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามา คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ในมุมมองการลงทุนปี 2569 บลจ.ทิสโก้ชี้ว่า มี 3 ธีมการลงทุนหลักที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน ได้แก่ ธีม AI และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเริ่มมีการนำไปใช้งานจริงในองค์กรทุกขนาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ธีมเฮลธ์แคร์และเวลเนส ที่ได้แรงหนุนจากสังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมใส่ใจสุขภาพ ทำให้ความต้องการด้านการแพทย์และผลิตภัณฑ์สุขภาพเติบโตต่อเนื่อง และธีมสินทรัพย์เชิงป้องกัน หรือ Defensive เช่น ทองคำ และหุ้นปันผลสูง ซึ่งช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงที่เศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มีความไม่แน่นอน

ด้านกลยุทธ์การลงทุน นายสุพงศ์วรกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการ “บาลานซ์พอร์ต” นักลงทุนไม่ควรกระจุกการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีหรือหุ้นสหรัฐเพียงด้านเดียว โดยธีมที่ยังโดดเด่น ได้แก่ AI Revolution ที่กำลังขยายจากโลกดิจิทัลสู่โลกจริง อาทิ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงกลุ่ม Health & Wellness และ Healthcare ที่ได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยีและโครงสร้างประชากรสูงวัย

ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรมีสินทรัพย์เชิงป้องกัน เช่น หุ้นปันผลสูง หุ้นคุณภาพที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และทองคำ เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต โดยไม่ควรถือสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป

สำหรับสัดส่วนการลงทุน ควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ 50% โดยแบ่งเป็นหุ้นคุณภาพในธีม AI, Healthcare และหุ้นปันผล ราว 40% และทองคำประมาณ 10% ส่วนอีก 40% ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง และกันเงินสดหรือสินทรัพย์สภาพคล่องไว้ราว 10% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและใช้เป็นโอกาสลงทุนเมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลง

ในปี 2569 บลจ.ทิสโก้คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปิดปีที่ระดับ 1,350 จุด คิดเป็นระดับ P/E ประมาณ 16 เท่า และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 86.7 บาท แม้มูลค่าหุ้นจะไม่สูง แต่ Upside ของตลาดยังมีจำกัด จึงแนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

“ปีนี้ยังเป็นปีที่ลงทุนได้ แต่ไม่ใช่ปีของการเร่งเครื่องเต็มที่ นักลงทุนควรผ่อนคันเร่ง เน้นคุณภาพ กระจายความเสี่ยง และเตรียมพอร์ตให้พร้อมรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา” นายสุพงศ์วรกล่าว