เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ย. 69) ปรับลง 1.79% อยู่ที่ 79,676 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ย. 69) ปรับลง 1.79% อยู่ที่ 79,676 เหรียญสหรัฐ
จัดระเบียบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เบรก 167 โครงการนับหนึ่งใหม่
Economic จัดระเบียบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เบรก 167 โครงการนับหนึ่งใหม่
‘เอกนิติ-วิทัย’พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เร่งลงทุนเปลี่ยนผ่าน ตัดช่องลำเลียง‘ทุนเทา’
50 ประชาชาติธุรกิจ ‘เอกนิติ-วิทัย’พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เร่งลงทุนเปลี่ยนผ่าน ตัดช่องลำเลียง‘ทุนเทา’
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
Politics ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
Finance ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ดูทั้งหมด

บลจ.กสิกร เตรียมเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยในพอร์ต เป้าดัชนีปีนี้ 1,450 จุด

10 ก.พ. 2569 | 17:24น.
บลจ.กสิกรไทย

บลจ.กสิกรไทย ประเมินดัชนีหุ้นไทยปีนี้มีโอกาสขยับขึ้นสู่ระดับ 1,450-1,500 จุด หากรัฐบาลใหม่สามารถเร่งจัดตั้ง เดินหน้านโยบายเศรษฐกิจ และกระตุ้นการเติบโตได้ตามเป้า ท่ามกลางแรงหนุนเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าเด่น เตรียมกลับมาให้น้ำหนักหุ้นไทยในพอร์ตกองทุนรวม 3-5% หลังปีที่แล้วไม่ลงทุนในหุ้นไทยเลย พร้อมจับตาความคืบหน้าโครงการ TISA ที่อาจช่วยเสริมสภาพคล่องตลาดทุนในระยะยา

นายวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย (KAsset) กล่าวว่า สำหรับทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย ปัจจุบันปรับขึ้นมาในระดับประมาณ 1,400 จุด บลจ.กสิกรไทยให้เป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,450 จุด และมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,500 จุดได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลในการส่งมอบนโยบาย โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมายราว 3% ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยทั้งความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาล การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง

สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เตรียมหารืออย่างไม่เป็นทางการ (informal meeting) เกี่ยวกับโครงการ Thailand Individual Saving Account (TISA) ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะตกลงกันในเชิงหลักการ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านการลงทุนหลากหลายทางเลือก หากผู้ลงทุนเลือกเป็นกองทุนรวมจะได้อะไรบ้าง ซึ่งมองว่าเป็นเม็ดเงินสำคัญที่จะช่วยเสริมให้ตลาดทุนเติบโต ก่อนจะสรุปแนวทางและเสนอไปยังหน่วยงานกำกับดูแล เช่น กระทรวงการคลัง, ก.ล.ต., ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FETCO

นอกจากนี้ ตลาดยังต้องรอดูความชัดเจนของรายชื่อคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ เช่น การคลัง พาณิชย์ และต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

“ปีนี้หุ้นไทยถือว่ายังมีลุ้น แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ว่าจะทำได้ตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่” นายวินกล่าว

ภาพรวมตลาดทุนไทยในช่วงนี้ยังได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่กระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างโดดเด่น โดยพบว่ามีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในระดับสูงถึงราว 16,000 ล้านบาทต่อวัน จากระดับปกติที่อยู่เพียง 4,000-5,000 ล้านบาท สะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

ส่วนหนึ่งมาจากเงินที่ย้ายออกมาจากตลาดอินโดนีเซีย จากการที่ MSCI อาจพิจารณาปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียจากตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นตลาดชายขอบ (Frontier Market) ซึ่งกระแสเงินดังกล่าวมีโอกาสไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น หากเทียบการลงทุนในประเทศกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์)

สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุน KAsset ยังคงเดินหน้าพัฒนาแนวคิด Core Portfolio ซึ่งมีการทบทวนและปรับพอร์ตปีละ 1 ครั้ง โดยนำข้อมูลคาดการณ์ผลตอบแทนสินทรัพย์ทั่วโลกกว่า 100 หลักทรัพย์ ในระยะยาว 10-15 ปี มาสร้างแบบจำลองเพื่อกำหนดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง

ซึ่ง K-WealthPLUS ถูกออกแบบให้เป็นพอร์ตหลักสำหรับการลงทุนระยะยาว คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของเงินลงทุนทั้งหมด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมาก โดยในปีที่ผ่านมากองทุนดังกล่าวทั้ง 3 กอง มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้นรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท ถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มกองทุนลักษณะเดียวกัน

สำหรับ K-WealthPLUS Series แบ่งออกเป็นหลายระดับ ได้แก่

  • K-WPULTIMATE มีสัดส่วนหุ้นทั่วโลกสูงถึง 85% และตราสารหนี้ทั่วโลก 15% เหมาะกับผู้ลงทุนวัยเริ่มทำงาน รับความเสี่ยงได้สูง เน้นการเติบโตของเงินลงทุน ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 6% ต่อปี
  • K-WPSPEEDUP มีสัดส่วนหุ้นทั่วโลก 65% และตราสารหนี้ทั่วโลก 35% ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 5% ต่อปี
  • K-WPBALANCED มีสัดส่วนหุ้นทั่วโลก 30% และตราสารหนี้ทั่วโลก 70% ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 4% ต่อปี
  • K-WPLIGHT สำหรับผู้ใกล้เกษียณหรือเกษียณแล้ว เน้นการลงในตราสารหนี้เป็นหนัก โดยมีสัดส่วนหุ้นเพียง 15% ลดความผันผวนของพอร์ต

นายวินกล่าวว่า สำหรับการปรับพอร์ตในปีนี้ โครงสร้างหลักยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยในปีที่ผ่านมา KAsset ได้เพิ่มสินทรัพย์บางประเภทตามสถานการณ์ เช่น เพิ่มหุ้นสหรัฐ ในช่วงที่มีความเสี่ยงด้านนโยบายการค้า เพิ่มทองคำในช่วงเดือนพฤษภาคม และเพิ่มหุ้นจีนในช่วงกลางปีราวเดือนกรกฎาคม ปีนี้ KAsset มีแนวโน้มว่าเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับหุ้นไทยมากขึ้น หลังจากปีที่แล้วไม่มีการลงทุนในหุ้นไทยเลย

โดยมองว่าภาพรวมปีนี้ “ดีกว่าปีที่ผ่านมา” และเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว จึงมีแผนจะใส่หุ้นไทยเข้าพอร์ตในสัดส่วนเบื้องต้นประมาณ 3-5% โดยเน้นหุ้นปันผล ขณะที่สัดส่วนที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งหากมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ บลจ.กสิกรไทยอาจมีการปรับน้ำหนักหุ้นไทยในพอร์ตกองทุนรวมอีกครั้ง

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ได้นำเสนอบทวิจัย KAsset Capital Market Assumptions (KCMA) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้ความร่วมมือกับ J.P. Morgan Asset Management เพื่อถ่ายทอดกรอบมุมมองและสมมติฐานด้านเศรษฐกิจและการลงทุนระยะยาว โดยบทวิจัยดังกล่าวจัดทำขึ้นจากความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน จาก 4 ทีมบริหารการลงทุนหลักของทั้งสององค์กร

ต่อยอดจากกรอบงานวิจัย Long-Term Capital Market Assumptions ของ J.P. Morgan Asset Management ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้ลงทุนไทย ครอบคลุมการประเมินแนวโน้มผลตอบแทนและความเสี่ยงของสินทรัพย์มากกว่า 100 ประเภท ในระยะเวลา 10-15 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจลงทุนระยะยาวอย่างมีระบบ

“ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากปัจจัยด้านชาตินิยมทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดด้านการค้า และภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงตึงตัว แม้ความไม่แน่นอนจะยังอยู่ในระดับสูง แต่ยังปรากฏสัญญาณสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนบทบาทของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีส่วนช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว ส่งผลให้การวางแผนกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวมีความน่าสนใจ โดยพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกคาดว่าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6.4% ต่อปี

ขณะที่ตราสารหนี้กลับมามีบทบาทมากขึ้นจากระดับอัตราผลตอบแทนที่สูง สำหรับเศรษฐกิจไทย ยังคงเผชิญข้อจำกัดจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง อาทิ การชะลอตัวของการลงทุน สังคมผู้สูงอายุ และการเติบโตของประสิทธิภาพการผลิตของไทยที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้การคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวอยู่ที่ประมาณ 2.1% ต่อปี และเงินเฟ้อเฉลี่ยราว 1.2%

โดยตลาดทุนไทยยังมีลักษณะพึ่งพาผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก ขณะที่ตราสารหนี้มีข้อจำกัดด้านผลตอบแทน จึงแนะนำผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตและรองรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะยาว” นายวินกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกสิกรไทย (KBank)